
แนวโน้มราคาทองคำวันพรุ่งนี้(22 พ.ย.59)
สรุปสภาวะตลาดทองคำแท่ง วันที่ 21 พฤศจิกายน 2559
สภาวะตลาดวันที่ 21 พฤศจิกายน 2559 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,205.36-1,217.05 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 20,450 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 100 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 20,350 บาทต่อบาททองคำ
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.11 น.ของวันที่ 21/11/16)
แนวโน้มวันที่ 22 พฤศจิกายน 2559
คณะกรรมการการค้าสัญญาล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์ของสหรัฐ (CFTC) รายงานว่า นักเก็งกำไรปรับลดสถานะซื้อในการลงทุนดอลลาร์ลงในช่วงสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 15 พฤศจิกายน เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรออกมาหลังจากปรับเพิ่มสถานะซื้อสุทธิในดอลลาร์มานาน 7 สัปดาห์ติดต่อกัน การปรับสถานะในการลงทุนลงแสดงให้เห็นถึงความระมัดระวังมากขึ้นเพื่อรอดูความชัดเจนเกี่ยวกับแผนปรับลดภาษีและแผนงบใช้จ่ายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ แม้สถานการณ์ดังกล่าวจะเพิ่มแรงซื้อเข้าสูตลาดทองคำแต่ราคาทองคำก็ดีดตัวขึ้นไปได้ไม่ไกล เพราะดัชนีดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินเคลื่อนตัวใกล้จุดสูงสุดรอบ 13 ปีครึ่งในต้นสัปดาห์นี้ นักลงทุนในตลาดจะมุ่งความสนใจไปยังประเด็นที่ว่า รัฐบาลชุดใหม่ของสหรัฐภายใต้การนำของนายทรัมป์ จะส่งผลกระทบอย่างไรบ้างต่อตลาดเงิน ตลาดทุน และการเมืองซึ่งรวมถึงข่าวที่ว่าใครจะได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีคลัง, รัฐมนตรีต่างประเทศ และรัฐมนตรีอื่นๆ ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจและการค้าโลก หากคณะผู้บริหารสหรัฐชุดใหม่ของนายทรัมป์ ใช้การแข็งค่าของดอลลาร์ เป็นข้ออ้างในการดำเนินมาตรการกีดกันทางการค้าต่อประเทศในเอเชีย ซึ่งเป็นเรื่องยากที่จะประเมินว่า สิ่งใดบ้างที่นายทรัมป์เคยกล่าวถึงในช่วงหาเสียงเลือกตั้งที่จะออกมาเป็นนโยบายจริง ส่งผลให้นักลงทุนรอความชัดเจนจากประเด็นดังกล่าวเพื่อใช้คาดการณ์ทิศทางดอลลาร์และราคาทองคำ จึงส่งผลให้ราคาทองคำในระยะสั้นกลับมาเคลื่อนไหวในกรอบ ประกอบกับปริมาณการซื้อขายในตลาดทองคำอาจจะอยู่ในระดับต่ำในสัปดาห์นี้ เนื่องจากตลาดเงิน ตลาดทุนของสหรัฐจะปิดทำการในวันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายนนี้ เนื่องในวันขอบคุณพระเจ้าและจะปิดทำการเร็วกว่าปกติในวันศุกร์
กลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีแนะนำ สำหรับผู้ที่ไม่มีทองคำในมือและรับความเสี่ยงได้ เบื้องต้นหากราคาสามารถยืนเหนือแนวรับแรกได้อย่างแข็งแกร่ง แนะนำนักลงทุนเข้าซื้อเก็งกำไร โดยควรรอราคาอ่อนลงแล้วค่อยเข้าซื้อในบริเวณแนวรับที่ 1,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาหลุดโซนแนวรับดังกล่าวให้ชะลอการลงทุนออกไปในบริเวณแนวรับถัดไปที่ระดับ 1,194-1,185 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในขณะที่นักลงทุนที่มีทองคำในมือ ให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวหรือบริเวณแนวต้าน 1,221-1,233 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แล้วรอไปซื้อคืนบริเวณแนวรับสำคัญ และ ควรพิจารณาการกลับมาแข็งค่าของเงินบาทในระยะสั้น ซึ่งจะกดดันราคาทองคำภายในประเทศหลังจากค่าเงินบาทในช่วงก่อนหน้าอ่อนค่าค่อนข้างมาก
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,200 (20,140บาท) 1,194 (20,040บาท) 1,185 (19,890บาท)
แนวต้าน 1,221 (20,500บาท) 1,233 (20,700บาท) 1,241 (20,840บาท)
ที่มา:บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
กราฟราคาทองคำ
สภาวะตลาดวันที่ 21 พฤศจิกายน 2559 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,205.36-1,217.05 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 20,450 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 100 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 20,350 บาทต่อบาททองคำ
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.11 น.ของวันที่ 21/11/16)
แนวโน้มวันที่ 22 พฤศจิกายน 2559
คณะกรรมการการค้าสัญญาล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์ของสหรัฐ (CFTC) รายงานว่า นักเก็งกำไรปรับลดสถานะซื้อในการลงทุนดอลลาร์ลงในช่วงสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 15 พฤศจิกายน เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรออกมาหลังจากปรับเพิ่มสถานะซื้อสุทธิในดอลลาร์มานาน 7 สัปดาห์ติดต่อกัน การปรับสถานะในการลงทุนลงแสดงให้เห็นถึงความระมัดระวังมากขึ้นเพื่อรอดูความชัดเจนเกี่ยวกับแผนปรับลดภาษีและแผนงบใช้จ่ายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ แม้สถานการณ์ดังกล่าวจะเพิ่มแรงซื้อเข้าสูตลาดทองคำแต่ราคาทองคำก็ดีดตัวขึ้นไปได้ไม่ไกล เพราะดัชนีดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินเคลื่อนตัวใกล้จุดสูงสุดรอบ 13 ปีครึ่งในต้นสัปดาห์นี้ นักลงทุนในตลาดจะมุ่งความสนใจไปยังประเด็นที่ว่า รัฐบาลชุดใหม่ของสหรัฐภายใต้การนำของนายทรัมป์ จะส่งผลกระทบอย่างไรบ้างต่อตลาดเงิน ตลาดทุน และการเมืองซึ่งรวมถึงข่าวที่ว่าใครจะได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีคลัง, รัฐมนตรีต่างประเทศ และรัฐมนตรีอื่นๆ ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจและการค้าโลก หากคณะผู้บริหารสหรัฐชุดใหม่ของนายทรัมป์ ใช้การแข็งค่าของดอลลาร์ เป็นข้ออ้างในการดำเนินมาตรการกีดกันทางการค้าต่อประเทศในเอเชีย ซึ่งเป็นเรื่องยากที่จะประเมินว่า สิ่งใดบ้างที่นายทรัมป์เคยกล่าวถึงในช่วงหาเสียงเลือกตั้งที่จะออกมาเป็นนโยบายจริง ส่งผลให้นักลงทุนรอความชัดเจนจากประเด็นดังกล่าวเพื่อใช้คาดการณ์ทิศทางดอลลาร์และราคาทองคำ จึงส่งผลให้ราคาทองคำในระยะสั้นกลับมาเคลื่อนไหวในกรอบ ประกอบกับปริมาณการซื้อขายในตลาดทองคำอาจจะอยู่ในระดับต่ำในสัปดาห์นี้ เนื่องจากตลาดเงิน ตลาดทุนของสหรัฐจะปิดทำการในวันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายนนี้ เนื่องในวันขอบคุณพระเจ้าและจะปิดทำการเร็วกว่าปกติในวันศุกร์
กลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีแนะนำ สำหรับผู้ที่ไม่มีทองคำในมือและรับความเสี่ยงได้ เบื้องต้นหากราคาสามารถยืนเหนือแนวรับแรกได้อย่างแข็งแกร่ง แนะนำนักลงทุนเข้าซื้อเก็งกำไร โดยควรรอราคาอ่อนลงแล้วค่อยเข้าซื้อในบริเวณแนวรับที่ 1,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาหลุดโซนแนวรับดังกล่าวให้ชะลอการลงทุนออกไปในบริเวณแนวรับถัดไปที่ระดับ 1,194-1,185 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในขณะที่นักลงทุนที่มีทองคำในมือ ให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวหรือบริเวณแนวต้าน 1,221-1,233 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แล้วรอไปซื้อคืนบริเวณแนวรับสำคัญ และ ควรพิจารณาการกลับมาแข็งค่าของเงินบาทในระยะสั้น ซึ่งจะกดดันราคาทองคำภายในประเทศหลังจากค่าเงินบาทในช่วงก่อนหน้าอ่อนค่าค่อนข้างมาก
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,200 (20,140บาท) 1,194 (20,040บาท) 1,185 (19,890บาท)
แนวต้าน 1,221 (20,500บาท) 1,233 (20,700บาท) 1,241 (20,840บาท)
ที่มา:บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
กราฟราคาทองคำ






