
แนวโน้มราคาทองคำวันพรุ่งนี้(2 ธ.ค.59)
สรุปสภาวะตลาดทองคำแท่ง วันที่ 1 ธันวาคม 2559
สภาวะตลาดวันที่ 1 ธันวาคม 2559 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,163.45-1,176.69 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 19,850 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวลดลง 200 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 20,050 บาทต่อบาททองคำ
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.23 น.ของวันที่ 01/12/16)
แนวโน้มวันที่ 2 ธันวาคม 2559
นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐได้เลือกนายสตีเวน มานิวชินให้มาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีคลังสหรัฐ และเลือกนายวิลเบอร์ รอสให้มาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีพาณิชย์ ซึ่งทีมผู้บริหารชุดใหม่ของสหรัฐจะให้ความสำคัญเป็นลำดับแรกกับการปฏิรูปภาษี และการปรับเปลี่ยนสนธิสัญญาการค้า และส่งสัญญาณที่จะดำเนินนโยบายต่างๆ ซึ่งมีแนวโน้มจะหนุนให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินขยับขึ้นตอบรับข่าวดังกล่าวโดยดีดตัวเข้าใกล้จุดสูงสุดที่โซน 102.05 ซึ่งถือเป็นจุดสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมีนามคม 2546 ปัจจัยดังกล่าวกดดันราคาทองคำอ่อนตัวลงจนสร้างระดับต่ำสุดครั้งใหม่จากเดือนก่อนหน้า โดยทิ้งตัวลงแตะจุดต่ำสุดในรอบเกือบ 10 เดือนที่ 1,163.45 ดอลลาร์ในการเปิดซื้อขายวันแรกของเดือนธันวาคม ทั้งนี้ หากพิจารณาการเคลื่อนไหวของราคาทองคำในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ราคาทองคำปรับตัวลดลง 104.12 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ ลดลงกว่า 8% ซึ่งถือเป็นการดิ่งลงรายเดือนครั้งใหญ่ที่สุดในรอบกว่า 3 ปี แนวโน้มดังกล่าวแสดงถึงแรงขายทองคำที่อยู่ในระดับสูงซึ่งสร้างแนวโน้มหรือมุมมองเชิงลบต่อทิศทางราคาทองคำ ในระยะสั้นแนะนำนักลงทุนติดตาม กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานเดือนพฤศจิกายนในวันศุกร์นี้เวลา 20.30 น.ตามเวลาไทยเพื่อใช้คาดการณ์ทิศทางราคาทองคำ โดยประเมินว่าหากราคาทองคำขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,183-1,194 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากไม่สามารถผ่านไปได้ ทำให้ราคาเกิดการอ่อนตัวลง แต่หากการอ่อนตัวของราคาทองคำยังคงสามารถยืนเหนือโซนบริเวณ 1,166-1,153 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ โดยราคาทองคำยังมีโอกาสดีดตัวขึ้นในระยะสั้นได้บ้าง
กลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีมีมุมมองว่า หากราคาทองคำไม่สามารถผ่านแนวต้าน 1,183-1,194 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้จะทำให้ราคาอ่อนตัวลงมา โดยหากราคาทองคำสามารถยืนเหนือแนวรับ 1,166 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างแข็งแกร่ง คาดว่าราคาน่ากลับขึ้นไปทดสอบแนวต้านอีกครั้ง แต่หากยืนไม่ได้ต้องระมัดระวังแรงขายที่ออกมาอาจทำให้ราคาย่อตัวลงสู่แนวรับถัดไป สำหรับผู้ที่ไม่มีทองคำในมือรอดูบริเวณ 1,166 หรือ 1,153 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากสามารถยืนได้อย่างมั่นคง ถือเป็นจุดซื้อเก็งกำไรระยะสั้น แต่หากราคาหลุดแนวรับ 1,153 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะนำให้ชะลอการลงทุนเพื่อรอดูสถานการณ์
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,166 (19,680บาท) 1,153 (19,460บาท) 1,142 (19,270บาท)
แนวต้าน 1,183 (19,970บาท) 1,194 (20,150บาท) 1,203 (20,300บาท)
ที่มา:บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
กราฟราคาทองคำ
สภาวะตลาดวันที่ 1 ธันวาคม 2559 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,163.45-1,176.69 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 19,850 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวลดลง 200 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 20,050 บาทต่อบาททองคำ
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.23 น.ของวันที่ 01/12/16)
แนวโน้มวันที่ 2 ธันวาคม 2559
นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐได้เลือกนายสตีเวน มานิวชินให้มาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีคลังสหรัฐ และเลือกนายวิลเบอร์ รอสให้มาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีพาณิชย์ ซึ่งทีมผู้บริหารชุดใหม่ของสหรัฐจะให้ความสำคัญเป็นลำดับแรกกับการปฏิรูปภาษี และการปรับเปลี่ยนสนธิสัญญาการค้า และส่งสัญญาณที่จะดำเนินนโยบายต่างๆ ซึ่งมีแนวโน้มจะหนุนให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินขยับขึ้นตอบรับข่าวดังกล่าวโดยดีดตัวเข้าใกล้จุดสูงสุดที่โซน 102.05 ซึ่งถือเป็นจุดสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมีนามคม 2546 ปัจจัยดังกล่าวกดดันราคาทองคำอ่อนตัวลงจนสร้างระดับต่ำสุดครั้งใหม่จากเดือนก่อนหน้า โดยทิ้งตัวลงแตะจุดต่ำสุดในรอบเกือบ 10 เดือนที่ 1,163.45 ดอลลาร์ในการเปิดซื้อขายวันแรกของเดือนธันวาคม ทั้งนี้ หากพิจารณาการเคลื่อนไหวของราคาทองคำในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ราคาทองคำปรับตัวลดลง 104.12 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ ลดลงกว่า 8% ซึ่งถือเป็นการดิ่งลงรายเดือนครั้งใหญ่ที่สุดในรอบกว่า 3 ปี แนวโน้มดังกล่าวแสดงถึงแรงขายทองคำที่อยู่ในระดับสูงซึ่งสร้างแนวโน้มหรือมุมมองเชิงลบต่อทิศทางราคาทองคำ ในระยะสั้นแนะนำนักลงทุนติดตาม กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานเดือนพฤศจิกายนในวันศุกร์นี้เวลา 20.30 น.ตามเวลาไทยเพื่อใช้คาดการณ์ทิศทางราคาทองคำ โดยประเมินว่าหากราคาทองคำขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,183-1,194 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากไม่สามารถผ่านไปได้ ทำให้ราคาเกิดการอ่อนตัวลง แต่หากการอ่อนตัวของราคาทองคำยังคงสามารถยืนเหนือโซนบริเวณ 1,166-1,153 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ โดยราคาทองคำยังมีโอกาสดีดตัวขึ้นในระยะสั้นได้บ้าง
กลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีมีมุมมองว่า หากราคาทองคำไม่สามารถผ่านแนวต้าน 1,183-1,194 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้จะทำให้ราคาอ่อนตัวลงมา โดยหากราคาทองคำสามารถยืนเหนือแนวรับ 1,166 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างแข็งแกร่ง คาดว่าราคาน่ากลับขึ้นไปทดสอบแนวต้านอีกครั้ง แต่หากยืนไม่ได้ต้องระมัดระวังแรงขายที่ออกมาอาจทำให้ราคาย่อตัวลงสู่แนวรับถัดไป สำหรับผู้ที่ไม่มีทองคำในมือรอดูบริเวณ 1,166 หรือ 1,153 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากสามารถยืนได้อย่างมั่นคง ถือเป็นจุดซื้อเก็งกำไรระยะสั้น แต่หากราคาหลุดแนวรับ 1,153 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะนำให้ชะลอการลงทุนเพื่อรอดูสถานการณ์
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,166 (19,680บาท) 1,153 (19,460บาท) 1,142 (19,270บาท)
แนวต้าน 1,183 (19,970บาท) 1,194 (20,150บาท) 1,203 (20,300บาท)
ที่มา:บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
กราฟราคาทองคำ






