
ทุนสิงคโปร์จับมือสยามพิวรรธน์ ผุด‘เจมีส์ฯ’อิตาเลียนฟูดแห่งแรก
สยามพิวรรธน์จับมือโฮเต็ล พร็อพเพอร์ตีส์ฯ สิงคโปร์ ปักหมุด "เจมีส์อิตาเลียน" แฟรนไชส์ดังจากแดนผู้ดีสาขาแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สยามดิสคัฟเวอรี่
นางสาว ซาร่า สมิธ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท สยาม เจไอ จำกัด ผู้บริหารร้านอาหาร "เจมีส์อิตาเลียน" เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า บริษัท สยาม เจ ไอเกิดขึ้นจากการร่วมทุนระหว่างบริษัทโฮเต็ล พร็อพเพอร์ตีส์ ลิมิเต็ด ประเทศสิงคโปร์ เจ้าของแฟรนไชส์ร้านเจมีส์ อิตาเลี่ยน ในสิงคโปร์ และ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ เพื่อเปิดให้บริการร้านเจมีส์อิตาเลียน ร้านอาหารอิตาเลียนแห่งแรกในประเทศไทยที่ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ รองรับกลุ่มผู้บริโภคทั้งชาวไทยและต่างชาติที่ชอบอาหารอิตาเลี่ยน
ร้านเจมีส์อิตาเลียน เป็นร้านที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศอังกฤษ เปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2551 ปัจจุบันมีสาขารวม 67 แห่งทั่วโลก แบ่งเป็นสาขาในอังกฤษ 42 แห่ง และประเทศอื่นๆ 25 แห่ง ทั้งใน ออสเตรเลีย ดูไบ บราซิล รวมถึงในเอเชีย ซึ่งเปิดให้บริการสาขาแรกที่สิงคโปร์ ก่อนที่จะขยายไปที่ฮ่องกง บาหลี และไต้หวันเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา และจะเปิดให้บริการในเมืองไทยในปลายเดือนพฤศจิกายนที่สยามดิสคัฟเวอรี่นั่นเอง
"เจมีส์ฯ สยามดิสคัฟเวอรี่ ถือเป็นร้านสาขาแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้ต้องเลือกเฟ้นทำเลที่ดีที่สุด โดยเฉพาะในย่านช้อปปิ้งใจกลางเมือง เพื่อให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายหลักของเจมีส์ฯ ซึ่งเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นอย่างดี และเชื่อว่าผู้บริโภคคนไทยที่ชื่นชอบอาหารอิตาเลียนจะต้องชอบเมื่อได้ลิ้มลอง"
จุดเด่นของร้านเจมีส์ฯ คือ มาตรการด้านคุณภาพอาหารและการบริการ เพราะอาหารอิตาเลี่ยนจะต้องถูกปรุงในรูปแบบคลาสสิก โดยไฮไลต์จะเป็นเส้นพาสต้าสด ที่ต้องทำแบบวันต่อวัน พิซซ่า ไก่อัลมาโทนี (Chicken Al Mattone) อาหารจากแคว้นทัสคานี่ รวมถึง มอสซาเรลลาชีส เพโคริโนชีส แยมพริก พริกเขียวดอง มะกอกดำจากกาเอตา ลูกเคเปอร์ และผักสลัดสดกรอบ พร้อมพริก มะนาว และใบสะระแหน่ ที่คออิตาเลียนสไตล์พลาดไม่ได้ อีกจุดสำคัญคือเรื่องของการตกแต่งร้าน ซึ่งจะเน้นบรรยากาศสนุกสนาน ด้วยการผสมผสานรสนิยม กับดีไซน์ที่โดดเด่นระหว่างโต๊ะไม้ โต๊ะสังกะสีสไตล์อินดัสเตรียมลุค เก้าอี้เลานจ์สไตล์วินเทจ กับกระเบื้องลายดอกไม้แฮนด์เมด และงานกราฟิกแสง สี ทำให้ที่นี่เป็นทั้งร้านอาหาร และแหล่งแฮงเอาต์ที่มีความลงตัวอย่างมาก
อย่างไรก็ดี การแข่งขันของธุรกิจร้านอาหารในย่านสยาม ถือว่ามีความดุเดือดและรุนแรงอย่างมาก เพราะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเดินทางเข้ามาจำนวนมาก และมีร้านอาหารนานาชาติทุกระดับเปิดให้บริการ แต่ก็ยังพบว่า ร้านอาหารต้นตำรับที่มีรสชาติดั้งเดิมยังมีจำนวนน้อย ทำให้เป็นโอกาสในการเข้ามาขยายการลงทุนในเมืองไทยของเจมีส์อิตาเลียนนั่นเอง
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,211 วันที่ 20 - 23 พฤศจิกายน 2559
นางสาว ซาร่า สมิธ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท สยาม เจไอ จำกัด ผู้บริหารร้านอาหาร "เจมีส์อิตาเลียน" เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า บริษัท สยาม เจ ไอเกิดขึ้นจากการร่วมทุนระหว่างบริษัทโฮเต็ล พร็อพเพอร์ตีส์ ลิมิเต็ด ประเทศสิงคโปร์ เจ้าของแฟรนไชส์ร้านเจมีส์ อิตาเลี่ยน ในสิงคโปร์ และ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ เพื่อเปิดให้บริการร้านเจมีส์อิตาเลียน ร้านอาหารอิตาเลียนแห่งแรกในประเทศไทยที่ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ รองรับกลุ่มผู้บริโภคทั้งชาวไทยและต่างชาติที่ชอบอาหารอิตาเลี่ยน
ร้านเจมีส์อิตาเลียน เป็นร้านที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศอังกฤษ เปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2551 ปัจจุบันมีสาขารวม 67 แห่งทั่วโลก แบ่งเป็นสาขาในอังกฤษ 42 แห่ง และประเทศอื่นๆ 25 แห่ง ทั้งใน ออสเตรเลีย ดูไบ บราซิล รวมถึงในเอเชีย ซึ่งเปิดให้บริการสาขาแรกที่สิงคโปร์ ก่อนที่จะขยายไปที่ฮ่องกง บาหลี และไต้หวันเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา และจะเปิดให้บริการในเมืองไทยในปลายเดือนพฤศจิกายนที่สยามดิสคัฟเวอรี่นั่นเอง
"เจมีส์ฯ สยามดิสคัฟเวอรี่ ถือเป็นร้านสาขาแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้ต้องเลือกเฟ้นทำเลที่ดีที่สุด โดยเฉพาะในย่านช้อปปิ้งใจกลางเมือง เพื่อให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายหลักของเจมีส์ฯ ซึ่งเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นอย่างดี และเชื่อว่าผู้บริโภคคนไทยที่ชื่นชอบอาหารอิตาเลียนจะต้องชอบเมื่อได้ลิ้มลอง"
จุดเด่นของร้านเจมีส์ฯ คือ มาตรการด้านคุณภาพอาหารและการบริการ เพราะอาหารอิตาเลี่ยนจะต้องถูกปรุงในรูปแบบคลาสสิก โดยไฮไลต์จะเป็นเส้นพาสต้าสด ที่ต้องทำแบบวันต่อวัน พิซซ่า ไก่อัลมาโทนี (Chicken Al Mattone) อาหารจากแคว้นทัสคานี่ รวมถึง มอสซาเรลลาชีส เพโคริโนชีส แยมพริก พริกเขียวดอง มะกอกดำจากกาเอตา ลูกเคเปอร์ และผักสลัดสดกรอบ พร้อมพริก มะนาว และใบสะระแหน่ ที่คออิตาเลียนสไตล์พลาดไม่ได้ อีกจุดสำคัญคือเรื่องของการตกแต่งร้าน ซึ่งจะเน้นบรรยากาศสนุกสนาน ด้วยการผสมผสานรสนิยม กับดีไซน์ที่โดดเด่นระหว่างโต๊ะไม้ โต๊ะสังกะสีสไตล์อินดัสเตรียมลุค เก้าอี้เลานจ์สไตล์วินเทจ กับกระเบื้องลายดอกไม้แฮนด์เมด และงานกราฟิกแสง สี ทำให้ที่นี่เป็นทั้งร้านอาหาร และแหล่งแฮงเอาต์ที่มีความลงตัวอย่างมาก
อย่างไรก็ดี การแข่งขันของธุรกิจร้านอาหารในย่านสยาม ถือว่ามีความดุเดือดและรุนแรงอย่างมาก เพราะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเดินทางเข้ามาจำนวนมาก และมีร้านอาหารนานาชาติทุกระดับเปิดให้บริการ แต่ก็ยังพบว่า ร้านอาหารต้นตำรับที่มีรสชาติดั้งเดิมยังมีจำนวนน้อย ทำให้เป็นโอกาสในการเข้ามาขยายการลงทุนในเมืองไทยของเจมีส์อิตาเลียนนั่นเอง
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,211 วันที่ 20 - 23 พฤศจิกายน 2559






