
Market Insight : ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้
สรุปภาวะตลาดวันก่อน : SET -25.30 จุด เงินทุนต่างประเทศไหลออก, น้ำมันร่วงต่อ
SET แกว่งแดนลบตลอดทั้งวันในกรอบ 1467-83 โดยไหลลงแรง 2 วันติดจากราคาน้ำมันร่วง และเงินทุนตปท.ไหลออกจากการแข็งค่าต่อเนื่องของเงินดอลลาร์ฯ และการปรับตัวขึ้นเร็วของ Bond Yield สหรัฐฯ ต่างชาติขายสุทธิอีก 2.55 พันลบ. เป็นวันที่ 16 ติดต่อกัน และ Short S50 Futures อีก 16,427 สัญญา
ทิศทางตลาดวันนี้ : อ่อนตัวลงอีกแต่ไม่มาก เริ่มให้น้ำหนักมีโอกาสลุ้นรีบาวด์
หุ้นโลกเมื่อคืน (14 พ.ย.) ปิดผสมผสาน โดยหุ้นสหรัฐฯ ปิด +/- เล็กน้อย แต่ดัชนี DJIA ปิดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์จากแรงซื้อหุ้นกลุ่มการเงิน เนื่องจากนลท.มองนโนบายใหม่ของ Trump จะหนุนการเติบโตทางศก.ดีขึ้น ด้านราคาน้ำมันร่วง 3 วันติด ปิด 43.32$/bbl กังวลภาวะอุปทานล้นตลาด กดดันหุ้นกลุ่มพลังงาน มอง SET มีแนวโน้มอ่อนตัวลงอีกแต่ไม่น่ารุนแรง เพราะลงหนัก 2 วันติดแล้ว ปัจจัยกดดันยังเป็นการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ฯ และการปรับตัวขึ้นของ Bond Yield สหรัฐฯ กดดันกระแสเงินทุนตปท.ไหลออก ล่าสุด US Dollar Index ปิดที่ 100.11 สูงสุดในรอบ 11 เดือน ขณะที่ 10Y Bond Yield ของสหรัฐฯ ขึ้นอีกราว 9 bps ปิดที่ 2.26% สูงสุดในรอบ 11 เดือน แต่ยิ่งราคาอ่อนตัวลงอีก จะยิ่งจูงใจเม็ดเงิน LTF & RMF ไหลเข้า ประกอบกับการทยอยเปิดขาย LTF & RMF กองใหม่รวม 7 กอง เงินจะทยอยไหลเข้าได้ในต้นสัปดาห์หน้า ช่วยรองรับ/กระตุ้นการรีบาวด์ได้ แนวรับ 1460-65, 1450 แนวต้าน 1475, 1480-83
กลยุทธ์การลงทุน : Wait & See, รอซื้อสะสมตั้งแต่ SET ต่ำกว่า 1450 ลงมา
การเทรดดิ้งระยะสั้น แนะนำเข้าสู่โหมด Wait&See หลัง SET ปิดต่ำกว่าจุด Stop Loss ของเราที่ 1480 แต่หากรับความเสี่ยงได้สูงมาก และยังอยากเก็งกำไร แนะนำหุ้นเข้า MSCI เพราะราคามักปรับตัวขึ้นและ outperform ตลาด ด้านการซื้อลงทุนตามรอบ โอกาสเริ่มกลับมาเปิดกว้างขึ้นอีกครั้ง โดยเรามอง SET ต่ำกว่า 1450 ลงมาเป็นจังหวะรอซื้อสะสม เรายังคงเป้าหมาย SET ปีหน้าที่ 1600 คิดเป็น upside 10%
•ประเด็นหุ้นน่าสนใจ Trading Picks BJC – คาดราคาหุ้นจะ Outperform หลังได้เข้า MSCI Global Standard Index คาดจะมีเม็ดเงินไหลเข้าซื้อราว 90 ล้านดอลลาร์ฯ หรือคิดเป็นประมาณ 61 ล้านหุ้น, Consensus ให้เป้าพื้นฐาน 54.6 บ. / ผลการทบทวนดัชนี MSCI รอบครึ่งปีหลัง มีผลบังคับใช้ 30 พ.ย. เป็นต้นไป Global Standard Index หุ้นไทยเข้า 2 ตัว คือ BJC, KCE (ตามคาด) / ไม่มีหุ้นออก, MSCI Small Index หุ้นไทยเข้า 4 ตัว คือ COM7, MALEE, TKN, TFG / ออก 8 ตัว คือ ASP, BJCHI, CBG, COL, CGD, DNA, KCE, ROJNA / AMA ขายหุ้น IPO 108 m. เราประเมินมูลค่าเหมาะสม 15.2 บ. / หุ้นงบออกมาดีมีโอกาสปรับประมาณการขึ้น BEAUTY, MALEE, MTLS, TWPC / หุ้นพื้นฐานอิงงานประมูลภาครัฐ ชอบ BEM, CK, UNIQ, SEAFCO, ILINK, LOXLEY / หุ้นปันผลสูง ชอบ ASP, BJCHI, BTSGIF, INTUCH, LH, MC, NYT, PS, TCAP
•หุ้น Weekly GURU ซื้อ ACAP (เป้าสั้น 13.8 บ.), TWPC (9.5 บ.) / ถือ BJC (ปรับเป้าเป็น 56 บ.), BLA (ปรับเป้าเป็น 55 บ.) / ถึงเป้าทำกำไร BANPU (+6.2%) / ขายเปลี่ยนตัว BEM (+0.6%)
•หุ้นเด่น พ.ย. (Smart Tactics) BEM, BJC, BLA, CK, GFPT, GLOBAL, TPBI, VNG
ที่มา : TISCO Research
SET แกว่งแดนลบตลอดทั้งวันในกรอบ 1467-83 โดยไหลลงแรง 2 วันติดจากราคาน้ำมันร่วง และเงินทุนตปท.ไหลออกจากการแข็งค่าต่อเนื่องของเงินดอลลาร์ฯ และการปรับตัวขึ้นเร็วของ Bond Yield สหรัฐฯ ต่างชาติขายสุทธิอีก 2.55 พันลบ. เป็นวันที่ 16 ติดต่อกัน และ Short S50 Futures อีก 16,427 สัญญา
ทิศทางตลาดวันนี้ : อ่อนตัวลงอีกแต่ไม่มาก เริ่มให้น้ำหนักมีโอกาสลุ้นรีบาวด์
หุ้นโลกเมื่อคืน (14 พ.ย.) ปิดผสมผสาน โดยหุ้นสหรัฐฯ ปิด +/- เล็กน้อย แต่ดัชนี DJIA ปิดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์จากแรงซื้อหุ้นกลุ่มการเงิน เนื่องจากนลท.มองนโนบายใหม่ของ Trump จะหนุนการเติบโตทางศก.ดีขึ้น ด้านราคาน้ำมันร่วง 3 วันติด ปิด 43.32$/bbl กังวลภาวะอุปทานล้นตลาด กดดันหุ้นกลุ่มพลังงาน มอง SET มีแนวโน้มอ่อนตัวลงอีกแต่ไม่น่ารุนแรง เพราะลงหนัก 2 วันติดแล้ว ปัจจัยกดดันยังเป็นการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ฯ และการปรับตัวขึ้นของ Bond Yield สหรัฐฯ กดดันกระแสเงินทุนตปท.ไหลออก ล่าสุด US Dollar Index ปิดที่ 100.11 สูงสุดในรอบ 11 เดือน ขณะที่ 10Y Bond Yield ของสหรัฐฯ ขึ้นอีกราว 9 bps ปิดที่ 2.26% สูงสุดในรอบ 11 เดือน แต่ยิ่งราคาอ่อนตัวลงอีก จะยิ่งจูงใจเม็ดเงิน LTF & RMF ไหลเข้า ประกอบกับการทยอยเปิดขาย LTF & RMF กองใหม่รวม 7 กอง เงินจะทยอยไหลเข้าได้ในต้นสัปดาห์หน้า ช่วยรองรับ/กระตุ้นการรีบาวด์ได้ แนวรับ 1460-65, 1450 แนวต้าน 1475, 1480-83
กลยุทธ์การลงทุน : Wait & See, รอซื้อสะสมตั้งแต่ SET ต่ำกว่า 1450 ลงมา
การเทรดดิ้งระยะสั้น แนะนำเข้าสู่โหมด Wait&See หลัง SET ปิดต่ำกว่าจุด Stop Loss ของเราที่ 1480 แต่หากรับความเสี่ยงได้สูงมาก และยังอยากเก็งกำไร แนะนำหุ้นเข้า MSCI เพราะราคามักปรับตัวขึ้นและ outperform ตลาด ด้านการซื้อลงทุนตามรอบ โอกาสเริ่มกลับมาเปิดกว้างขึ้นอีกครั้ง โดยเรามอง SET ต่ำกว่า 1450 ลงมาเป็นจังหวะรอซื้อสะสม เรายังคงเป้าหมาย SET ปีหน้าที่ 1600 คิดเป็น upside 10%
•ประเด็นหุ้นน่าสนใจ Trading Picks BJC – คาดราคาหุ้นจะ Outperform หลังได้เข้า MSCI Global Standard Index คาดจะมีเม็ดเงินไหลเข้าซื้อราว 90 ล้านดอลลาร์ฯ หรือคิดเป็นประมาณ 61 ล้านหุ้น, Consensus ให้เป้าพื้นฐาน 54.6 บ. / ผลการทบทวนดัชนี MSCI รอบครึ่งปีหลัง มีผลบังคับใช้ 30 พ.ย. เป็นต้นไป Global Standard Index หุ้นไทยเข้า 2 ตัว คือ BJC, KCE (ตามคาด) / ไม่มีหุ้นออก, MSCI Small Index หุ้นไทยเข้า 4 ตัว คือ COM7, MALEE, TKN, TFG / ออก 8 ตัว คือ ASP, BJCHI, CBG, COL, CGD, DNA, KCE, ROJNA / AMA ขายหุ้น IPO 108 m. เราประเมินมูลค่าเหมาะสม 15.2 บ. / หุ้นงบออกมาดีมีโอกาสปรับประมาณการขึ้น BEAUTY, MALEE, MTLS, TWPC / หุ้นพื้นฐานอิงงานประมูลภาครัฐ ชอบ BEM, CK, UNIQ, SEAFCO, ILINK, LOXLEY / หุ้นปันผลสูง ชอบ ASP, BJCHI, BTSGIF, INTUCH, LH, MC, NYT, PS, TCAP
•หุ้น Weekly GURU ซื้อ ACAP (เป้าสั้น 13.8 บ.), TWPC (9.5 บ.) / ถือ BJC (ปรับเป้าเป็น 56 บ.), BLA (ปรับเป้าเป็น 55 บ.) / ถึงเป้าทำกำไร BANPU (+6.2%) / ขายเปลี่ยนตัว BEM (+0.6%)
•หุ้นเด่น พ.ย. (Smart Tactics) BEM, BJC, BLA, CK, GFPT, GLOBAL, TPBI, VNG
ที่มา : TISCO Research






