
“พล.อ.ฉัตรชัย”ชูนโยบายปี 60 ยกระดับสินค้าเกษตรสู่ความมั่นคง
รัฐมนตรีเกษตรฯ เผยนโยบายปี 60 เน้นการยกระดับสินค้าเกษตรสู่ความมั่นคง ด้านหน่วยงานในสังกัดสนองนโยบายร่วมขับเคลื่อนการดำเนินงานที่สำคัญ
พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มุ่งเน้นให้ปี 2560 เป็นปีแห่งการยกระดับสินค้าเกษตรสู่ความมั่นคง ประกอบด้วยนโยบายที่สำคัญหลายด้าน อาทิ โครงการส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ โครงการเกษตรอินทรีย์ การบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม (Zoning) และการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ เป็นต้น อีกทั้ง ได้เน้นย้ำให้หน่วยงานในสังกัดร่วมกันทำงานแบบบูรณาการทุกภาคส่วน เพื่อให้มีความก้าวหน้าและเห็นผลเป็นรูปธรรม และเพื่อให้เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
นายสุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า กรมวิชาการเกษตรได้ดำเนินงานขับเคลื่อนตามนโยบายที่สำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในปี 2560 โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน 5 เรื่อง ได้แก่ 1) โครงการส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ สนับสนุนเมล็ดพันธุ์พืชผักไม่ต่ำกว่า 4 ชนิด/ราย และส่งมอบเมล็ดพันธุ์ให้เกษตรกรรายใหม่จำนวน 70,000 ราย พร้อมให้คำแนะนำการปลูกแก่เกษตรกร รวมถึงติดตามประเมินผลและให้ความรู้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะทำงานร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชนและสถาบันการศึกษา อีกทั้งจัดทำแปลงศูนย์เรียนรู้การผลิตพืชตามแนวพระราชดำริทฤษฎีใหม่ด้วย 2) โครงการเกษตรอินทรีย์ ตรวจรับรองแหล่งผลิตพืชอินทรีย์ 2,200 แปลงใน 8 ชนิดพืช และตรวจรับรองการคัดบรรจุพืชอินทรีย์จำนวน 60 โรง รวมถึง สร้างศูนย์ต้นแบบผลิตปุ๋ยอินทรีย์แบบเติมอากาศจำนวน 25 โรง ถ่ายทอดความรู้การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ให้กับผู้สนใจ 4,500 ราย นอกจากนี้ยังร่วมผลักดันจังหวัดยโสธรให้เป็นต้นแบบด้านเกษตรอินทรีย์ของประเทศ (ยโสธร Model) โดยเพิ่มประโยชน์การใช้พื้นที่ด้วยการปลูกพืชหลังการทำนา ได้แก่ แตงโม และถั่วลิสง ครอบคลุมพื้นที่ 1,000 ไร่ พร้อมทั้งตรวจรับรองมาตรฐาน
3) การบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม (Zoning) สร้างแปลงต้นแบบการปรับเปลี่ยนพืช 6 ชนิด (ปาล์มน้ำมัน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ สับปะรด ลำไย อ้อย และ มันสำปะหลัง) ในพื้นที่นำร่อง ปี 2559/60 รวม 31 จังหวัด 1,200 ไร่ 4) การขับเคลื่อนองค์ความรู้ผ่านศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) โดยอบรมเกษตรกรเครือข่าย ศพก. เพื่อเตรียมพร้อมรวมกลุ่มการผลิตพืชตามระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ รวมถึง การแจ้งเตือนภัยการระบาดของศัตรูพืชและสนับสนุนเอกสารวิชาการด้านพืช ตลอดจนทำแปลงต้นแบบพืชใน 321 ศพก. (จาก 882 ศูนย์) 66 จังหวัด พื้นที่ 1,000 ไร่ ซึ่งเน้นขยายผลการจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสานด้วยชีวภัณฑ์ ให้องค์ความรู้ด้านพืชผ่านระบบ Smart Box และ 5) แปลงใหญ่ กรมวิชาการเกษตร ประสานคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แบบเบ็ดเสร็จ Single Command (SC) และทีมผู้จัดการแปลงเพื่อนำเทคโนโลยีลดต้นทุนและเครื่องจักรกลใช้ในพื้นที่ รวมทั้งสนับสนุนการตรวจรับรอง GAP ให้สมาชิกแปลงใหญ่ 16 ชนิดพืช เกษตรกร 7,226 ราย ตลอดจนสร้างเกษตรกรและแปลงต้นแบบด้านพืชในพื้นที่แปลงใหญ่เพื่อให้เกษตรกรได้รับทราบถึงวิธีการดูแลรักษา การปลูกเก็บเกี่ยวที่ถูกต้องในพื้นที่ รวม 53 จังหวัด 117 แปลง 2,958 ไร่ และให้ความรู้สมาชิกแปลงใหญ่อีก 3,560 รายด้วย
พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มุ่งเน้นให้ปี 2560 เป็นปีแห่งการยกระดับสินค้าเกษตรสู่ความมั่นคง ประกอบด้วยนโยบายที่สำคัญหลายด้าน อาทิ โครงการส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ โครงการเกษตรอินทรีย์ การบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม (Zoning) และการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ เป็นต้น อีกทั้ง ได้เน้นย้ำให้หน่วยงานในสังกัดร่วมกันทำงานแบบบูรณาการทุกภาคส่วน เพื่อให้มีความก้าวหน้าและเห็นผลเป็นรูปธรรม และเพื่อให้เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
นายสุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า กรมวิชาการเกษตรได้ดำเนินงานขับเคลื่อนตามนโยบายที่สำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในปี 2560 โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน 5 เรื่อง ได้แก่ 1) โครงการส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ สนับสนุนเมล็ดพันธุ์พืชผักไม่ต่ำกว่า 4 ชนิด/ราย และส่งมอบเมล็ดพันธุ์ให้เกษตรกรรายใหม่จำนวน 70,000 ราย พร้อมให้คำแนะนำการปลูกแก่เกษตรกร รวมถึงติดตามประเมินผลและให้ความรู้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะทำงานร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชนและสถาบันการศึกษา อีกทั้งจัดทำแปลงศูนย์เรียนรู้การผลิตพืชตามแนวพระราชดำริทฤษฎีใหม่ด้วย 2) โครงการเกษตรอินทรีย์ ตรวจรับรองแหล่งผลิตพืชอินทรีย์ 2,200 แปลงใน 8 ชนิดพืช และตรวจรับรองการคัดบรรจุพืชอินทรีย์จำนวน 60 โรง รวมถึง สร้างศูนย์ต้นแบบผลิตปุ๋ยอินทรีย์แบบเติมอากาศจำนวน 25 โรง ถ่ายทอดความรู้การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ให้กับผู้สนใจ 4,500 ราย นอกจากนี้ยังร่วมผลักดันจังหวัดยโสธรให้เป็นต้นแบบด้านเกษตรอินทรีย์ของประเทศ (ยโสธร Model) โดยเพิ่มประโยชน์การใช้พื้นที่ด้วยการปลูกพืชหลังการทำนา ได้แก่ แตงโม และถั่วลิสง ครอบคลุมพื้นที่ 1,000 ไร่ พร้อมทั้งตรวจรับรองมาตรฐาน
3) การบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม (Zoning) สร้างแปลงต้นแบบการปรับเปลี่ยนพืช 6 ชนิด (ปาล์มน้ำมัน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ สับปะรด ลำไย อ้อย และ มันสำปะหลัง) ในพื้นที่นำร่อง ปี 2559/60 รวม 31 จังหวัด 1,200 ไร่ 4) การขับเคลื่อนองค์ความรู้ผ่านศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) โดยอบรมเกษตรกรเครือข่าย ศพก. เพื่อเตรียมพร้อมรวมกลุ่มการผลิตพืชตามระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ รวมถึง การแจ้งเตือนภัยการระบาดของศัตรูพืชและสนับสนุนเอกสารวิชาการด้านพืช ตลอดจนทำแปลงต้นแบบพืชใน 321 ศพก. (จาก 882 ศูนย์) 66 จังหวัด พื้นที่ 1,000 ไร่ ซึ่งเน้นขยายผลการจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสานด้วยชีวภัณฑ์ ให้องค์ความรู้ด้านพืชผ่านระบบ Smart Box และ 5) แปลงใหญ่ กรมวิชาการเกษตร ประสานคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แบบเบ็ดเสร็จ Single Command (SC) และทีมผู้จัดการแปลงเพื่อนำเทคโนโลยีลดต้นทุนและเครื่องจักรกลใช้ในพื้นที่ รวมทั้งสนับสนุนการตรวจรับรอง GAP ให้สมาชิกแปลงใหญ่ 16 ชนิดพืช เกษตรกร 7,226 ราย ตลอดจนสร้างเกษตรกรและแปลงต้นแบบด้านพืชในพื้นที่แปลงใหญ่เพื่อให้เกษตรกรได้รับทราบถึงวิธีการดูแลรักษา การปลูกเก็บเกี่ยวที่ถูกต้องในพื้นที่ รวม 53 จังหวัด 117 แปลง 2,958 ไร่ และให้ความรู้สมาชิกแปลงใหญ่อีก 3,560 รายด้วย






