
ศปมผ.แถลงกรณีการควบคุมเรือประมงสัญชาติโบลิเวีย
รายงานข่าวจาก ศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) เผยว่า ตามนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาการทำประมง เพื่อให้เกิดความยั่งยืนและมีมาตรฐานสากลเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศ ดังนั้น รัฐบาลจึงมอบหมายให้ ศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) ปัจจุบัน พลเรือเอก ณะ อารีนิจ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็น ผู้บัญชาการศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย เข้าทำหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน ไร้การควบคุม (IUU) ให้บังเกิดผลเป็นรูปธรรม และสามารถปลดล๊อกการได้รับใบเหลืองจากสหภาพยุโรป (EU)
การบังคับใช้กฎหมายถือว่าเป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการให้เกิดผล ดังนั้น ศปมผ.จึงได้มีการสั่งการให้หน่วยงานต่างๆ เพิ่มความเข้มงวด และบูรณาการในการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยในพื้นที่ฝั่งทะเลอันดามัน นั้น มอบหมายให้ศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลเขต 3 (ศรชล.เขต 3) ทำหน้าที่เป็นแกนกลางในการประสานการปฏิบัติ
ศรชล.เขต 3 โดย พลเรือโท สุรพล คุปตะพันธ์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลเขต 3 (ผอ.ศรชล.เขต 3) ได้มีการดำเนินการแก้ไขให้เป็นไปตามนโยบายที่กำหนด ทั้งการควบคุมและกำกับดูแลการตรวจเรือประมงในทะเล การปฏิบัติงานของศูนย์รายงานเรือเข้า - ออก (ศูนย์ PIPO) ในพื้นที่ฝั่งทะเลอันดามันทั้ง 8 ศูนย์ รวมทั้งการประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมาย โดยมีผลการปฏิบัติที่ผ่านมาเป็นตามเป้าหมายและแนวทางที่กำหนด
สำหรับการดำเนินการในครั้งนี้ เป็นการตรวจสอบเรือประมงต่างประเทศที่กล่าวอ้างสัญชาติโบลิเวียที่เข้ามาจอดที่จังหวัดภูเก็ต บริเวณท่าเรือศรีไทย และท่าเรือประมงภูเก็ต ว่าจะมีการกระทำผิดกฎหมาย IUU หรือกฎหมายอื่นๆ ของประเทศไทย รวมทั้งการสวมทะเบียนเรือ ทั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากเมื่อ 16 พ.ย.59 ที่ผ่านมา ศปมผ. ได้สั่งการให้ ศรชล.เขต 3 ทำการตรวจสอบเรือประมงสัญชาติโบลิเวีย จำนวน 9 ลำ ประกอบด้วย เรือ YUTUNA NO.1 เรือ YUTUNA NO.3 เรือ ABUNBANT 1 เรือ ABUNBANT 3 เรือ ABUNBANT 6 เรือ ABUNBANT 9 เรือ ABUNBANT 12 เรือ SHUN LAI และ เรือ SHENG JI QUN 3
ดังนั้น พล.ร.ท.สุรพล คุปตะพันธ์ ผอ.ศรชล.เขต 3/ผบ.ทรภ.3 จึงได้สั่งการให้หน่วยต่างๆ ใน ศรชล.เขต 3 เข้าทำการตรวจสอบ เมื่อ 17 พ.ย.59 ผลการตรวจสอบพบว่ามีเรือจอดอยู่ที่ท่าเรือ จำนวน 7 ลำ ส่วนอีก 2 ลำ คือ เรือ YUTUNA NO.1 นั้น แจ้งประสงค์จะเข้าจอดแต่ไม่ได้เข้าจอด และเรือ SHENG JI QUN 3 ได้ออกเรือไปแล้ว เมื่อ 15 พ.ย.59 เรือทั้งหมดเป็นเรือประมงเบ็ดทูน่า โดยกล่าวอ้างว่ามาจอดเรือเพื่อซ่อมทำตัวเรือ กัปตันเรือส่วนใหญ่เป็นชาวไต้หวัน ลูกเรือเป็นชาวอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ ทุกคนมีเอกสารถูกต้อง พบความผิดของเรือ SHUN LAI และเรือ ABUBANT 9 ที่ไม่รายงานเข้ามาต่อเจ้าท่าภายใน 24 ชม. ซึ่ง สนง.เจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต ได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับในอัตราสูงสุดแล้ว (ลำละ 5,000 บาท)
การตรวจสอบนั้นพบข้อพิรุธเกี่ยวกับทะเบียนเรือที่ระบุเป็นสัญชาติโบลิเวียว่าจะเป็นเอกสารที่ถูกต้องหรือไม่ เนื่องจากเรือแต่ละลำมีลักษณะเอกสารที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้น จึงสั่งการให้ สนง.เจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต ดำเนินการประสานและตรวจสอบกับทางการของประเทศโบลิเวีย ต่อมาในวันที่ 22 พ.ย.59 MCPO.Javier Delgado , Tecnico de Registro , Bolivian International Ship’s Registry ได้แจ้งให้ทราบว่าเรือประมง จำนวน 9 ลำ ไม่ได้จดทะเบียนสัญชาติโบลิเวียหรือมีใบอนุญาตทำการประมงของโบลิเวีย ดังนั้น สนง.เจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต จึงได้รวบรวมหลักฐานและแจ้งความดำเนินคดีกับตัวแทนเจ้าของเรือ จำนวน 3 ราย ประกอบด้วย บริษัท เซี่ยงเฮา จำกัด ( XIANG HAO Co.ltd.) บริษัท ยี้หงส์ ฟิชเชอรรี่ จำกัด(YIHONG Co.ltd.) และ บริษัท ซ่วน หยิง จำกัด (SUANYING Co.ltd.) โดยได้แจ้งความที่ สภ.วิชิต ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต จว.ภูเก็ต ในข้อหากรณีนำเอกสารปลอม มาจดแจ้งการรายงานเข้า - ออกท่าเรือ เป็นความผิดฐานปลอมและเอกสารปลอม โดยแจ้งความอันเป็นเท็จ สำหรับเรือทั้งหมดทั้ง 7 ลำ จะดำเนินการออกจากท่าได้เมื่อเจ้าของเรือมีการนำเอกสารที่ถูกต้องที่ระบุสัญชาติและประเทศที่จดทะเบียนมายืนยัน ปัจจุบันเรือดังกล่าวเปรียบเสมือนเรือไร้สัญชาติ
การดำเนินการของ ศปมผ.ที่มอบหมายให้ ศรชล.เขต 3 ดำเนินการในครั้งนี้ เป็นไปตามแนวทางการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย IUU ตามมาตรการ ณ ท่าเทียบเรือ (Port State Measures) ที่จะต้องมีการตรวจสอบเรือประมงต่างชาติที่ขอเข้าเทียบท่าเทียบเรือของไทยเพื่อให้ง่ายต่อการควบคุม โดยเรือต่างชาติต้องขออนุญาตรัฐเจ้าของท่าก่อนที่จะนำเรือเข้าเทียบท่า และต้องแจ้งข้อมูลต่างๆ รวมถึงข้อมูลทะเบียนเรือ อุปกรณ์จับสัตว์น้ำ และตู้สินค้าแก่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
การบังคับใช้กฎหมายถือว่าเป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการให้เกิดผล ดังนั้น ศปมผ.จึงได้มีการสั่งการให้หน่วยงานต่างๆ เพิ่มความเข้มงวด และบูรณาการในการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยในพื้นที่ฝั่งทะเลอันดามัน นั้น มอบหมายให้ศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลเขต 3 (ศรชล.เขต 3) ทำหน้าที่เป็นแกนกลางในการประสานการปฏิบัติ
ศรชล.เขต 3 โดย พลเรือโท สุรพล คุปตะพันธ์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลเขต 3 (ผอ.ศรชล.เขต 3) ได้มีการดำเนินการแก้ไขให้เป็นไปตามนโยบายที่กำหนด ทั้งการควบคุมและกำกับดูแลการตรวจเรือประมงในทะเล การปฏิบัติงานของศูนย์รายงานเรือเข้า - ออก (ศูนย์ PIPO) ในพื้นที่ฝั่งทะเลอันดามันทั้ง 8 ศูนย์ รวมทั้งการประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมาย โดยมีผลการปฏิบัติที่ผ่านมาเป็นตามเป้าหมายและแนวทางที่กำหนด
สำหรับการดำเนินการในครั้งนี้ เป็นการตรวจสอบเรือประมงต่างประเทศที่กล่าวอ้างสัญชาติโบลิเวียที่เข้ามาจอดที่จังหวัดภูเก็ต บริเวณท่าเรือศรีไทย และท่าเรือประมงภูเก็ต ว่าจะมีการกระทำผิดกฎหมาย IUU หรือกฎหมายอื่นๆ ของประเทศไทย รวมทั้งการสวมทะเบียนเรือ ทั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากเมื่อ 16 พ.ย.59 ที่ผ่านมา ศปมผ. ได้สั่งการให้ ศรชล.เขต 3 ทำการตรวจสอบเรือประมงสัญชาติโบลิเวีย จำนวน 9 ลำ ประกอบด้วย เรือ YUTUNA NO.1 เรือ YUTUNA NO.3 เรือ ABUNBANT 1 เรือ ABUNBANT 3 เรือ ABUNBANT 6 เรือ ABUNBANT 9 เรือ ABUNBANT 12 เรือ SHUN LAI และ เรือ SHENG JI QUN 3
ดังนั้น พล.ร.ท.สุรพล คุปตะพันธ์ ผอ.ศรชล.เขต 3/ผบ.ทรภ.3 จึงได้สั่งการให้หน่วยต่างๆ ใน ศรชล.เขต 3 เข้าทำการตรวจสอบ เมื่อ 17 พ.ย.59 ผลการตรวจสอบพบว่ามีเรือจอดอยู่ที่ท่าเรือ จำนวน 7 ลำ ส่วนอีก 2 ลำ คือ เรือ YUTUNA NO.1 นั้น แจ้งประสงค์จะเข้าจอดแต่ไม่ได้เข้าจอด และเรือ SHENG JI QUN 3 ได้ออกเรือไปแล้ว เมื่อ 15 พ.ย.59 เรือทั้งหมดเป็นเรือประมงเบ็ดทูน่า โดยกล่าวอ้างว่ามาจอดเรือเพื่อซ่อมทำตัวเรือ กัปตันเรือส่วนใหญ่เป็นชาวไต้หวัน ลูกเรือเป็นชาวอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ ทุกคนมีเอกสารถูกต้อง พบความผิดของเรือ SHUN LAI และเรือ ABUBANT 9 ที่ไม่รายงานเข้ามาต่อเจ้าท่าภายใน 24 ชม. ซึ่ง สนง.เจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต ได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับในอัตราสูงสุดแล้ว (ลำละ 5,000 บาท)
การตรวจสอบนั้นพบข้อพิรุธเกี่ยวกับทะเบียนเรือที่ระบุเป็นสัญชาติโบลิเวียว่าจะเป็นเอกสารที่ถูกต้องหรือไม่ เนื่องจากเรือแต่ละลำมีลักษณะเอกสารที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้น จึงสั่งการให้ สนง.เจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต ดำเนินการประสานและตรวจสอบกับทางการของประเทศโบลิเวีย ต่อมาในวันที่ 22 พ.ย.59 MCPO.Javier Delgado , Tecnico de Registro , Bolivian International Ship’s Registry ได้แจ้งให้ทราบว่าเรือประมง จำนวน 9 ลำ ไม่ได้จดทะเบียนสัญชาติโบลิเวียหรือมีใบอนุญาตทำการประมงของโบลิเวีย ดังนั้น สนง.เจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต จึงได้รวบรวมหลักฐานและแจ้งความดำเนินคดีกับตัวแทนเจ้าของเรือ จำนวน 3 ราย ประกอบด้วย บริษัท เซี่ยงเฮา จำกัด ( XIANG HAO Co.ltd.) บริษัท ยี้หงส์ ฟิชเชอรรี่ จำกัด(YIHONG Co.ltd.) และ บริษัท ซ่วน หยิง จำกัด (SUANYING Co.ltd.) โดยได้แจ้งความที่ สภ.วิชิต ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต จว.ภูเก็ต ในข้อหากรณีนำเอกสารปลอม มาจดแจ้งการรายงานเข้า - ออกท่าเรือ เป็นความผิดฐานปลอมและเอกสารปลอม โดยแจ้งความอันเป็นเท็จ สำหรับเรือทั้งหมดทั้ง 7 ลำ จะดำเนินการออกจากท่าได้เมื่อเจ้าของเรือมีการนำเอกสารที่ถูกต้องที่ระบุสัญชาติและประเทศที่จดทะเบียนมายืนยัน ปัจจุบันเรือดังกล่าวเปรียบเสมือนเรือไร้สัญชาติ
การดำเนินการของ ศปมผ.ที่มอบหมายให้ ศรชล.เขต 3 ดำเนินการในครั้งนี้ เป็นไปตามแนวทางการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย IUU ตามมาตรการ ณ ท่าเทียบเรือ (Port State Measures) ที่จะต้องมีการตรวจสอบเรือประมงต่างชาติที่ขอเข้าเทียบท่าเทียบเรือของไทยเพื่อให้ง่ายต่อการควบคุม โดยเรือต่างชาติต้องขออนุญาตรัฐเจ้าของท่าก่อนที่จะนำเรือเข้าเทียบท่า และต้องแจ้งข้อมูลต่างๆ รวมถึงข้อมูลทะเบียนเรือ อุปกรณ์จับสัตว์น้ำ และตู้สินค้าแก่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง






