
ห่วงภัยอากาศหนาวเย็น!เพิ่มความเสี่ยง 3 โรคฮอตอาการกำเริบ
นายแพทย์วิศิษฎ์ ตั้งนภากร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรมสบส.) กระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ในช่วงฤดูหนาวนี้ กรมสบส.มีความห่วงใยประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีโรคเรื้อรังประจำตัว เช่น โรคไตวาย โรคเบาหวาน โรคหอบหืด โรคความดันโลหิตสูงเป็นต้น จัดเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงป่วยหรือเสียชีวิตสูงกว่าผู้ที่ไม่มีโรคประจำตัว เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีภูมิต้านทานโรคต่ำ ได้ขอให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านหรืออสม.ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้วิธีการดูแลสุขภาพตัวเองและให้ติดตามเยี่ยมเยียนอาการเป็นกรณีพิเศษ
โดยทั่วไปผู้ป่วยโรคเรื้อรังต้องปฏิบัติ 3 เรื่องหลักอยู่แล้วได้แก่ การกินยาควบคุมอาการตามแผนการรักษาของแพทย์ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง แต่ในช่วงฤดูหนาวจะต้องเพิ่มการดูแลเป็นกรณีพิเศษโดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจ ซึ่งทั่วประเทศมีประมาณ 6 ล้านคน โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งอากาศหนาวจะเย็นกว่าที่อื่น ซึ่งนอกจากความเย็นและความชื้นในอากาศที่ลดลงจะส่งผลกระทบทำให้ผิวหนังแห้ง แตกคันแล้ว ความหนาวเย็นมีผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดในผู้ป่วยเบาหวานมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นลงเร็วกว่าปกติ และทำให้เลือดมีความหนืด มีผลกระทบต่อระบบการไหลเวียนเลือด ทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้นเพื่อสูบฉีดโลหิตไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆในร่างกาย จึงอาจทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น โดยอุณหภูมิที่ลดลงทุก 1 องศาเซลเซียสจะเพิ่มความเสี่ยงเกิดโรคหัวใจเฉียบพลัน (Heart attack) ได้ถึงร้อยละ 2
โดยทั่วไปผู้ป่วยโรคเรื้อรังต้องปฏิบัติ 3 เรื่องหลักอยู่แล้วได้แก่ การกินยาควบคุมอาการตามแผนการรักษาของแพทย์ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง แต่ในช่วงฤดูหนาวจะต้องเพิ่มการดูแลเป็นกรณีพิเศษโดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจ ซึ่งทั่วประเทศมีประมาณ 6 ล้านคน โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งอากาศหนาวจะเย็นกว่าที่อื่น ซึ่งนอกจากความเย็นและความชื้นในอากาศที่ลดลงจะส่งผลกระทบทำให้ผิวหนังแห้ง แตกคันแล้ว ความหนาวเย็นมีผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดในผู้ป่วยเบาหวานมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นลงเร็วกว่าปกติ และทำให้เลือดมีความหนืด มีผลกระทบต่อระบบการไหลเวียนเลือด ทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้นเพื่อสูบฉีดโลหิตไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆในร่างกาย จึงอาจทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น โดยอุณหภูมิที่ลดลงทุก 1 องศาเซลเซียสจะเพิ่มความเสี่ยงเกิดโรคหัวใจเฉียบพลัน (Heart attack) ได้ถึงร้อยละ 2






