
ก.แรงงานแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวในทุกมิติ
นายสุทธิ สุโกศล ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน ในฐานะรองโฆษกกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า กระทรวงแรงงาน ได้ดำเนินงานแผนปฏิบัติการในการแก้ไขปัญหาด้านแรงงานประมงในภาพรวม ภายใต้การกำกับของพลเอก ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ทั้งด้านการพัฒนากฎหมาย การป้องกัน การบังคับใช้กฎหมาย การคุ้มครองผู้เสียหาย และการเคลื่อนย้ายแรงงาน เพื่อให้การดำเนินงานด้านแรงงานเป็นมาตรฐานสากล โดยมีความก้าวหน้าในการที่ประเทศไทยจะรับรองอนุสัญญาและพิธีสาร ได้แก่ อนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 188 ว่าด้วยการทำงานในภาคการประมง และพิธีสารภายใต้อนุสัญญา ฉบับที่ 29 ว่าด้วยแรงงานบังคับ (P29) ซึ่งได้ผ่านการยกร่างวิเคราะห์ช่องว่างของกฎหมายแล้ว เพื่อเตรียมนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบรับรองอนุสัญญาและพิธีสารทั้งสองฉบับ อีกทั้งจะรับรองอนุสัญญาฉบับที่ 98 ว่าด้วยสิทธิในการรวมตัวและการเจรจาต่อรองร่วม ในระยะต่อไป ซึ่งเป็นการแสดงถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยที่จะยกระดับการดูแลแรงงานตามมาตรฐานสากล
กระทรวงแรงงานได้ออกพระราชกำหนดการนำคนต่างด้าวมาทำงานกับนายจ้างในประเทศ พ.ศ. 2559 เพื่อควบคุมการดำเนินธุรกิจนำแรงงานข้ามชาติเข้ามาทำงาน โดยให้ผู้รับอนุญาตสามารถเรียกรับเงินค่าบริการและค่าใช้จ่ายจากนายจ้างได้เท่านั้น ห้ามเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากแรงงานต่างด้าวไม่ว่ากรณีใด ๆ ซึ่งมีผลใช้บังคับแล้วเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2559 รวมถึงได้เพิ่มพนักงานตรวจแรงงาน และผู้ประสานงานด้านภาษา (เมียนมา ลาว กัมพูชา) และช่องทางการเข้าถึงสิทธิทางกฎหมายของแรงงานต่างด้าวในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น สายด่วน 1694 และ 1546 พร้อมจัดทำเว็บไซต์สำหรับแรงงานต่างด้าว www.http://doe.go.th/helpme จัดตั้งศูนย์ร่วมบริการช่วยเหลือแรงงานต่างด้าวเพื่อให้คำแนะนำปรึกษา รับทราบปัญหาและส่งต่อให้หน่วยงานเจ้าของเรื่องพิจารณาให้ความช่วยเหลือ จัดตั้งศูนย์แรกรับและส่งกลับแรงงานต่างด้าว เพื่อตรวจคัดกรองแรงงานต่างด้าว พิจารณาอนุญาตทำงาน อบรม ให้ความรู้เรื่องกฎหมาย การทำงาน และการใช้ชีวิตในประเทศไทย รวมถึงเป็นจุดพักรอแรงงานต่างด้าวก่อนเดินทางกลับประเทศ และนอกจากนี้ ยังได้เปิดโอกาสให้แรงงานต่างด้าวในกิจการประมงทะเลและแปรรูปสัตว์น้ำสามารถเปลี่ยนไปทำงานกับนายจ้างรายอื่นได้ภายในกลุ่มโดยไม่จำกัดจำนวนนายจ้างและจังหวัด ขณะเดียวกันแรงงานต่างด้าวในกิจการอื่นก็สามารถเปลี่ยนไปทำงานกับนายจ้างรายใหม่ในกิจการประมงทะเลและแปรรูปสัตว์น้ำได้อีกด้วย
กระทรวงแรงงานได้ออกพระราชกำหนดการนำคนต่างด้าวมาทำงานกับนายจ้างในประเทศ พ.ศ. 2559 เพื่อควบคุมการดำเนินธุรกิจนำแรงงานข้ามชาติเข้ามาทำงาน โดยให้ผู้รับอนุญาตสามารถเรียกรับเงินค่าบริการและค่าใช้จ่ายจากนายจ้างได้เท่านั้น ห้ามเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากแรงงานต่างด้าวไม่ว่ากรณีใด ๆ ซึ่งมีผลใช้บังคับแล้วเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2559 รวมถึงได้เพิ่มพนักงานตรวจแรงงาน และผู้ประสานงานด้านภาษา (เมียนมา ลาว กัมพูชา) และช่องทางการเข้าถึงสิทธิทางกฎหมายของแรงงานต่างด้าวในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น สายด่วน 1694 และ 1546 พร้อมจัดทำเว็บไซต์สำหรับแรงงานต่างด้าว www.http://doe.go.th/helpme จัดตั้งศูนย์ร่วมบริการช่วยเหลือแรงงานต่างด้าวเพื่อให้คำแนะนำปรึกษา รับทราบปัญหาและส่งต่อให้หน่วยงานเจ้าของเรื่องพิจารณาให้ความช่วยเหลือ จัดตั้งศูนย์แรกรับและส่งกลับแรงงานต่างด้าว เพื่อตรวจคัดกรองแรงงานต่างด้าว พิจารณาอนุญาตทำงาน อบรม ให้ความรู้เรื่องกฎหมาย การทำงาน และการใช้ชีวิตในประเทศไทย รวมถึงเป็นจุดพักรอแรงงานต่างด้าวก่อนเดินทางกลับประเทศ และนอกจากนี้ ยังได้เปิดโอกาสให้แรงงานต่างด้าวในกิจการประมงทะเลและแปรรูปสัตว์น้ำสามารถเปลี่ยนไปทำงานกับนายจ้างรายอื่นได้ภายในกลุ่มโดยไม่จำกัดจำนวนนายจ้างและจังหวัด ขณะเดียวกันแรงงานต่างด้าวในกิจการอื่นก็สามารถเปลี่ยนไปทำงานกับนายจ้างรายใหม่ในกิจการประมงทะเลและแปรรูปสัตว์น้ำได้อีกด้วย






