
เลขาธิการสพฉ.เตือนเปิดแอร์ปิดกระจกรถนอนอาจถึงเสียชีวิต
เลขาธิการสพฉ. เตือนประชาชนถึงภัยเงียบจากการเปิดแอร์นอนในรถและปิดกระจก อาจทำให้เสียชีวิตจากก๊าซ คาร์บอนมอนอกไซด์และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ที่ทำให้อวัยวะภายในร่างกายทุกส่วนล้มเหลวได้ พร้อมแนะก่อนเดินทางควรนอนหลับ พักผ่อนให้เพียงพอ ตรวจเช็คสภาพรถให้พร้อม และไม่ควรนอนในรถยนต์โดยเปิดแอร์ทิ้งไว้
ปัญหาของการเสียชีวิตจากการเปิดแอร์นอนในรถ เกิดขึ้นให้เห็นอย่างบ่อยครั้งในบ้านเรา โดยเหตุการณ์ล่าสุดเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ ก็เกิดความสูญเสียขึ้นกับคนขับรถแท็กซี่ที่นอนเสียชีวิต พร้อมผู้โดยสารอีกสองคน ในขณะที่รถยนต์ยังเปิดเครื่องและเปิดแอร์ทิ้งไว้ที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ได้ออกมาไขความกระจ่างว่าการนอนในรถโดยเปิดแอร์ทิ้งไว้ นั้นเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตจริงหรือไม่ และหากเราต้องการพักผ่อนจากการเดินทางไกลที่เหนื่อยล้าแท้จริงแล้วควรปฏิบัติอย่างไร
โดยนพ.อนุชา เศรษฐเสถียร เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน แห่งชาติระบุว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้มีผู้ขับขี่รถยนต์เสียชีวิต จากการเปิดแอร์นอนในรถแล้วหลายราย โดยก่อนหน้านี้สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติและหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเคยออกมาเตือน เรื่องอันตรายจากการจอดรถสตาร์ทเครื่ องยนต์แล้วเปิดแอร์นอนไปด้วยนั้นเป็นเรื่องอันตรายและไม่ ควรทำแต่ก็ยังมีประชาชนอีกเป็นจำนวนมากที่ยังมองข้ามเรื่องเหล่านี้ ทั้งนี้ ตามหลักการแล้วหากเราสตาร์ทรถเปิดแอร์แล้ววิ่งขับเคลื่อนบนท้องถนนตามสภาวะปกติ ระบบในการเจือจางก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ที่เกิดจากการเผาไหม้จากรถยนต์ ก็จะถูกเจือจางไปตามอากาศในขณะที่รถขับเคลื่อน จึงไม่ไม่เป็นอันตรายกับร่างกายของเรา
เลขาธิการสถาบันการแพทย์แห่งชาติระบุเพิ่มเติมว่า แต่ในกรณีที่เราจอดรถเปิดแอร์ พร้อมสตาร์ทเครื่องยนต์ทิ้งไว้ และปิดกระจกรถมิดชิดทั้งสี่ด้านนั้นระบบแอร์ของรถยนต์ซึ่งจะต้องดูดเอาอากาศหรืออ๊อกซิเจนจากภายนอกเข้ามาหมุนเวียน เพื่อกำจัดหรือเจือจางก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการเผาไหม้ ของรถยนต์ทำงานไม่ได้ โดยแอร์จะดูดเอาควันจากท่อเสียรถยนต์เข้ามาแทนอากาศหรืออ๊อกซิเจน ซึ่งในไอเสียของรถยนต์มีทั้งก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นอันตรายต่อร่างการอยู่เป็นจำนวนมาก และเมื่อไม่มีอ๊อกซิเจนหรืออากาศบริสุทธิ์จากภายนอกมาเจือจาง จึงทำให้ก๊าซเหล่านี้เข้าสู่ร่างกายของผู้ที่นอนหลับในรถได้อย่างง่าย และเมื่อก๊าซเหล่านี้ไปจับตัวกับสารฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงของเรา แทนอ๊อกซิเจนก็จะทำให้เราเสียชีวิตจากการที่อวัยวะภายในร่างกายทุกส่วนล้มเหลวได้
นพ.อนุชากล่าวว่า จากข้อมูลของศูนย์ข้อมูลวัตถุอันตรายและเคมีภัณฑ์ ได้กล่าวถึง อันตรายของการสูดดมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ว่า จะทำให้เกิดการระคายเคือง ปวดศีรษะ เซื่องซึม เคลิบเคลิ้ม สั่นกระตุก หายใจติดขัด หมดสติไม่รู้สึกตัว หัวใจเต้นผิดปกติ และมีผลกระทบต่อระบบประสาทส่วนกลางจนอาจถึงขั้นเสียชีวิต ซึ่งเมื่อระบบแอร์ของรถยนต์ดูดก๊าซเหล่านี้เข้ามา เมื่อเรานอนหลับอยู่ เราก็จะสูดดมก๊าซเหล่านี้เข้าไปด้วย และจะส่งผลต่อร่างกายของเราโดยทำให้ เราค่อยๆ หมดสติจนอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เสียชีวิตไปในที่สุด
ปัญหาของการเสียชีวิตจากการเปิดแอร์นอนในรถ เกิดขึ้นให้เห็นอย่างบ่อยครั้งในบ้านเรา โดยเหตุการณ์ล่าสุดเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ ก็เกิดความสูญเสียขึ้นกับคนขับรถแท็กซี่ที่นอนเสียชีวิต พร้อมผู้โดยสารอีกสองคน ในขณะที่รถยนต์ยังเปิดเครื่องและเปิดแอร์ทิ้งไว้ที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ได้ออกมาไขความกระจ่างว่าการนอนในรถโดยเปิดแอร์ทิ้งไว้ นั้นเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตจริงหรือไม่ และหากเราต้องการพักผ่อนจากการเดินทางไกลที่เหนื่อยล้าแท้จริงแล้วควรปฏิบัติอย่างไร
โดยนพ.อนุชา เศรษฐเสถียร เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน แห่งชาติระบุว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้มีผู้ขับขี่รถยนต์เสียชีวิต จากการเปิดแอร์นอนในรถแล้วหลายราย โดยก่อนหน้านี้สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติและหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเคยออกมาเตือน เรื่องอันตรายจากการจอดรถสตาร์ทเครื่ องยนต์แล้วเปิดแอร์นอนไปด้วยนั้นเป็นเรื่องอันตรายและไม่ ควรทำแต่ก็ยังมีประชาชนอีกเป็นจำนวนมากที่ยังมองข้ามเรื่องเหล่านี้ ทั้งนี้ ตามหลักการแล้วหากเราสตาร์ทรถเปิดแอร์แล้ววิ่งขับเคลื่อนบนท้องถนนตามสภาวะปกติ ระบบในการเจือจางก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ที่เกิดจากการเผาไหม้จากรถยนต์ ก็จะถูกเจือจางไปตามอากาศในขณะที่รถขับเคลื่อน จึงไม่ไม่เป็นอันตรายกับร่างกายของเรา
เลขาธิการสถาบันการแพทย์แห่งชาติระบุเพิ่มเติมว่า แต่ในกรณีที่เราจอดรถเปิดแอร์ พร้อมสตาร์ทเครื่องยนต์ทิ้งไว้ และปิดกระจกรถมิดชิดทั้งสี่ด้านนั้นระบบแอร์ของรถยนต์ซึ่งจะต้องดูดเอาอากาศหรืออ๊อกซิเจนจากภายนอกเข้ามาหมุนเวียน เพื่อกำจัดหรือเจือจางก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการเผาไหม้ ของรถยนต์ทำงานไม่ได้ โดยแอร์จะดูดเอาควันจากท่อเสียรถยนต์เข้ามาแทนอากาศหรืออ๊อกซิเจน ซึ่งในไอเสียของรถยนต์มีทั้งก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นอันตรายต่อร่างการอยู่เป็นจำนวนมาก และเมื่อไม่มีอ๊อกซิเจนหรืออากาศบริสุทธิ์จากภายนอกมาเจือจาง จึงทำให้ก๊าซเหล่านี้เข้าสู่ร่างกายของผู้ที่นอนหลับในรถได้อย่างง่าย และเมื่อก๊าซเหล่านี้ไปจับตัวกับสารฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงของเรา แทนอ๊อกซิเจนก็จะทำให้เราเสียชีวิตจากการที่อวัยวะภายในร่างกายทุกส่วนล้มเหลวได้
นพ.อนุชากล่าวว่า จากข้อมูลของศูนย์ข้อมูลวัตถุอันตรายและเคมีภัณฑ์ ได้กล่าวถึง อันตรายของการสูดดมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ว่า จะทำให้เกิดการระคายเคือง ปวดศีรษะ เซื่องซึม เคลิบเคลิ้ม สั่นกระตุก หายใจติดขัด หมดสติไม่รู้สึกตัว หัวใจเต้นผิดปกติ และมีผลกระทบต่อระบบประสาทส่วนกลางจนอาจถึงขั้นเสียชีวิต ซึ่งเมื่อระบบแอร์ของรถยนต์ดูดก๊าซเหล่านี้เข้ามา เมื่อเรานอนหลับอยู่ เราก็จะสูดดมก๊าซเหล่านี้เข้าไปด้วย และจะส่งผลต่อร่างกายของเราโดยทำให้ เราค่อยๆ หมดสติจนอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เสียชีวิตไปในที่สุด






