thansettakij
thansettakij
ส่ง‘เจนเนอริส’ลุยตลาดวัยรุ่น บุกโชวห่วย-ร้านยา 600 แห่ง

ส่ง‘เจนเนอริส’ลุยตลาดวัยรุ่น บุกโชวห่วย-ร้านยา 600 แห่ง

05 ธ.ค. 59 | 08:30 น.
อัปเดตล่าสุด :05 ธ.ค. 59 | 15:30 น.
ดอกบัวคู่ เริ่มขายสินค้าวัยรุ่น "เจนเนอริส" พร้อมตั้งทีมเซลส์บุกช่องทางร้านขายยา 500-600 จุด หวังเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่รักสินค้าสุขภาพแนวธรรมชาติ เตรียมงบ 5 ล้านบุกตลาดเต็มที่ปี 60

นายบัณฑิต ลีเลิศพันธ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดอกบัวคู่ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคลแบรนด์ดอกบัวคู่ เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ได้เริ่มทดลองวางจำหน่ายสินค้าแบรนด์ใหม่เจนเนอริส (Generise) ตามห้างสรรพสินค้าและจุดจำหน่ายในเมืองท่องเที่ยว กว่า 10 จุด ซึ่งถือว่าได้รับผลตอบรับที่ดีแม้ว่าจะยังไม่ได้ทำการตลาดก็ตาม โดยต้นปี 2560 บริษัทเตรียมเปิดตัวแบรนด์อย่างเป็นทางการ พร้อมกับการทำตลาดและกระจายสินค้าไปยังช่องทางต่างๆ เพิ่มมากขึ้น

โดยในปีหน้าบริษัทวางแผนขยายช่องทางไปยังร้านขายยากว่า 500-600 แห่ง รวมถึงร้านยี่ปั๊วและซาปั๊วต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งได้มีการจัดตั้งทีมขายขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อเจาะตลาดในช่องทางดังกล่าว เนื่องจากมองว่าเป็นช่องทางที่สอดคล้องกับภาพลักษณ์ของแบรนด์สินค้า ที่จับตลาดคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจในธรรมชาติ พร้อมกับวางแผนทำตลาด ด้วยการมีภาพยนตร์โฆษณา เพื่อใช้สำหรับโฆษณาและประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อโทรทัศน์ด้วย

นายบัณฑิต กล่าวอีกว่า แบรนด์ เจนเนอริส ถือเป็นการเพิ่มไลน์สินค้าที่จับตลาดวัยรุ่น กลุ่มเป้าหมายอายุ 10-25 ปี ที่เน้นกลุ่มสินค้าแนวธรรมชาติและสมุนไพร เนื่องจากบริษัทมีความชำนาญการผลิตสินค้าในกลุ่มดังกล่าว แต่สินค้าที่ผลิตจะมีความเป็นพรีเมียมมากกว่า แบรนด์ดอกบัวคู่ เนื่องจากมองว่าพฤติกรรมผู้บริโภคปัจจุบัน มีความสินค้าแนวสุขภาพและสมุนไพร ประกอบกับตลาดมีความเฉพาะเจาะจง (Segment) มากขึ้น และยังถือว่าเป็นการเพิ่มไลน์สินค้า เพื่อรองกรับการกับแข่งขัน และหาความแปลกใหม่ให้กับตลาดด้วย

สำหรับสินค้าที่ได้เริ่มทดลองจำหน่ายแล้วมีด้วยกัน 10 รายการเป็นกลุ่มเพอร์ซันนอลแคร์ อาทิ ยาสีฟัน แชมพู สบู่ น้ำยาบ้วนปาก และบอดี้โลชั่น โดยหลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปีหน้า จะเพิ่มรายการสินค้าให้มากขึ้นประมาณ พร้อมกับเตรียมงบประมาณสำหรับการทำตลาดในปีแรก 5 ล้านบาท ส่วนเป้าหมายยอดขายเบื้องต้นในปีแรกน่าจะทำได้ 5-6 ล้านบาท

"เดิมบริษัทเตรียมเปิดตัวแบรนด์ใหม่อย่างเป็นทางการ แต่สถานการณ์ยังไม่เหมาะสม จึงเลื่อนกำหนดการเปิดตัวออไปปีหน้า ในช่วงนี้จึงเริ่มทดลองนำสินค้าวางจำหน่ายตามจุดต่างๆ ก่อน โดยยังไม่ได้ทำการตลาดหรือสร้างแบรนด์อะไรมากนัก เน้นการใช้พนักงานขายเป็นคนทำตลาดและให้ความรู้กับผู้บริโภคตามจุดขายต่างๆ ซึ่งตามแผนเดิมเตรียมจะเปิดจุดจำหน่ายในรูปแบบคีออสด้วยเช่นกัน แผนต่างๆ จึงเลื่อนออกไปก่อน โดยปีหน้าคงจะบุกตลาดอย่างเต็มที่ พร้อมกระจายสินค้าให้ครอบคลุมในช่องทางต่างๆ ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายด้วย"

ด้านผลการดำเนินงานของบริษัทในปีนี้น่าจะมีรายได้ประมาณ 1,000 ล้านบาทหรือเติบโต 7-8% จากปีที่ผ่านมา ซึ่งยอดขายจะมาจากสินค้ากลุ่มยาสีฟันและผลิตภัณฑ์ช่องปากสัดส่วน 85% กลุ่มสบู่ 6% กลุ่มผลิตภัณฑ์เส้นผม 6% และที่เหลือเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น รังนก ยาสมุนไพร เป็นต้น

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,215 วันที่ 4 - 7 ธันวาคม 2559