thansettakij
thansettakij
XO เผยผลงาน 9 เดือนรายได้โตกว่า 18%

XO เผยผลงาน 9 เดือนรายได้โตกว่า 18%

21 พ.ย. 59 | 06:50 น.
อัปเดตล่าสุด :21 พ.ย. 59 | 13:50 น.
นายจิตติพร จันทรัช กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด จำกัด (มหาชน) หรือ XO ผู้ส่งออกรายใหญ่ในผลิตภัณฑ์ซอสปรุงรสและน้ำจิ้มต่างๆ เปิดเผยถึงกลยุทธ์ในช่วงที่เหลือของปีนี้และในปีหน้าว่า บริษัทฯ จะยังคงมุ่งเน้นการเจาะตลาดลูกค้ากลุ่มใหม่ๆเพิ่มเติม โดยตั้งเป้าหมายหาตัวแทนจำหน่ายสินค้าที่มีความแข็งแกร่ง ผลักดันให้ยอดขายเติบโตอย่างโดดเด่นได้ รวมทั้ง เพิ่มความหลากหลายของสินค้าใหม่ที่วางจำหน่าย โดยในช่วงที่ผ่านมาก็ได้รับผลตอบรับที่ดี อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ คาดว่าโรงงานแห่งที่ 2 ที่นิคมอมตะซิตี้ จ.ระยอง จะแล้วเสร็จและเริ่มเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ในเดือนธันวาคมปีนี้ โดยจะเห็นผลการเปลี่ยนแปลงชัดเจนในไตรมาส 1 – 2 ของปี 2560 เป็นต้นไป

จึงเชื่อมั่นว่า จากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นกว่าเดิมอีกเท่าตัว ในการผลิตสินค้าประเภทซอสปรุงรสและน้ำจิ้ม รวมทั้ง การลดค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากโรงงานแห่งที่ 2 ในปีนี้ จะสนับสนุนให้ยอดขายของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นในทิศทางเดียวกันและต่อเนื่องในอนาคต

ทั้งนี้ ผลประกอบการงวดประจำไตรมาส 3/2559 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายสินค้า 199.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 3/2558 ที่ 21.59 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 12.12 โดยสาเหตุหลักเกิดจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายสินค้าในกลุ่มเครื่องดื่ม จากวัตถุดิบธรรมชาติ สำหรับกำไรสุทธิอยู่ที่ 10.03 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 61.08 จากงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 25.77 ล้านบาท โดยสาเหตุหลักมาจากการลดลงของอัตรากำไรขั้นต้น เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนร้อย ละ 24.80 โดยมีสาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายก่อนเริ่มดำเนินการในโรงงานแห่งที่ 2 ค่าเช่าคลังสินค้า และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน รวมทั้งค่าใช่จ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคล ซึ่งเกิดจากการที่บริษัทฯ ได้ขอยกเลิกการส่งเสริมการลงทุนสำหรับการผลิตในโรงงานที่นิคมอุตสาหกรรมแหลม ฉบังในไตรมาส 2/2559

สำหรับผลประกอบการงวด 9 เดือนของปี 2559 มีรายได้จากการขายสินค้าอยู่ที่ 655.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 101.34 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 18.29 ล้านบาท โดยสาเหตุหลักเกิดจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายสินค้าในกลุ่มซอสปรุงรสและ น้ำจิ้มต่างๆ และกลุ่มเครื่องดื่มจากวัตถุดิบธรรมชาติ สำหรับกำไรสุทธิอยู่ที่ 74.74 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 2.12 จากงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 76.36 ล้านบาทโดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่าง ประเทศ และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคล ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายสินค้าอยู่ที่ร้อยละ 32.99 เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายสินค้าร้อย ละ 31.13 สาเหตุหลักเกิดจากการอ่อนค่าของสกุลเงินบาท