
ททท.มั่นใจทัวริสต์ 33 ล.สิ้นปีเร่งดันไทยเที่ยวไทย
“ยุทธศักดิ์”มั่นใจทัวริสต์ต่างชาติเที่ยวไทยตลอดทั้งปีนี้ยังเติบโต 10% โดยจะมีจำนวนร่วม 33 ล้านคน แต่รับไทยเที่ยวไทยโตต่ำกว่าเป้า 1% เร่งเครื่องจัดกิจกรรม เพิ่มยอด 2.5 แสนคน ร้อยเรียงเส้นทางเที่ยวตามรอยพระบาท ทั้งหารือบริษัทนำเที่ยวและสายการบิน เสนอขายแพ็คเกจ “ก้าวแรกสู่ 9 ที่ยิ่งใหญ่” พร้อมให้สำนักงานในจีนประสานซีทริป และอารีทริปบั้มพ์เอฟไอทีจีน 1 แสนคนเที่ยวไทย
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า จากการประเมินสถานการณ์ท่องเที่ยวของประเทศไทยในปีนี้ โดยใช้สถิตินักท่องเที่ยวในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ (มกราคม-กันยายน2559) ของกรมการท่องเที่ยว รวมกับการคาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์ท่องเที่ยวในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ที่ททท.ทำการวิเคราะห์ขึ้น ทำให้ผมยังคงมั่นใจว่า ตลอดทั้งปี 2559 ประเทศไทยจะยังมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ 33.1ล้านคน เพิ่มขึ้น10.62% มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อทริปอยู่ที่ 5.06 หมื่นบาท เพิ่มขึ้น 3.92% สร้างรายได้อยู่ที่ 1.67 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.95% หากรวมกับรายได้จากการเดินทางเที่ยวในประเทศของคนไทย ก็ยังมั่นใจการท่องเที่ยวไทยจะสร้างรายได้ไม่ตํ่ากว่า 2.4 ล้านล้านบาท
“ จากการประเมินพบว่าตลอดทั้งปีนี้ นักท่องเที่ยวจากทุกภูมิภาคยังคงมีแนวโน้มเติบโตดี หรือแม้แต่ตลาดนักท่องเที่ยวจีน ก็คาดว่าปีนี้จะมีคนจีนมาเที่ยวไทยอยู่ที่ 9.1 ล้านคน เพิ่มขึ้น 14.01% เนื่องจากตั้งแต่เดือนมกราคมถึงปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาเที่ยวไทยแล้ว 7.8 ล้านคน ดังนั้นเหลืออีก 2 เดือนสุดท้ายก็น่าจะเข้ามาเพิ่มได้อีก 1.2 ล้านคน เพราะบริษัทนำเที่ยวอยู่ระหว่างการปรับตัว จากนโยบายการแก้ปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญของรัฐบาล ซึ่งก็ถือว่าเติบโตกว่าปีที่ผ่านมาที่มีคนจีนเดินทางมาเที่ยวไทย 7.93 ล้านคนแต่ยอมรับแนวโน้มการเดินทางเที่ยวในประเทศของคนไทย ขณะนี้มีการเติบโตต่ำกว่าเป้าหมายราว 1% จากเป้าหมายเติบโต 8% ทำให้ททท.จะเน้นกระตุ้นให้คนไทยเดินทางเที่ยวในประเทศมากขึ้น”
การกระตุ้นให้คนไทยเดินทางเที่ยวในประเทศมากขึ้น ททท.จะเน้นโปรโมทการเดินทางท่องเที่ยวใน 70 เส้นทางตามรอยพระซึ่งนอกจากการโปรโมทหนังสือ 70 เส้นทางตามรอยพระบาทแล้ว ก็จะมีการขยายผลแนะนำตัวอย่างเส้นทางท่องเที่ยว อาหารถิ่น ร้านจำหน่ายของที่ระลึก ที่จะลงลึกใน 5 ภูมิภาค กับเส้นทางท่องเที่ยวตามรอบพระบาท ในแต่ละภูมิภาคของไทย
ทั้งยังจะร่วมมือกับสมาคมธุรกิจนำเที่ยว และสายการบินต่างๆจัดทำแพ็คเกจท่องเที่ยวสำหรับคนไทยได้เลือกเดินทางท่องเที่ยวเพื่อเรียนรู้ในพื้นที่ทรงงาน 9 เส้นทาง กับกิจกรรม “ก้าวแรกสู่ 9 ที่ยิ่งใหญ่” ซึ่งททท.ได้คัดเลือกโครงการตามพระราชดำริหรือสถานที่ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรหมาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเพื่อเยี่ยมเยือนพสกนิกรเป็นครั้งแรก ทำให้เกิดเป็นโครงการพัฒนาพื้นที่เพื่อความเป็นอยู่ของประชาชนสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยว นำมาผูกโยงเป็นเส้นทางท่องเที่ยว ได้แก่ เส้นทางโป่ง จ.ราชบุรี เส้นทางโครงการประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ เส้นทางศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน เส้นทางสวนกุหลาบห้วยผักไผ่ เส้นทางโครงการหลวงแม่โถ เส้นทางศูนย์วิจัยและพัฒนาชาน้ำมันและพืชน้ำมัน เส้นทางศูนย์การศึกษาพัฒนาพิกุลทอง-โครงการสวนพฤกษศาสตร์ในจ.ชายแดนใต้ เส้นทางศูนย์การศึกษาพัฒนาภูพาน จ.สกลนคร เส้นทางหาดราไวย์-น้ำตกวังขี้อ้อน จ.ภูเก็ต -ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งกระบี่
รวมไปถึงการจัดกิจกรรมการแสดงดนตรี ชื่อว่า “แจ๊สแห่งความทรงจำ”วันที่ 26-27 พฤศจิกายนนี้ ใน 2 พื้นที่ คือที่จ.พระนครศรีอยุธยา ในแนวคิด แจ๊ส อิน เดอะเวิล์ด เฮอริเทจ และที่แหลมแท่น จ.ชลบุรี แนวคิด แจ๊สออนเดอะ บีช
นอกจากนี้จะมอบหมายให้สำนักงานททท.ทั้ง 5 สำนักงานในประเทศ ไปวางแผนกระตุ้นการเดินทางในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปีนี้ เนื่องจากมีวันหยุดยาวในหลายช่วง โดยมอบเป้าหมายให้ผลักดันกระตุ้นให้คนไทยเดินทางเที่ยวในประเทศ 2.5 แสนคนครั้งขณะเดียวกันในช่วง 2 เดือนที่เหลือของปีนี้ ผมก็ได้ให้โจทย์ททท.สำนักงานต่างๆ ในจีนและอาเซียน ไปวางแผนกระตุ้นตลาดเพิ่มยอดนักท่องเที่ยวเพิ่มอีก 3.5 แสนคน ในจำนวนนี้เป็นตลาดจีน 1 แสนคน โดยจะให้เร่งผลักดันการเดินทางมาเที่ยวไทยภายในไม่เกินสิ้นปีนี้ โดยเน้นการทำงานร่วมกับทราเวล เอเย่นต์ ออนไลน์ รายใหญ่ของจีน อาทิ ซีทริป อารีทริป 1 แสนคน เป็นต้น
“ททท.เข้าใจว่าช่วงนี้บริษัทนำเที่ยวไทยกำลังอยู่ในช่วงปรับตัว แต่คาดว่าสถานการณ์จะดีขึ้นในช่วงตรุษจีนปีหน้า ควบคู่กันททท.ก็จะเน้นการขยายฐานนักท่องเที่ยวที่เดินทางเที่ยวด้วยตัวเองหรือเอฟไอที อย่างล่าสุดที่ได้มีการร่วมลงนามส่งเสริมการท่องเที่ยวร่วมกันกับทางอารีทริปไปแล้ว ซึ่งการแก้ไขปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญ นักท่องเที่ยวจีนมองว่าเป็นภาพลักษณ์ที่ดี เห็นได้ชัดเจนว่า ยอดขายแพ็คเกจทัวร์ของกลุ่มอาลีบา ในวันที่ 11 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ที่เป็นธีมคนโสดเที่ยว สามารถขายได้ถึง 8.6 ล้านคน และมาเที่ยวไทยเป็นอันดับ 2 รองจากญี่ปุ่น” นายยุทธศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,211 วันที่ 20 - 23 พฤศจิกายน 2559
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า จากการประเมินสถานการณ์ท่องเที่ยวของประเทศไทยในปีนี้ โดยใช้สถิตินักท่องเที่ยวในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ (มกราคม-กันยายน2559) ของกรมการท่องเที่ยว รวมกับการคาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์ท่องเที่ยวในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ที่ททท.ทำการวิเคราะห์ขึ้น ทำให้ผมยังคงมั่นใจว่า ตลอดทั้งปี 2559 ประเทศไทยจะยังมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ 33.1ล้านคน เพิ่มขึ้น10.62% มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อทริปอยู่ที่ 5.06 หมื่นบาท เพิ่มขึ้น 3.92% สร้างรายได้อยู่ที่ 1.67 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.95% หากรวมกับรายได้จากการเดินทางเที่ยวในประเทศของคนไทย ก็ยังมั่นใจการท่องเที่ยวไทยจะสร้างรายได้ไม่ตํ่ากว่า 2.4 ล้านล้านบาท
“ จากการประเมินพบว่าตลอดทั้งปีนี้ นักท่องเที่ยวจากทุกภูมิภาคยังคงมีแนวโน้มเติบโตดี หรือแม้แต่ตลาดนักท่องเที่ยวจีน ก็คาดว่าปีนี้จะมีคนจีนมาเที่ยวไทยอยู่ที่ 9.1 ล้านคน เพิ่มขึ้น 14.01% เนื่องจากตั้งแต่เดือนมกราคมถึงปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาเที่ยวไทยแล้ว 7.8 ล้านคน ดังนั้นเหลืออีก 2 เดือนสุดท้ายก็น่าจะเข้ามาเพิ่มได้อีก 1.2 ล้านคน เพราะบริษัทนำเที่ยวอยู่ระหว่างการปรับตัว จากนโยบายการแก้ปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญของรัฐบาล ซึ่งก็ถือว่าเติบโตกว่าปีที่ผ่านมาที่มีคนจีนเดินทางมาเที่ยวไทย 7.93 ล้านคนแต่ยอมรับแนวโน้มการเดินทางเที่ยวในประเทศของคนไทย ขณะนี้มีการเติบโตต่ำกว่าเป้าหมายราว 1% จากเป้าหมายเติบโต 8% ทำให้ททท.จะเน้นกระตุ้นให้คนไทยเดินทางเที่ยวในประเทศมากขึ้น”
การกระตุ้นให้คนไทยเดินทางเที่ยวในประเทศมากขึ้น ททท.จะเน้นโปรโมทการเดินทางท่องเที่ยวใน 70 เส้นทางตามรอยพระซึ่งนอกจากการโปรโมทหนังสือ 70 เส้นทางตามรอยพระบาทแล้ว ก็จะมีการขยายผลแนะนำตัวอย่างเส้นทางท่องเที่ยว อาหารถิ่น ร้านจำหน่ายของที่ระลึก ที่จะลงลึกใน 5 ภูมิภาค กับเส้นทางท่องเที่ยวตามรอบพระบาท ในแต่ละภูมิภาคของไทย
ทั้งยังจะร่วมมือกับสมาคมธุรกิจนำเที่ยว และสายการบินต่างๆจัดทำแพ็คเกจท่องเที่ยวสำหรับคนไทยได้เลือกเดินทางท่องเที่ยวเพื่อเรียนรู้ในพื้นที่ทรงงาน 9 เส้นทาง กับกิจกรรม “ก้าวแรกสู่ 9 ที่ยิ่งใหญ่” ซึ่งททท.ได้คัดเลือกโครงการตามพระราชดำริหรือสถานที่ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรหมาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเพื่อเยี่ยมเยือนพสกนิกรเป็นครั้งแรก ทำให้เกิดเป็นโครงการพัฒนาพื้นที่เพื่อความเป็นอยู่ของประชาชนสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยว นำมาผูกโยงเป็นเส้นทางท่องเที่ยว ได้แก่ เส้นทางโป่ง จ.ราชบุรี เส้นทางโครงการประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ เส้นทางศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน เส้นทางสวนกุหลาบห้วยผักไผ่ เส้นทางโครงการหลวงแม่โถ เส้นทางศูนย์วิจัยและพัฒนาชาน้ำมันและพืชน้ำมัน เส้นทางศูนย์การศึกษาพัฒนาพิกุลทอง-โครงการสวนพฤกษศาสตร์ในจ.ชายแดนใต้ เส้นทางศูนย์การศึกษาพัฒนาภูพาน จ.สกลนคร เส้นทางหาดราไวย์-น้ำตกวังขี้อ้อน จ.ภูเก็ต -ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งกระบี่
รวมไปถึงการจัดกิจกรรมการแสดงดนตรี ชื่อว่า “แจ๊สแห่งความทรงจำ”วันที่ 26-27 พฤศจิกายนนี้ ใน 2 พื้นที่ คือที่จ.พระนครศรีอยุธยา ในแนวคิด แจ๊ส อิน เดอะเวิล์ด เฮอริเทจ และที่แหลมแท่น จ.ชลบุรี แนวคิด แจ๊สออนเดอะ บีช
นอกจากนี้จะมอบหมายให้สำนักงานททท.ทั้ง 5 สำนักงานในประเทศ ไปวางแผนกระตุ้นการเดินทางในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปีนี้ เนื่องจากมีวันหยุดยาวในหลายช่วง โดยมอบเป้าหมายให้ผลักดันกระตุ้นให้คนไทยเดินทางเที่ยวในประเทศ 2.5 แสนคนครั้งขณะเดียวกันในช่วง 2 เดือนที่เหลือของปีนี้ ผมก็ได้ให้โจทย์ททท.สำนักงานต่างๆ ในจีนและอาเซียน ไปวางแผนกระตุ้นตลาดเพิ่มยอดนักท่องเที่ยวเพิ่มอีก 3.5 แสนคน ในจำนวนนี้เป็นตลาดจีน 1 แสนคน โดยจะให้เร่งผลักดันการเดินทางมาเที่ยวไทยภายในไม่เกินสิ้นปีนี้ โดยเน้นการทำงานร่วมกับทราเวล เอเย่นต์ ออนไลน์ รายใหญ่ของจีน อาทิ ซีทริป อารีทริป 1 แสนคน เป็นต้น
“ททท.เข้าใจว่าช่วงนี้บริษัทนำเที่ยวไทยกำลังอยู่ในช่วงปรับตัว แต่คาดว่าสถานการณ์จะดีขึ้นในช่วงตรุษจีนปีหน้า ควบคู่กันททท.ก็จะเน้นการขยายฐานนักท่องเที่ยวที่เดินทางเที่ยวด้วยตัวเองหรือเอฟไอที อย่างล่าสุดที่ได้มีการร่วมลงนามส่งเสริมการท่องเที่ยวร่วมกันกับทางอารีทริปไปแล้ว ซึ่งการแก้ไขปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญ นักท่องเที่ยวจีนมองว่าเป็นภาพลักษณ์ที่ดี เห็นได้ชัดเจนว่า ยอดขายแพ็คเกจทัวร์ของกลุ่มอาลีบา ในวันที่ 11 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ที่เป็นธีมคนโสดเที่ยว สามารถขายได้ถึง 8.6 ล้านคน และมาเที่ยวไทยเป็นอันดับ 2 รองจากญี่ปุ่น” นายยุทธศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,211 วันที่ 20 - 23 พฤศจิกายน 2559






