thansettakij
thansettakij
ขายข้าวตํ่าออร์เดอร์ทะลัก โบ้ย‘โรงสี’คนกำหนดราคา

ขายข้าวตํ่าออร์เดอร์ทะลัก โบ้ย‘โรงสี’คนกำหนดราคา

14 พ.ย. 59 | 05:10 น.
อัปเดตล่าสุด :14 พ.ย. 59 | 11:12 น.
ผู้ส่งออกข้าวมั่นใจฤดูข้าวหอมมะลิออกใหม่ พ.ย. 59 - ม.ค. 60 ไทยจ่อโกยยอดสั่งซื้อเพิ่มจากราคาใกล้เคียงคู่แข่งแต่คุณภาพดีกว่า คาดพลิกสถานการณ์ปีหน้าขึ้นแชมป์ส่งออกข้าวแซงอินเดีย ชี้มาตรการชะลอขายข้าวเปลือกของรัฐฯ ยังไม่เป็นปัจจัยหนุนราคาดีดตัวโดยตรง หลังตลาดโลกอยู่ในช่วงแข่งขันเดือด โบ้ยโรงสีคนกำหนดราคาขายต่ำ สวนกลับไม่มีอำนาจคุมตลาด

นายเจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์ผลผลิตข้าวของไทยในปีนี้คาดจะเพิ่มมากขึ้นจากฝนดี ซึ่งจากตัวเลขในเดือนตุลาคม- ธันวาคม 2559 คาดประเทศไทยจะมีผลิตข้าวเปลือกนาปีออกมามากถึง 25 ล้านตัน โดยในจำนวนนี้จะมีข้าวเปลือกหอมมะลิมากถึง 9.5 ล้านตัน จากปกติไทยจะมีเฉลี่ยต่อปี 7 ล้านตัน ขณะที่ยังมีข้าวเก่าที่อยู่ในสต๊อกรัฐบาลอีกราว 9 ล้านตัน ทำให้อุปสงค์ และอุปทานไม่สอดคล้องกันในขณะที่ผู้บริโภคยังมีเท่าเดิม

ดังนั้นหากจะทำให้ราคาข้าวในประเทศดีขึ้น มีทางออกเดียวคือการเร่งขายให้มากขึ้น ซึ่งสถานการณ์ด้านราคาข้าวที่ต่ำลง อีกด้านหนึ่งถือเป็นผลบวกที่ทำให้ไทยสามารถแข่งขันได้ ซื้อง่ายขายคล่อง ส่วนมาตรการชะลอขายข้าวเปลือกที่รัฐบาลมีมติออกมานั้น จากการประเมินเบื้องต้นยังไม่เป็นปัจจัยที่จะทำให้ราคาข้าวปรับตัวสูงขึ้น เพราะเป็นเพียงมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวผ่านเงินสนับสนุนโดยตรง

“ราคาขายข้าวตกต่ำในขณะนี้หากมองในเชิงบวกจะพบว่าไทยได้รับคำสั่งซื้อข้าวเพิ่มมากขึ้นและมีทิศทางเป็นบวกต่อเนื่อง ทำให้ปริมาณส่งออกข้าวในปีนี้จะเป็นไปตามเป้า 9.5 ล้านตัน ขณะเดียวกันไทยยังสามารถเพิ่มสัดส่วนการส่งออกไปยังตลาดที่เคยเสียแชมป์ไป เช่น ฮ่องกง จากเดิมก่อนโครงการรับจำนำข้าวไทยเคยครองสัดส่วนส่งออกอยู่ในสัดส่วน 80% เมื่อมีโครงการรับจำนำข้าวลดลงอยู่ที่ 42% และปัจจุบันเพิ่มสัดส่วนส่งออกกลับมาอยู่ที่ 60% คาดว่าภายในปีนี้ไทยจะขยับสัดส่วนขึ้นเป็น 70%

ส่วนปัญหาราคาข้าวสารหอมมะลิที่ตกต่ำในรอบ 10 ปีที่ทางสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทยออกหนังสือ โดยระบุมีผู้ส่งออกเสนอซื้อข้าวสารหอมมะลิในราคาต่ำนั้น ทางสมาคมฯ ยืนยันว่าผู้ส่งออกไม่สามารถเป็นผู้กำหนดราคาซื้อขายล่วงหน้าอย่างชัดเจนได้ เพราะโรงสีต้องเป็นผู้กำหนดราคาขาย และราคาที่ผู้ส่งออกซื้อไป 16.50 บาทต่อกิโลกรัมก็ยังขายไม่ได้เพราะลูกค้าก็ยังต่อราคา

ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่มีใครควบคุมตลาดได้ และสมาคมชาวนาฯก็ไม่ได้มาขอข้อมูลจากสมาคม รวมถึงไม่มีหน่วยงานรัฐเรียกสมาคมไปชี้แจงแต่อย่างใด ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้ยืนยันว่าผู้ส่งออกไม่ได้เป็นตัวแปรสำคัญของการกำหนดราคาและไม่มีใครเป็นผู้กำหนดราคาส่งออกได้ เพราะปัจจุบันราคาตลาดโลกก็ใกล้เคียงในระดับเดียวกัน

ด้านนายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า มาตรการชะลอขายข้าวที่รัฐบาลมีมติออกมานั้นอาจจะไม่ช่วยให้ราคาขายข้าวปรับตัวสูงขึ้นทันที แต่จะช่วยชะลอซัพพลายข้าวในในตลาดเท่านั้น ประกอบกับระยะเวลาของการเก็บเกี่ยวผลผลิตใหม่ของคู่แข่งอย่างเวียดนามจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ จึงจะทำให้ในช่วงเวลาดังกล่าวผลผลิตในตลาดโลกจะมีลดน้อยลงและจะทำให้ราคาสูงขึ้นเป็นกลไกปกติ

สำหรับสถานการณ์ราคาข้าวสารหอมมะลิไทยในตลาดโลก(ราคาเอฟโอบี) ในขณะนี้เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 500 - 600 ดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งนี้ต้องบอกว่าแม้สถานการณ์ส่งออกข้าวหอมมะลิและข้าวเหนียวของไทยในปัจจุบันจะยังมีปริมาณน้อยกว่าเวียดนาม แต่ด้วยราคาขายที่ใกล้เคียงกัน แต่คุณภาพข้าวไทยที่ดีกว่าเชื่อว่าหลังจากนี้ไทยจะได้ยอดสั่งซื้อเพิ่มเข้ามาต่อเนื่อง และปีหน้ามีแนวโน้มที่ไทยจะกลับมาเป็นแชมป์ส่งออกข้าวโดยชนะอินเดียด้วยปัจจัยบวกของคุณภาพข้าวที่ดีกว่าแต่ราคาใกล้เคียงกัน

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,209 วันที่ 13 - 16 พฤศจิกายน 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • business