
แนวโน้มราคาทองคำวันพรุ่งนี้(17 พ.ย.59)
สรุปสภาวะตลาดทองคำแท่ง วันที่ 16 พฤศจิกายน 2559
สภาวะตลาดวันที่ 16 พฤศจิกายน 2559 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,224.83-1,233.07 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 20,650 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 100 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 20,550 บาทต่อบาททองคำ
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.16 น.ของวันที่ 16/11/16)
แนวโน้มวันที่ 17 พฤศจิกายน 2559
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยยอดค้าปลีกสหรัฐพุ่งขึ้นในเดือนตุลาคมและได้ปรับทบทวนตัวเลขยอดค้าปลีกเดือนกันยายนให้สูงขึ้นจากเดิม ข้อมูลดังกล่าวถือเป็นสัญญาณบ่งชี้ที่ดี ในขณะที่ฤดูอปปิ้งช่วงปลายปีของสหรัฐกำลังจะเริ่มต้นขึ้น โดยหลังจากมีการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจที่สดใสมากขึ้น เฟดสาขาแอตแลนตาก็ปรับขึ้นตัวเลขคาดการณ์อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐประจำไตรมาส 4 ให้สูงขึ้น สู่ 3.3 % จากการคาดการณ์ที่ระดับ 3.1% เมื่อเดือนพฤศจิกายน แม้ว่าดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลักและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐระยะยาวจะมีแรงขายทำกำไรสลับบออกมาและอ่อนตัวลงบ้างเล็กน้อยแต่ข้อมูลดังกล่าว ได้พยุงดัชนีดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐให้เคลื่อนไหวทรงตัวในระดับสูงซึ่งส่งผลให้ราคาทองคำดีดตัวขึ้นได้ในกรอบที่จำกัด อย่างไรก็ตาม บริษัทมูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิสระบุว่า ความวิตกต่อการค้าที่มีการฟื้นตัวช้า, ความเสี่ยงทางการเมือง, ความวิตกเกี่ยวกับประสิทธิภาพของนโยบายการเงินมีส่วนที่ทำให้เกิดแนวโน้มที่ไม่แน่นอน และอุปสงค์โลกก็อาจจะไม่เพิ่มขึ้นมากเพียงพอที่จะกระตุ้นให้การค้าขยายตัวในปี 2560 ความกังวลดังกล่าวได้กระตุ้นแรงซื้อเข้าสู่ตลาดทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยบ้าง ซึ่งนักลงทุนจับตามองรายชื่อผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีคลังอย่างใกล้ชิด เพราะว่าสมาชิกพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากทั้งในวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐส่งผลให้นายทรัมป์สามารถปฏิรูปภาษีและกฎระเบียบทางการเงินได้โดยไม่ยาก ราคาทองคำมีการปรับตัวขึ้นยังคงมีแรงขายออกมา จึงยังคงแนะนำนักลงทุนว่าการรอจังหวะซื้อเมื่อราคาทองคำปรับตัวสู่แนวรับสำคัญ นักลงทุนควรปรับเปลี่ยนพอร์ตการลงทุนให้เหมาะสมกับสภาวะตลาด
กลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีแนะนำนักลงทุนสามารถลงทุนระยะสั้นโดยเข้าซื้อหากราคาย่อตัวไม่หลุดแนวรับบริเวณ 1,218-1,211 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยไม่แนะนำให้เข้าซื้อทั้งหมดบริเวณแนวรับ ควรเหลือเงินทุนเพื่อซื้อเฉลี่ยหากราคาหลุดแนวรับซึ่งราคาจะปรับตัวลงไปบริเวณแนวรับถัดไปและควรตั้งจุดตัดขาดทุนหากราคาทิ้งตัวลงแรง ทั้งนี้ ในระยะสั้นให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้นบริเวณแนวต้าน 1,241 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่สามารถผ่านไปได้อาจเห็นการย่อตัวของราคาทองคำอีกครั้ง เบื้องต้นวายแอลจียังมองว่าการลงทุนยังเน้นการลงทุนระยะสั้น เพราะแม้ว่าราคาทองคำจะดีดตัวขึ้นได้บ้าง ก็ยังคงมีแรงขายทองคำออกมาเช่นกัน
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,218 (20,430บาท) 1,211 (20,310บาท) 1,200 (20,130บาท)
แนวต้าน 1,241 (20,820บาท) 1,253 (21,020บาท) 1,260 (21,140บาท)
ที่มา:บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
กราฟราคาทองคำ
สภาวะตลาดวันที่ 16 พฤศจิกายน 2559 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,224.83-1,233.07 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 20,650 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 100 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 20,550 บาทต่อบาททองคำ
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.16 น.ของวันที่ 16/11/16)
แนวโน้มวันที่ 17 พฤศจิกายน 2559
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยยอดค้าปลีกสหรัฐพุ่งขึ้นในเดือนตุลาคมและได้ปรับทบทวนตัวเลขยอดค้าปลีกเดือนกันยายนให้สูงขึ้นจากเดิม ข้อมูลดังกล่าวถือเป็นสัญญาณบ่งชี้ที่ดี ในขณะที่ฤดูอปปิ้งช่วงปลายปีของสหรัฐกำลังจะเริ่มต้นขึ้น โดยหลังจากมีการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจที่สดใสมากขึ้น เฟดสาขาแอตแลนตาก็ปรับขึ้นตัวเลขคาดการณ์อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐประจำไตรมาส 4 ให้สูงขึ้น สู่ 3.3 % จากการคาดการณ์ที่ระดับ 3.1% เมื่อเดือนพฤศจิกายน แม้ว่าดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลักและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐระยะยาวจะมีแรงขายทำกำไรสลับบออกมาและอ่อนตัวลงบ้างเล็กน้อยแต่ข้อมูลดังกล่าว ได้พยุงดัชนีดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐให้เคลื่อนไหวทรงตัวในระดับสูงซึ่งส่งผลให้ราคาทองคำดีดตัวขึ้นได้ในกรอบที่จำกัด อย่างไรก็ตาม บริษัทมูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิสระบุว่า ความวิตกต่อการค้าที่มีการฟื้นตัวช้า, ความเสี่ยงทางการเมือง, ความวิตกเกี่ยวกับประสิทธิภาพของนโยบายการเงินมีส่วนที่ทำให้เกิดแนวโน้มที่ไม่แน่นอน และอุปสงค์โลกก็อาจจะไม่เพิ่มขึ้นมากเพียงพอที่จะกระตุ้นให้การค้าขยายตัวในปี 2560 ความกังวลดังกล่าวได้กระตุ้นแรงซื้อเข้าสู่ตลาดทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยบ้าง ซึ่งนักลงทุนจับตามองรายชื่อผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีคลังอย่างใกล้ชิด เพราะว่าสมาชิกพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากทั้งในวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐส่งผลให้นายทรัมป์สามารถปฏิรูปภาษีและกฎระเบียบทางการเงินได้โดยไม่ยาก ราคาทองคำมีการปรับตัวขึ้นยังคงมีแรงขายออกมา จึงยังคงแนะนำนักลงทุนว่าการรอจังหวะซื้อเมื่อราคาทองคำปรับตัวสู่แนวรับสำคัญ นักลงทุนควรปรับเปลี่ยนพอร์ตการลงทุนให้เหมาะสมกับสภาวะตลาด
กลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีแนะนำนักลงทุนสามารถลงทุนระยะสั้นโดยเข้าซื้อหากราคาย่อตัวไม่หลุดแนวรับบริเวณ 1,218-1,211 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยไม่แนะนำให้เข้าซื้อทั้งหมดบริเวณแนวรับ ควรเหลือเงินทุนเพื่อซื้อเฉลี่ยหากราคาหลุดแนวรับซึ่งราคาจะปรับตัวลงไปบริเวณแนวรับถัดไปและควรตั้งจุดตัดขาดทุนหากราคาทิ้งตัวลงแรง ทั้งนี้ ในระยะสั้นให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้นบริเวณแนวต้าน 1,241 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่สามารถผ่านไปได้อาจเห็นการย่อตัวของราคาทองคำอีกครั้ง เบื้องต้นวายแอลจียังมองว่าการลงทุนยังเน้นการลงทุนระยะสั้น เพราะแม้ว่าราคาทองคำจะดีดตัวขึ้นได้บ้าง ก็ยังคงมีแรงขายทองคำออกมาเช่นกัน
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,218 (20,430บาท) 1,211 (20,310บาท) 1,200 (20,130บาท)
แนวต้าน 1,241 (20,820บาท) 1,253 (21,020บาท) 1,260 (21,140บาท)
ที่มา:บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
กราฟราคาทองคำ






