thansettakij
thansettakij
ไทยแลนด์ 4.0 โอกาสใหม่ขับเคลื่อนธุรกิจปีหน้า

ไทยแลนด์ 4.0 โอกาสใหม่ขับเคลื่อนธุรกิจปีหน้า

01 ธ.ค. 59 | 06:00 น.
นโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจ "ไทยแลนด์ 4.0" ของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ต้องการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจไทย ไปสู่ "Value–Based Economy" หรือเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมในการผลักดันธุรกิจและเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตนั้น ล่าสุด "นางสุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์" นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการขับเคลื่อนธุรกิจตามแบบฉบับการตลาด 4.0 เพื่อก้าวสู่ยุค "Marketing Evolution for People" หรือ"ยุคแห่งวิวัฒน์การตลาดเพื่อปวงชน" ซึ่งแน่นอนว่าแบรนด์ดิจิตอลคือแนวทางการตลาดที่มาแรงและปีหน้าธุรกิจกลุ่มดาวรุ่งจึงหนีไม่พ้นคือกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี (ธุรกิจขนาดกลาง) และธุรกิจสตาร์ตอัพ ที่จะเติบโตของช่องทางออนไลน์และธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ ที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นและแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง

[caption id="attachment_117031" align="aligncenter" width="295"] นางสุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์ นางสุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์[/caption]

คอนเทนต์ต้องตอบโจทย์

อย่างไรก็ดีเทรนด์การตลาด 4.0 กำลังถูกพูดถึงผ่านกูรูนักการตลาดผู้สร้างแบรนด์ ที่ประสบผลสำเร็จมาแล้วอย่าง นายแดน ศรมณี ผู้อำนวยการฝ่ายคอนเทนต์และการตลาดของไลน์ (LINE) ประเทศไทย เล่าถึงทิศทางการทำตลาดผ่านคอนเทนต์รูปแบบต่างๆของไลน์ว่า การทำการตลาดในยุคดิจิตอลผ่านช่องทางโซเชียลต่างๆ เรื่องของคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์และตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการสื่อสารคือสิ่งสำคัญ ที่ต้องมาควบคู่กับความรวดเร็วแบบเรียลไทม์ เข้ามาใช้งาน ยกตัวอย่างที่ LINE TV เข้าไปจับมือ นาดาวบางกอก เปิดตัวซีรีส์"I HATE YOU I LOVE YOU (ไอ เฮท ยู ไอ เลิฟ ยู)" เพื่อขยายและเพิ่มฐานผู้ชมคอนเทนต์ออนไลน์ให้เพิ่มมากขึ้นผ่านรูปแบบการแชร์

"เราเป็นไลน์ไม่ใช่ยูทูบ ดังนั้นคอนเทนต์ต่างๆคือสิ่งที่เราเลือกให้มาอยู่บนพื้นที่ของเราเอง ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลตัวเลขความต้องการของผู้ชมในแต่ละกลุ่มเข้ามาประกอบในการเลือกและพัฒนาคอนเทนต์เพื่อให้ตอบโจทย์ ขณะเดียวกันวจะต้องสร้างคอนเทนต์ที่หลากหลายให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ควบคู่กับการสร้างมายด์เซตให้กับผู้ชมในเรื่องของเวลา เพื่อให้ผู้ชมรู้ว่าเวลาไหนจะต้องรับชมอะไร"

ด้านนางสาวโศรดา สอนประสิทธิ์กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริลเลียนแอนด์ มิลเลียน จำกัด บริษัทที่ปรึกษาทางการตลาด กล่าวเพิ่มเติมว่า พฤติกรรมผู้บริโภคในยุคปัจจุบันเปลี่ยนไปนิยมความรวดเร็วแบบเรียลไทม์ในการรับฟัง หรือชมข้อมูล ขณะเดียวกันจะต้องมีข้อมูลอ้างอิงซึ่งต้องมีข้อมูลพื้นฐานเข้ามาซัพพอร์ตอีกทอดหนึ่ง โดยข้อมูลที่มีอยู่ไม่ว่าจะเป็นสถิติด้านใด ล้วนแต่เป็นประโยชน์นำไปสู่การสร้างแบรนด์ให้เข้าถึงผู้บริโภคจนนำไปสู่ความสำเร็จของการสร้างแบรนด์

พฤติกรรมผู้บริโภคสู่แคมเปญ

"ในอดีตเราอาจจะมีโฆษณาชิ้นเดียวในการสื่อสารแบรนด์ไปยังผู้บริโภค แต่ปัจจุบันเรามีแนวทางการตลาดแบบดิจิตอลมาร์เก็ตติ้ง ที่หลากหลายมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์เฟซบุ๊ก ซึ่งแต่ละช่องทางล้วนให้ประโยชน์ที่แตกต่างกันและเจาะเป้ากลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งตัวแปรที่สำคัญคือเรื่องของข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคที่จะนำไปสู่การสร้างแคมเปญที่ตอบโจทย์มากที่สุด"

สำหรับมุมมองในแง่ของการปรับตัวของนักการตลาดในยุคดิจิตอลมองว่านอกจากจะมีข้อมูลที่ดี การเข้าถึงพฤติกรรมผู้บริโภคถือเป็นปัจจัยสำคัญของการนำไปสู่ความสำเร็จของแบรนด์ผ่านคอนเทนต์ที่มีคุณภาพ และการใช้เม็ดเงินเพื่อสร้างคอนเทนต์ให้คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพมากที่สุดก็ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ทั้งนี้ยกตัวอย่างการเข้าถึงพฤติกรรมผู้บริโภคผ่านข้อมูลและตัวผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย โดยที่ผ่านมามีกลุ่มผลิตภัณฑ์เดลี่ โปรดักต์ ที่ต้องการรีแบรนด์ ที่มีกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นครอบครัวบริษัทก็กันมาใช้อินไซต์ของพฤติกรรมผู้บริโภคกลุ่มดังกล่าว ผ่านแคมเปญการตลาดที่เน้นวาระสำคัญของไทยอย่างช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งถือเป็นวันครอบครัวที่คนกลุ่มนี้ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ซึ่งก็ได้รับเสียงตอบรับและประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี

ธุรกิจมีเดีย-สื่อใหม่ ปรับตัว

ขณะที่กลุ่มธุรกิจสื่ออย่างเช่นทีวีดิจิตอลอย่างช่องเวิร์คพอยท์ทีวี ภายใต้การบริหารงานของ "นายชลากรณ์ ปัญญาโฉม" ประธานเจ้าหน้าที่สายงานดิจิทัล ทีวี บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงทิศทางการปรับตัวให้ประสบความสำเร็จตามในตลาดทีวีดิจิตอลนับจากนี้ว่า นักการตลาดหรือผู้ประกอบการจะต้องใช้ความเป็นผู้ผลิตคอนเทนต์ทีวีให้เป็นประโยชน์ เพราะหากไม่ทำจะทำให้ผู้ชมหันไปดูคอนเทนต์จากแพลตฟอร์มต่าง ๆ ประกอบกับพฤติกรรมการชมทีวีของคนไทยมักทำกิจกรรมอย่างอื่นๆ ระหว่างการรับชม ทั้งนี้ จะต้องทำอย่างไรก็ได้ให้ผู้ชมทีวีหันมารับชมทีวีโดยไม่ต้องไปทำกิจกรรมอื่นๆ

ทั้งนี้ จะต้องสร้างความกระชับของเนื้อหาคอนเทนต์ที่นำเสนอ กล่าวคือเนื้อหาจะต้องไม่ยืดเยื้อ เนื่องจากพฤติกรรมคอนซูเมอร์มีความใจร้อนที่ต้องการทราบเนื้อหาของคอนเทนต์ พร้อมกันนี้จะต้องสร้างความแตกต่างให้กับคอนเทนต์ เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ ซึ่งแนวทางปฏิบัติของบริษัทในช่วงที่ผ่านมา จะอาศัยความรวดเร็วในการเปลี่ยนแปลงคอนเทนต์ หากคอนเทนต์ไหนที่กำลังถูกลอกเลียนแบบก็จะพัฒนาไปสู่คอนเทนต์ใหม่ๆ ทันที

อย่างไรก็ตามสำหรับทิศทางภาพรวมดิจิตอลปี 2560 มองว่าผู้เล่นในตลาดจะมีการพัฒนาคอนเทนต์ใหม่ๆ ออกมาต่อเนื่องโดยเฉพาะในแพลตฟอร์มของโลกออนไลน์ ขณะที่พฤติกรรมการเสพคอนเทนต์ของคนไทยยังคงชื่นชอบในสิ่งเดิมๆ ไม่ได้เปลี่ยนแปลง ดังนั้นจะต้องขึ้นอยู่กับการนำเสนอในช่วงเวลาหรือไทมิ่งที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายที่จะสื่อสารในแต่ละช่วงเวลา

"ปัจจุบันพฤติกรรมของผู้ชมทีวี พบว่าเด็กส่วนใหญ่มักจะให้ความสนใจกับการดูละคร ขณะที่กลุ่มผู้สูงอายุจะดูรายการสำหรับเด็ก ส่วนกลุ่มผู้ชมวัยรุ่นจะดูคอนเทนต์จากต่างชาติเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นคอมซูเมอร์อินไซด์จะต้องแม่น โดยเฉพาะความเป็นออนไลน์จะทำให้วัดผลและจับต้องได้ง่ายขึ้น" นายชลากรณ์ กล่าว

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,214 วันที่ 1 - 3 ธันวาคม 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • business