
มุมมองตลาดหุ้น by Bualuang Securities
Technical Daily
มุมมองตลาด
ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลง 1.69% ปิดที่ 1469.23 จุด ขณะที่เม็ดเงินจากต่างชาติชะลอตัวลง เนื่องจากตลาดเพิ่มการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค.นี้ ส่งผลลบต่อราคาทองคำ ทั้งนี้จากข้อมูลบลูมเบิร์กตลาดมองว่าโอกาสที่เฟดจะปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค. เพิ่มขึ้นจาก 80% เป็น 84% ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 10 เดือน ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 44.8 เหรียญต่อบาร์เรล โดยกลุ่ม OPEC จัดประชุมวันที่ 30 พ.ย.นี้ ซึ่งคาดว่าจะมีรายละเอียดข้อตกลงมาตรการลดกำลังการผลิตของแต่ละประเทศ สัญญาณทางเทคนิคประเมินจุดรับน้ำมันดิบเบรนท์ไว้ที่ 44 เหรียญต่อบาร์เรล และ 42.5 เหรียญต่อบาร์เรล ตามลำดับ
ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงสอดคล้องกับกระแสเงินลงทุนเริ่มชะลอตัวลง จากประเด็นความกังวลต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ หนุนโดยข้อมูลตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งขึ้น เนื่องจากดัชนีปรับตัวขึ้นมามากกว่า 20% ส่งผลให้กระแสเงินลงทุนเริ่มชะลอตัวกลับกลายเป็นตรงกันข้าม ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นออกมา อย่างไรก็ตามต่างชาติยังเป็นผู้ซื้อสุทธิมาตั้งแต่ช่วงต้นปีจนถึงปัจจุบัน ด้วยสภาพคล่องที่ล้นระบบและความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่สูงอย่างมากส่งผลให้การซื้อขายในหุ้นขนาดเล็กถึงขนาดกลางยังคงดำเนินต่อไปและประโยชน์จากต้นทุนทางการเงินที่ถูกในภาวะดอกเบี้ยที่ต่ำเป็นประวัติการณ์ ตัวเลขการบริโภคและการลงทุนบ่งชี้ว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย
หุ้นกลุ่มน้ำมันและก๊าซ รวมถึงหุ้นกลุ่มปิโตรเคมีดูอ่อนตัวอย่างมาก เรามองว่าราคาหุ้นเหล่านี้จะยังมีปัจจัยลบเนื่องจากราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวลดต่ำลงมาอยู่ที่ 45 เหรียญต่อบาร์เรล เนื่องด้วยอุปทานน้ำมันล้นตลาด และภาวะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯกำลังแข็งค่าขึ้น ช่วงนี้แนะหลีกเลี่ยงหุ้นน้ำมันและปิโตรเคมีไปก่อนครับ ติดตามการประชุมกลุ่มประเทศสมาชิกโอเปกและนอกกลุ่มโอเปกปลายเดือนพ.ย. เพื่อหารือเกี่ยวกับการลดโควต้าการผลิตน้ำมันออกสู่ตลาด
มุมมองซื้อขายระยะสั้น ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลง โดยเครื่องมือชี้วัดโมเมนตัมได้ลดลงต่อเนื่อง และสัญญาณ MACD ตัดเส้น signal line ลงแต่ค่า MACD มากกว่าระดับศูนย์ ดังนั้น เราจึงคาดว่าตลาดจะมีการซื้อขายอยู่ในกรอบแนวรับ 1440 จุด“แนะนำเลือกลงทุนเป็นรายตัว”
ที่มา:บมจ.หลักทรัพย์ บัวหลวง
มุมมองตลาด
ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลง 1.69% ปิดที่ 1469.23 จุด ขณะที่เม็ดเงินจากต่างชาติชะลอตัวลง เนื่องจากตลาดเพิ่มการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค.นี้ ส่งผลลบต่อราคาทองคำ ทั้งนี้จากข้อมูลบลูมเบิร์กตลาดมองว่าโอกาสที่เฟดจะปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค. เพิ่มขึ้นจาก 80% เป็น 84% ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 10 เดือน ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 44.8 เหรียญต่อบาร์เรล โดยกลุ่ม OPEC จัดประชุมวันที่ 30 พ.ย.นี้ ซึ่งคาดว่าจะมีรายละเอียดข้อตกลงมาตรการลดกำลังการผลิตของแต่ละประเทศ สัญญาณทางเทคนิคประเมินจุดรับน้ำมันดิบเบรนท์ไว้ที่ 44 เหรียญต่อบาร์เรล และ 42.5 เหรียญต่อบาร์เรล ตามลำดับ
ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงสอดคล้องกับกระแสเงินลงทุนเริ่มชะลอตัวลง จากประเด็นความกังวลต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ หนุนโดยข้อมูลตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งขึ้น เนื่องจากดัชนีปรับตัวขึ้นมามากกว่า 20% ส่งผลให้กระแสเงินลงทุนเริ่มชะลอตัวกลับกลายเป็นตรงกันข้าม ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นออกมา อย่างไรก็ตามต่างชาติยังเป็นผู้ซื้อสุทธิมาตั้งแต่ช่วงต้นปีจนถึงปัจจุบัน ด้วยสภาพคล่องที่ล้นระบบและความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่สูงอย่างมากส่งผลให้การซื้อขายในหุ้นขนาดเล็กถึงขนาดกลางยังคงดำเนินต่อไปและประโยชน์จากต้นทุนทางการเงินที่ถูกในภาวะดอกเบี้ยที่ต่ำเป็นประวัติการณ์ ตัวเลขการบริโภคและการลงทุนบ่งชี้ว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย
หุ้นกลุ่มน้ำมันและก๊าซ รวมถึงหุ้นกลุ่มปิโตรเคมีดูอ่อนตัวอย่างมาก เรามองว่าราคาหุ้นเหล่านี้จะยังมีปัจจัยลบเนื่องจากราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวลดต่ำลงมาอยู่ที่ 45 เหรียญต่อบาร์เรล เนื่องด้วยอุปทานน้ำมันล้นตลาด และภาวะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯกำลังแข็งค่าขึ้น ช่วงนี้แนะหลีกเลี่ยงหุ้นน้ำมันและปิโตรเคมีไปก่อนครับ ติดตามการประชุมกลุ่มประเทศสมาชิกโอเปกและนอกกลุ่มโอเปกปลายเดือนพ.ย. เพื่อหารือเกี่ยวกับการลดโควต้าการผลิตน้ำมันออกสู่ตลาด
มุมมองซื้อขายระยะสั้น ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลง โดยเครื่องมือชี้วัดโมเมนตัมได้ลดลงต่อเนื่อง และสัญญาณ MACD ตัดเส้น signal line ลงแต่ค่า MACD มากกว่าระดับศูนย์ ดังนั้น เราจึงคาดว่าตลาดจะมีการซื้อขายอยู่ในกรอบแนวรับ 1440 จุด“แนะนำเลือกลงทุนเป็นรายตัว”
ที่มา:บมจ.หลักทรัพย์ บัวหลวง






