thansettakij
thansettakij
ททท.ปรับจัดกิจกรรมไฮไลต์Q1 โยกตรุษจีนเยาวราชมาสวนลุมฯต่อยอดเทศกาลเที่ยวไทย

ททท.ปรับจัดกิจกรรมไฮไลต์Q1 โยกตรุษจีนเยาวราชมาสวนลุมฯต่อยอดเทศกาลเที่ยวไทย

30 พ.ย. 59 | 08:00 น.
ททท.ปรับกิจกรรมไฮไลต์ท่องเที่ยวไตรมาสแรก สอดรับบรรยากาศประเทศ ย้ายงานตรุษจีนจากเยาวราชรวมเทศกาลเที่ยวเมืองไทยที่สวนลุมพินีดันรายได้โต 10% “กอบกาญจน์” มั่นใจเป้าปีนี้แตะ 2.4 ล้านล้านบาท

นายยุทธศักดิ์ สุภสรผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"ว่าการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวของททท.ในช่วงสิ้นปีนี้ต่อเนื่องไปถึงไตรมาสแรกของปีหน้าจะเน้นรูปแบบกิจกรรมรื่นเริงต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์และเข้ากับบรรยากาศของประเทศ โดยนอกจากการจัดงานเคาต์ดาวน์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ " แสงเทียนแห่งสยาม" แล้ว ยังจะจัดการจัดกิจกรรมใหญ่ เทศกาลเที่ยวเมืองไทย และเทศกาลตรุษจีน โดยจะปรับให้เหมาะสมกับสถานการณ์

ทั้งนี้การจัดงานเทศกาลตรุษจีน ที่จะเริ่มในวันที่ 28 มกราคม 2560 ในกรุงเทพฯ ที่มีพื้นที่ไฮไลต์ คือเทศกาลตรุษจีนไชน่า ทาวน์ ถนนเยาวราช ขณะนี้ททท.ได้หารือกับสมาคมและผู้ประกอบการในพื้นที่ แล้วว่า ในช่วงดังกล่าวจะไม่มีการจัดงานตรุษจีนที่เยาวราช แต่จะมีการย้ายสถานที่จัดงานไปอยู่ภายในสวนลุมพินีซึ่งจะมีพิธีเปิดงานในวันที่ 28 มกราคม 2560 ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับการจัดงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2560 ที่จะจัดงานในวันที่ 25-29 มกราคมนี้
อย่างไรก็ดีรูปแบบการจัดเทศกาลตรุษจีน ภายในสวนลุมพินี ยังคงได้รับความร่วมมือจากกระทรวงวัฒนธรรมจีนในการจัดส่งการแสดงแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม จำนวน 10 ชุดเข้ามาจัดแสดงเหมือนเดิม มีการแสดงวัฒนธรรมไทย แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไทย-จีน รวมไปถึงการจัดถนนอาหาร มีอาหารและสินค้าเด่นในพื้นที่เยาวราช มาออกร้านภายในงานนี้ด้วย เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมสนุกกับกิจกรรมต่างๆ ขณะที่การจัดงานตรุษจีนในเมืองท่องเที่ยวต่างๆ ก็ยังคงจัดเหมือนเดิม

สำหรับการจัดงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทยซึ่งเป็นเทศกาลรวมของดีของเมืองไทยมาไว้ในงานเดียวกัน เปิดให้เข้าชมฟรี เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวในเมืองท่องเที่ยวต่างๆ ซึ่งจะจัดในวันที่ 25-29 มกราคมนี้ จุดเด่นภายในไม่เพียงจะเป็นงานที่รวมสุดยอดของดีจากทั่วไทยมาให้เที่ยวชมและเลือกซื้อหาเท่านั้น ยังมีการนำเสนอแลนด์มาร์กด้านการท่องเที่ยวในภูมิภาคต่างๆ และของที่หาชมได้ยากมานำเสนอการแสดงด้านวัฒนธรรมจากแต่ละภาค รวมถึงหมู่บ้าน 5 ภาค

"การจัดเทศกาลเที่ยวเมืองไทยในปีหน้า ตั้งเป้าหมายว่าจะมีผู้เข้าชมงานเพิ่มขึ้น 10% จากการจัดงานเมื่อครั้งที่ผ่านเมื่อวันที่13-17 มกราคม2559 ที่มีผู้เข้าชมงานอยู่ที่671,411คนมียอดเงินสะพัดในงานจำนวน 309.7 ล้านบาท"
นอกจากนี้ททท.ยังคาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์ท่องเที่ยวในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ซึ่งผลจากการวิเคราะห์ทำให้ยังคงมั่นว่า ตลอดทั้งปี2559 ประเทศไทยจะยังมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ 33.1 ล้านคน เพิ่มขึ้น10.62% มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อทริปอยู่ที่ 5.06 หมื่นบาท เพิ่มขึ้น3.92% สร้างรายได้ 1.67 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น14.95% (ตารางประกอบ) หากรวมกับรายได้จากการเดินทางเที่ยวในประเทศของคนไทย ก็ยังมั่นใจการท่องเที่ยวของประเทศไทยจะสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 2.4 ล้านล้านบาทส่วนแนวโน้มการท่องเที่ยวของไทยในปีหน้า ททท.ก็ยังมั่นใจว่าการเติบโตของการท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้น10% จากปี2559 โดยททท.จะยังคงเน้นการดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพเป็นสำคัญ นายยุทธศักดิ์ กล่าว

ด้านนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่าเป็นที่ชัดเจนว่า ประเทศไทยยังมีนักท่องเที่ยวเติบโตตาม เป้าหมายของปี 2559 คือ มีรายได้จากการท่องเที่ยว 2.4 ล้านล้านบาท ภายในสิ้นปี จากตัวเลขชัดเจนว่าการปราบ "ทัวร์ผิดกฎหมาย" ส่งผลดีต่อการเติบโตของการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพที่ไทยตั้งเป้าหมายไว้ ขณะที่สถิตินักท่องเที่ยวสะสม นับแต่เดือน มกราคม-ตุลาคม 2559 พบว่าประเทศไทย มีการใช้จ่ายต่อหัวสูงขึ้นอย่างชัดเจน โดยเรียงลำดับได้แก่ จีน เป็นอันดับที่ 1 ไทยได้รายได้จากการใช้จ่าย คือ 391,507 ล้านบาท อันดับ 2 คือ มาเลเซีย 74,804 ล้านบาท อันดับ 3 คือ รัสเซีย 64,328 ล้านบาท สำหรับตัวเลขจำนวนนักท่องเที่ยว ภาพรวมพบว่า ยังมี นักท่องเที่ยวจีน เป็นอันดับ 1 และ มีมาเลเซีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และ สปป.ลาว ตามมาเป็นลำดับ

"ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-20 พฤศจิกายน มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาเที่ยวไทยแล้ว 8 ล้านคน คาดว่าตลอดทั้งปีจะอยู่ที่ 9.1-9.2 ล้านคน ขณะนี้มีสัญญาณบวกว่าไทยกำลังเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงคุณภาพอย่างเห็นได้ชัด ส่วนหนึ่งเป็นเพราะรัฐบาลมีความเอาจริงในการปราบปรามปัญหาทัวร์จีน ทำให้เกิดเป็นปัจจัยบวกในการสกัดกรองนักท่องเที่ยวที่ตั้งใจมาซื้อของไทยและอุดหนุนรายได้ให้ประเทศไทยอย่างแท้จริง ส่งผลดีต่อดัชนีอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในระยะสั้นและระยะยาวได้อย่างแน่นนอน โดยต่อไปไทยจะไม่เรียกว่า "ทัวร์ศูนย์เหรียญ"แล้วเพราะประเทศไทยจะมีแต่ ทัวร์ถูกกฎหมาย และทัวร์ผิดกฎหมาย เท่านั้น โดยใครเคยทำผิดไว้ แก้ไขให้ถูกต้อง" นางกอบกาญจน์ กล่าวทิ้งท้าย

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,213 วันที่ 27 - 30 พฤศจิกายน 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • business