
Gold Futures 16 November 2016 by GTWM (ภาคค่ำ)
บริษัท จีที เวลธ์ แมเนจเมนท์หรือ GTWM ออกบทวิเคราะห์สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับทองคำประจำวัน (ภาคค่ำ)
ราคาทองคำตลาดโลกวันนี้เคลื่อนไหวระหว่าง US$1,224 – 1,233 ท่ามกลางปัจจัยลบจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งการยืนเหนือระดับ 100 จุด ของ US Dollar Index ทางเทคนิคชี้ว่ามีแนวโน้มจะทะยานขึ้นต่อ ทำให้เงินบาทที่ทรงตัวใต้ระดับ 35.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ มีแนวโน้มจะอ่อนค่าทะลุขึ้นไป โดยมีเป้าหมายถัดไปตามกรอบทางเทคนิคใกล้ระดับ 36 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ จึงเป็นบวกต่อราคาทองคำภายในประเทศ แต่ด้วยทิศทางที่ยังเป็นขาลงของราคาทองคำที่มีแนวรับทางเทคนิคที่ระดับ 38.2% ตาม Fibonacci retracement บริเวณ US$1,170 จึงไม่มีความได้เปรียบในการถือสถานะฝั่ง long
แนวต้าน Spot Gold : US$1,242 / US$1,254
แนวรับ Spot Gold : US$1,211 / US$1,199
แนะนำ : short เมื่อปรับขึ้น
News Update
-ดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำในเดือน พ.ย.ปรับตัวลดลง 1.16 จุด จากระดับ 61.90 จุด สะท้อนว่าราคามีโอกาสปรับตัวลดลง โดยผู้ค้ารายใหญ่มองกรอบราคาทองคำโลกน่าจะแกว่งตัวลดลงมาในระดับ 1,200-1,320 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ ส่วนราคาทองคำในประเทศคาดว่าน่าจะอยู่ในกรอบ 20,000-22,000 บาทต่อหนึ่งบาททองคำ
-กลุ่มผู้ผลิตในสหรัฐฯเรียกร้องให้ โดนัลด์ ทรัมป์ ทบทวนนโยบายการค้า เพื่อให้การค้าระหว่างสหรัฐฯ จีน และเม็กซิโก ดำเนินไปอย่างราบรื่น รวมถึงหลีกเลี่ยงการดำเนินการทางภาษีฝ่ายเดียว แต่ควรมุ่งเน้นไปที่การเจรจาต่อรองด้วย
-นายกรัฐมนตรีเยอรมนีเรียกร้องให้ภาคเอกชนรับผู้อพยพเข้าทำงานเพิ่ม และช่วยปรับปรุงการรวมเข้ากับตลาดแรงงานของตนเอง พร้อมเรียกร้องให้มีการเคลื่อนย้ายแรงงานภายในยุโรปและทำข้อตกลงด้านการค้าเสรีกับแคนาดาและสหรัฐฯ
-ประธานาธิบดีสหรัฐฯกล่าวระหว่างการเดินทางเยือนกรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ ว่า สหรัฐฯยังคงสนับสนุนการแก้ปัญหาวิกฤตหนี้ของกรีซอย่างต่อเนื่องและเรียกร้องให้กรีซยกเลิกมาตรการรัดเข็มขัด โดยขอให้รัฐบาลกรีซปลดภาระหนี้คู่ไปกับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ
-ยอดการสร้างบ้านใหม่ในอังกฤษเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 8 ปีถึง 11% และเป็นการเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นปีที่ 3 ตามมาตรการกระตุ้นการสร้างบ้านของรัฐบาล
-ประธานาธิบดีเวเนซุเอลาเตรียมหารือกับเลขาธิการกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) เกี่ยวกับข้อตกลงการผลิตเพื่อกระตุ้นราคาน้ำมันในตลาดโลก ทั้งนี้ เวเนซุเอลาได้สนับสนุนให้มีการตรึงกำลังผลิตที่ 32.5-33 ล้านบาร์เรลต่อวัน เพื่อดันราคาน้ำมันดิบให้ปรับตัวขึ้น
ราคาทองคำตลาดโลกวันนี้เคลื่อนไหวระหว่าง US$1,224 – 1,233 ท่ามกลางปัจจัยลบจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งการยืนเหนือระดับ 100 จุด ของ US Dollar Index ทางเทคนิคชี้ว่ามีแนวโน้มจะทะยานขึ้นต่อ ทำให้เงินบาทที่ทรงตัวใต้ระดับ 35.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ มีแนวโน้มจะอ่อนค่าทะลุขึ้นไป โดยมีเป้าหมายถัดไปตามกรอบทางเทคนิคใกล้ระดับ 36 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ จึงเป็นบวกต่อราคาทองคำภายในประเทศ แต่ด้วยทิศทางที่ยังเป็นขาลงของราคาทองคำที่มีแนวรับทางเทคนิคที่ระดับ 38.2% ตาม Fibonacci retracement บริเวณ US$1,170 จึงไม่มีความได้เปรียบในการถือสถานะฝั่ง long
แนวต้าน Spot Gold : US$1,242 / US$1,254
แนวรับ Spot Gold : US$1,211 / US$1,199
แนะนำ : short เมื่อปรับขึ้น
News Update
-ดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำในเดือน พ.ย.ปรับตัวลดลง 1.16 จุด จากระดับ 61.90 จุด สะท้อนว่าราคามีโอกาสปรับตัวลดลง โดยผู้ค้ารายใหญ่มองกรอบราคาทองคำโลกน่าจะแกว่งตัวลดลงมาในระดับ 1,200-1,320 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ ส่วนราคาทองคำในประเทศคาดว่าน่าจะอยู่ในกรอบ 20,000-22,000 บาทต่อหนึ่งบาททองคำ
-กลุ่มผู้ผลิตในสหรัฐฯเรียกร้องให้ โดนัลด์ ทรัมป์ ทบทวนนโยบายการค้า เพื่อให้การค้าระหว่างสหรัฐฯ จีน และเม็กซิโก ดำเนินไปอย่างราบรื่น รวมถึงหลีกเลี่ยงการดำเนินการทางภาษีฝ่ายเดียว แต่ควรมุ่งเน้นไปที่การเจรจาต่อรองด้วย
-นายกรัฐมนตรีเยอรมนีเรียกร้องให้ภาคเอกชนรับผู้อพยพเข้าทำงานเพิ่ม และช่วยปรับปรุงการรวมเข้ากับตลาดแรงงานของตนเอง พร้อมเรียกร้องให้มีการเคลื่อนย้ายแรงงานภายในยุโรปและทำข้อตกลงด้านการค้าเสรีกับแคนาดาและสหรัฐฯ
-ประธานาธิบดีสหรัฐฯกล่าวระหว่างการเดินทางเยือนกรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ ว่า สหรัฐฯยังคงสนับสนุนการแก้ปัญหาวิกฤตหนี้ของกรีซอย่างต่อเนื่องและเรียกร้องให้กรีซยกเลิกมาตรการรัดเข็มขัด โดยขอให้รัฐบาลกรีซปลดภาระหนี้คู่ไปกับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ
-ยอดการสร้างบ้านใหม่ในอังกฤษเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 8 ปีถึง 11% และเป็นการเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นปีที่ 3 ตามมาตรการกระตุ้นการสร้างบ้านของรัฐบาล
-ประธานาธิบดีเวเนซุเอลาเตรียมหารือกับเลขาธิการกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) เกี่ยวกับข้อตกลงการผลิตเพื่อกระตุ้นราคาน้ำมันในตลาดโลก ทั้งนี้ เวเนซุเอลาได้สนับสนุนให้มีการตรึงกำลังผลิตที่ 32.5-33 ล้านบาร์เรลต่อวัน เพื่อดันราคาน้ำมันดิบให้ปรับตัวขึ้น






