thansettakij
thansettakij
ส. ขอนแก่นส่ง 2 แบรนด์ใหม่เจาะตลาดอาหารจานด่วน

ส. ขอนแก่นส่ง 2 แบรนด์ใหม่เจาะตลาดอาหารจานด่วน

23 พ.ย. 59 | 03:00 น.
ส. ขอนแก่น เปิดเกมรุกตลาด QSR ชู 2 แบรนด์ "แซ่บ คลาสสิก - ขาหมูยูนนาน" หัวหอกทำตลาด ไฟเขียวแผนลงทุนเอง-แฟรนไชส์ เผย 9 เดือนทำรายได้เฉียด 2,000 ล้านบาท โกยกำไร 60 ล้านบาท

นายเจริญ รุจิราโสภณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ส. ขอนแก่นฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารแปรรูปจากเนื้อสัตว์ เปิดเผยว่า นโยบายของบริษัทในปีหน้าจะรุกขยายธุรกิจร้านอาหารบริการด่วน (QSR) ภายใต้แบรนด์แซ่บ คลาสสิกและร้านข้าวขาหมูยูนนาน ให้เติบโตแบบก้าวกระโดด โดยดึงผู้บริหารมืออาชีพเข้ามาเสริมทัพสร้างความแข็งแกร่งพร้อมลงทุนระบบเทคโนโลยีการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับแผนงานการรุกขยายสาขาทั้งในไทยและต่างประเทศ ซึ่งมีทั้งรูปแบบที่บริษัท เป็นผู้ลงทุนเอง และการเปิดขายแฟรนไชส์ให้แก่ผู้ที่สนใจเข้ามาลงทุนเปิดร้านเพิ่มเติม

ร้านแซ่บ คลาสสิก จะขยายสาขาเพิ่มขึ้น 4 แห่ง จากปัจจุบันที่มีอยู่ 8 แห่ง แบ่งเป็นการลงทุนของบริษัทเอง 2 แห่ง และของแฟรนไชส์ 2 แห่ง นอกจากนี้ยังมีแผนย้ายสาขาไปยังทำเลที่มีศักยภาพ เช่น การย้ายสาขาสีลมไปเปิดที่ศูนย์การค้า ดิเอ็มควอเทียร์ และเพิ่มเมนูอาหารไทยที่ได้รับความนิยมจากลูกค้าคนไทยและชาวต่างชาติเพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ลูกค้า เช่น เมนูแกงมัสมั่น ผัดไท ซึ่งส่งผลให้มียอดขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้นเท่าตัว

ขณะที่ร้านข้าวขาหมูยูนนานบริษัทจะเน้นเปิดร้านขนาดเล็กในรูปแบบการขายแฟรนไชส์ที่ใช้เงินลงทุน 8.9 หมื่นบาท เพื่อรุกเข้าสู่แหล่งชุมชนรองรับแผนขยายธุรกิจ พร้อมปรับเปลี่ยนสาขาเดิมที่มีอยู่ 32 แห่งให้เป็นรูปแบบแฟรนไชส์ทั้งหมด และเพิ่มเมนูอาหารใหม่ ๆ ให้มีความหลากหลาย เช่น ติ่มซำ เมนูเกี่ยวกับผักต่างๆ เป็นต้น โดยในไตรมาส 4 นี้ บริษัทจะขยายสาขาในรูปแบบแฟรนไชส์ที่ประเทศ สปป.ลาว เพิ่มขึ้นอีก 1 แห่ง และกัมพูชาอีก 2 แห่ง ส่งผลให้จนถึงสิ้นปีนี้จะมีร้านข้าวขาหมูยูนนานในไทยและต่างประเทศทั้งสิ้น 35 แห่ง

สำหรับผลประกอบการของบริษัทใน 9 เดือนที่ผ่านมา (มกราคม – กันยายน 2559) มีรายได้ 1,950 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.8% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 1,740 ล้านบาท โดยมีปัจจัยมาจากกลุ่มอาหารพื้นเมือง อาหารแช่แข็งพร้อมรับประทาน และกลุ่มร้านอาหารบริการด่วนที่เติบโตได้ดี มีกำไรสุทธิ 60.15 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 84.25 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านการขายและการบริหารที่เพิ่มขึ้น

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,211 วันที่ 20 - 23 พฤศจิกายน 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • business