
แนวโน้มราคาทองคำวันจันทร์นี้(28 พ.ย.59)
สรุปสภาวะตลาดทองคำแท่ง วันที่ 25 พฤศจิกายน 2559
สภาวะตลาดวันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,171.21-1,193.21 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 20,150 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 50 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 20,100 บาทต่อบาททองคำ
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.05 น.ของวันที่ 25/11/16)
แนวโน้มวันที่ 28 พฤศจิกายน 2559
ดัชนีดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินพุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดรอบในรอบเกือบ 14 ปี ตามแนวโน้มอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐประเภท 10 ปี ที่พุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2558 ซึ่งได้ดึงดูดเม็ดเงินทุนออกจากตลาดทองคำจนราคาทองคำร่วงลงทดสอบระดับต่ำสุดในรอบ 9 เดือน อย่างไรก็ตาม เมื่อราคาทองคำอ่อนตัวลงเริ่มเห็นแรงซื้อทองคำสูงขึ้น โดยยอดนำเข้าทองคำสุทธิของจีนที่ผ่านทางฮ่องกงพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือนที่ 61.075 ตันในเดือนตุลาคม โดยพุ่งขึ้น 15.8% จาก 52.762 ตันในเดือนกันยายน หลังจากราคาทองดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือนในเดือนตุลาคม ซึ่งจีนเป็นประเทศที่ใช้ทองคำมากที่สุดในโลก ขณะที่อินเดียถือเป็นประเทศที่ใช้ทองคำมากเป็นอันดับสองรองจากจีน มีแนวโน้มที่ผู้ผลิตเครื่องประดับของอินเดียจะเร่งรีบซื้อทองคำเพิ่มขึ้น เนื่องจากกังวลว่ารัฐบาลอินเดียอาจจะออกมาตรการจำกัดการนำเข้าทองคำและอาจจะกำหนดเพดานการถือครองทองคำภายในประเทศ โดยนายกรัฐมนตรีนาเรนดรา โมดีของอินเดียเพิ่มความเข้มงวดในการดำเนินมาตรการต่อต้าน "เงินนอกกฎหมาย" โดยประเมินกันว่าราว 1 ใน 3 ของการซื้อทองคำนี้เป็นการซื้อที่ชำระด้วยเงินนอกกฎหมาย ขณะที่อุปทานเศษทองคำในอินเดียอาจจะดิ่งลง 50% ในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้เพราะว่าภาวะขาดแคลนเงินสด หลังรัฐบาลอินเดียมีคำสั่งยกเลิกธนบัตรมูลค่าสูง เบื้องต้นวายแอลจีประเมินว่าหากมีการดีดตัวขึ้นซึ่งสอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานที่เข้ามาหนุนราคาทองคำ ยังมีโอกาสที่ราคาทองคำจะค่อยๆปรับตัวทดสอบแนวต้านในบริเวณ 1,195-1,203 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาทองคำไม่สามารถผ่านได้ ราคาทองคำอาจอ่อนตัวลงทดสอบแนวรับโซน 1,175-1,171 ดอลลาร์ต่อออนซ์เพื่อสร้างฐานราคาอีกครั้ง
กลยุทธ์การลงทุน ทางวายแอลจีมีมุมมองว่า หากราคาสามารถยืนเหนือบริเวณ 1,171 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างแข็งแกร่ง คาดว่าราคาจะขยับขึ้นทดสอบแนวต้าน อย่างไรก็ตามเมื่อราคาขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,195 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ 1,203 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ยังไม่สามารถผ่านไปได้แนะนำขายทำกำไรบางส่วน แนะนำนักลงทุนเข้าซื้อเมื่อราคามีการย่อตัวเข้าใกล้บริเวณแนวรับ 1,175-1,171 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยหากราคาไม่หลุดแนวรับราคาทองคำยังมีโอกาสค่อยๆขยับขึ้นทดสอบแนวต้านถัดไป แต่หากราคาหลุดโซนดังกล่าวจะปรับตัวลงไปต่อ โดยมีแนวรับถัดไปที่บริเวณ 1,162-1,150 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,171 (19,750บาท) 1,162 (19,600บาท) 1,150 (19,400บาท)
แนวต้าน 1,195 (20,160บาท) 1,203 (20,290บาท) 1,214 (20,480บาท)
ที่มา:บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
กราฟราคาทองคำ
สภาวะตลาดวันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,171.21-1,193.21 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 20,150 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 50 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 20,100 บาทต่อบาททองคำ
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.05 น.ของวันที่ 25/11/16)
แนวโน้มวันที่ 28 พฤศจิกายน 2559
ดัชนีดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินพุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดรอบในรอบเกือบ 14 ปี ตามแนวโน้มอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐประเภท 10 ปี ที่พุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2558 ซึ่งได้ดึงดูดเม็ดเงินทุนออกจากตลาดทองคำจนราคาทองคำร่วงลงทดสอบระดับต่ำสุดในรอบ 9 เดือน อย่างไรก็ตาม เมื่อราคาทองคำอ่อนตัวลงเริ่มเห็นแรงซื้อทองคำสูงขึ้น โดยยอดนำเข้าทองคำสุทธิของจีนที่ผ่านทางฮ่องกงพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือนที่ 61.075 ตันในเดือนตุลาคม โดยพุ่งขึ้น 15.8% จาก 52.762 ตันในเดือนกันยายน หลังจากราคาทองดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือนในเดือนตุลาคม ซึ่งจีนเป็นประเทศที่ใช้ทองคำมากที่สุดในโลก ขณะที่อินเดียถือเป็นประเทศที่ใช้ทองคำมากเป็นอันดับสองรองจากจีน มีแนวโน้มที่ผู้ผลิตเครื่องประดับของอินเดียจะเร่งรีบซื้อทองคำเพิ่มขึ้น เนื่องจากกังวลว่ารัฐบาลอินเดียอาจจะออกมาตรการจำกัดการนำเข้าทองคำและอาจจะกำหนดเพดานการถือครองทองคำภายในประเทศ โดยนายกรัฐมนตรีนาเรนดรา โมดีของอินเดียเพิ่มความเข้มงวดในการดำเนินมาตรการต่อต้าน "เงินนอกกฎหมาย" โดยประเมินกันว่าราว 1 ใน 3 ของการซื้อทองคำนี้เป็นการซื้อที่ชำระด้วยเงินนอกกฎหมาย ขณะที่อุปทานเศษทองคำในอินเดียอาจจะดิ่งลง 50% ในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้เพราะว่าภาวะขาดแคลนเงินสด หลังรัฐบาลอินเดียมีคำสั่งยกเลิกธนบัตรมูลค่าสูง เบื้องต้นวายแอลจีประเมินว่าหากมีการดีดตัวขึ้นซึ่งสอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานที่เข้ามาหนุนราคาทองคำ ยังมีโอกาสที่ราคาทองคำจะค่อยๆปรับตัวทดสอบแนวต้านในบริเวณ 1,195-1,203 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาทองคำไม่สามารถผ่านได้ ราคาทองคำอาจอ่อนตัวลงทดสอบแนวรับโซน 1,175-1,171 ดอลลาร์ต่อออนซ์เพื่อสร้างฐานราคาอีกครั้ง
กลยุทธ์การลงทุน ทางวายแอลจีมีมุมมองว่า หากราคาสามารถยืนเหนือบริเวณ 1,171 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างแข็งแกร่ง คาดว่าราคาจะขยับขึ้นทดสอบแนวต้าน อย่างไรก็ตามเมื่อราคาขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,195 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ 1,203 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ยังไม่สามารถผ่านไปได้แนะนำขายทำกำไรบางส่วน แนะนำนักลงทุนเข้าซื้อเมื่อราคามีการย่อตัวเข้าใกล้บริเวณแนวรับ 1,175-1,171 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยหากราคาไม่หลุดแนวรับราคาทองคำยังมีโอกาสค่อยๆขยับขึ้นทดสอบแนวต้านถัดไป แต่หากราคาหลุดโซนดังกล่าวจะปรับตัวลงไปต่อ โดยมีแนวรับถัดไปที่บริเวณ 1,162-1,150 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,171 (19,750บาท) 1,162 (19,600บาท) 1,150 (19,400บาท)
แนวต้าน 1,195 (20,160บาท) 1,203 (20,290บาท) 1,214 (20,480บาท)
ที่มา:บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
กราฟราคาทองคำ






