
KTBST แนะติดตามนโยบายการบริหารของสหรัฐฯ
บล.KTBST แนะติดตามนโยบายการบริหารของสหรัฐฯ หลัง"ทรัมป์"เป็นประธานาธิบดี สินทรัพย์อาจมีความผันผวน ควรขายทำกำไรหากตลาดปรับขึ้นสูง และหาจังหวะเข้าซื้อเมื่อปรับตัวลง รวมทั้งกระจายการลงทุนทั้ง อสังหาฯ หุ้นไทย และตราสารหนี้
ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ KTBST เปิดเผยว่าหลังจากนายโดนัลด์ ทรัมป์เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯแล้วนั้นทิศทางต่อจากนี้ไปต้องติดตามนโยบายของสหรัฐฯอย่างใกล้ชิดเพราะจะมีผลต่อเศรษฐกิจโลก ซึ่งจากนโยบายการเมืองที่ยังไม่ชัดเจนจะส่งผลให้สินทรัพย์จะมีความผันผวนค่อนข้างสูงมีการปรับตัวขึ้นมากและปรับตัวลงแรง ดังนั้นในช่วงนี้ บล.KTBST จึงแนะนำให้รอดูทิศทางความชัดเจนของสถานการณ์ ซึ่งหากตลาดปรับตัวขึ้นควรหาจังหวะขายทำกำไรและหากตลาดปรับตัวก็ไม่ต้องรีบซื้อควรหาจังหวะเข้าซื้อ โดยมองกรอบหุ้นไทยขาลงที่ระดับ 1,420 จุด และขาขึ้นตลาดจะแกว่งตัวกว้างที่ระดับ 1,530-1,550 ได้
ทั้งนี้การที่ทรัมป์ชนะการเลือกตั้งส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์จะมีความผันวผวนสูงซึ่งมา 2 ปัจจัยคือ 1.) การใช้เงินจำนวนมากในการดำเนินนโยบายต่างๆทำให้ต้องมีการออกพันธบัตรออกมา และส่งผลให้ผลตอบแทนของพันธบัตรสหรัฐฯมีโอกาสปรับตัวขึ้นสูง 2.) จากการที่ทรัมป์ได้เป็นประธานาธิบดีมีโอกาสทำให้เศรษฐกิจมีความไม่แน่นอนเยอะเพราะยังไม่รู้ว่าจะทำอะไรบ้าง อาจมีผลทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจจะชะลอการขึ้นดอกเบี้ยได้ หากเป็นไปในทิศทางดังกล่าวจะทำให้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยมีความผันผวนสูง และส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์มีความผัวนสูงเช่นกัน
"จากการที่ปัจจัยพื้นฐานยังไม่หนุนตลาดมากนักและนโยบายการเมืองของสหรัฐฯที่ยังไม่ชัดเจนดังนั้นควรขายทำกำไรเมื่อหุ้นปรับตัวขึ้น หากในช่วงก่อนถึงวันคริสต์มาสนายทรัมป์ยังไม่มีนโยบายอะไรออกมาที่ชัดเจนจะถือว่าเป็นเรื่องที่น่ากังวล ดังนั้นจึงต้องติดตามนโบายการเมืองของนายทรัมป์ว่าจะมีความชัดเจนอย่างไรบ้าง"
สำหรับการลงทุนในช่วงนี้ที่ยังมีความไม่ชัดเจน บล.KTBST แนะนำว่าอย่าลงทุนในสินทรัพย์ที่อ้างอิงกับเงินดอลลาร์มากเกินไป เช่น หุ้นสหรัฐฯ ที่คาดเดาทิศทางได้ยาก แนะนำการลงทุนในภูมิภาคเอเชียมากกว่าเพราะปัจจัยพื้นฐานที่ดีและสนับสนุนตลาดหุ้นมากกว่า ขณะเดียวกันผมแนะนำพอร์ตการลงทุนในช่วงนี้ โดยลงทุนในสินทรัพย์ประเภทกองทุนอสังหาริมทรัพย์ ทั้งในและต่างประเทศ ประมาณ 40% หุ้นในประเทศ 20-30% ควรลดสัดส่วนของหุ้นต่างประเทศลงเหลือ 10-20% เพื่อลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของอัตราแลกเปลี่ยน และที่เหลืออีก 20% ให้ลงทุนในตราสารหนี้
"ทิศทางตลาดหุ้นตามหลักการยังถือว่าทิศทางตลาดเสี่ยงและผันผวนและดัชนีฯน่าจะแกว่งตัวแบบไร้ทิศทางแต่มีแนวโน้มที่จะเป็นบวกมากกว่าตามตลาดต่างประเทศ และจากผลการเลือกตั้งที่ออกมาผิดคาด และถูกมองว่าจะเป็นลบต่อตลาดจากนโยบายการค้าของนายทรัมป์ แต่ที่เห็นคือตลาดยังรอประเมินอยู่ว่าจะทำได้จริงหรือจะลบหรือบวกกันแน่ บล.KTBST แนะนำให้ชะลอการลงทุน หรือเข้าเก็งกำไรสั้นๆ ในหุ้นที่น่าสนใจลงทุนจากผลกำไรออกมาดี คือ ANAN , ERW หุ้นตัวอื่นได้แก่ SAWAD , INET , ASEFA"
ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ KTBST เปิดเผยว่าหลังจากนายโดนัลด์ ทรัมป์เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯแล้วนั้นทิศทางต่อจากนี้ไปต้องติดตามนโยบายของสหรัฐฯอย่างใกล้ชิดเพราะจะมีผลต่อเศรษฐกิจโลก ซึ่งจากนโยบายการเมืองที่ยังไม่ชัดเจนจะส่งผลให้สินทรัพย์จะมีความผันผวนค่อนข้างสูงมีการปรับตัวขึ้นมากและปรับตัวลงแรง ดังนั้นในช่วงนี้ บล.KTBST จึงแนะนำให้รอดูทิศทางความชัดเจนของสถานการณ์ ซึ่งหากตลาดปรับตัวขึ้นควรหาจังหวะขายทำกำไรและหากตลาดปรับตัวก็ไม่ต้องรีบซื้อควรหาจังหวะเข้าซื้อ โดยมองกรอบหุ้นไทยขาลงที่ระดับ 1,420 จุด และขาขึ้นตลาดจะแกว่งตัวกว้างที่ระดับ 1,530-1,550 ได้
ทั้งนี้การที่ทรัมป์ชนะการเลือกตั้งส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์จะมีความผันวผวนสูงซึ่งมา 2 ปัจจัยคือ 1.) การใช้เงินจำนวนมากในการดำเนินนโยบายต่างๆทำให้ต้องมีการออกพันธบัตรออกมา และส่งผลให้ผลตอบแทนของพันธบัตรสหรัฐฯมีโอกาสปรับตัวขึ้นสูง 2.) จากการที่ทรัมป์ได้เป็นประธานาธิบดีมีโอกาสทำให้เศรษฐกิจมีความไม่แน่นอนเยอะเพราะยังไม่รู้ว่าจะทำอะไรบ้าง อาจมีผลทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจจะชะลอการขึ้นดอกเบี้ยได้ หากเป็นไปในทิศทางดังกล่าวจะทำให้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยมีความผันผวนสูง และส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์มีความผัวนสูงเช่นกัน
"จากการที่ปัจจัยพื้นฐานยังไม่หนุนตลาดมากนักและนโยบายการเมืองของสหรัฐฯที่ยังไม่ชัดเจนดังนั้นควรขายทำกำไรเมื่อหุ้นปรับตัวขึ้น หากในช่วงก่อนถึงวันคริสต์มาสนายทรัมป์ยังไม่มีนโยบายอะไรออกมาที่ชัดเจนจะถือว่าเป็นเรื่องที่น่ากังวล ดังนั้นจึงต้องติดตามนโบายการเมืองของนายทรัมป์ว่าจะมีความชัดเจนอย่างไรบ้าง"
สำหรับการลงทุนในช่วงนี้ที่ยังมีความไม่ชัดเจน บล.KTBST แนะนำว่าอย่าลงทุนในสินทรัพย์ที่อ้างอิงกับเงินดอลลาร์มากเกินไป เช่น หุ้นสหรัฐฯ ที่คาดเดาทิศทางได้ยาก แนะนำการลงทุนในภูมิภาคเอเชียมากกว่าเพราะปัจจัยพื้นฐานที่ดีและสนับสนุนตลาดหุ้นมากกว่า ขณะเดียวกันผมแนะนำพอร์ตการลงทุนในช่วงนี้ โดยลงทุนในสินทรัพย์ประเภทกองทุนอสังหาริมทรัพย์ ทั้งในและต่างประเทศ ประมาณ 40% หุ้นในประเทศ 20-30% ควรลดสัดส่วนของหุ้นต่างประเทศลงเหลือ 10-20% เพื่อลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของอัตราแลกเปลี่ยน และที่เหลืออีก 20% ให้ลงทุนในตราสารหนี้
"ทิศทางตลาดหุ้นตามหลักการยังถือว่าทิศทางตลาดเสี่ยงและผันผวนและดัชนีฯน่าจะแกว่งตัวแบบไร้ทิศทางแต่มีแนวโน้มที่จะเป็นบวกมากกว่าตามตลาดต่างประเทศ และจากผลการเลือกตั้งที่ออกมาผิดคาด และถูกมองว่าจะเป็นลบต่อตลาดจากนโยบายการค้าของนายทรัมป์ แต่ที่เห็นคือตลาดยังรอประเมินอยู่ว่าจะทำได้จริงหรือจะลบหรือบวกกันแน่ บล.KTBST แนะนำให้ชะลอการลงทุน หรือเข้าเก็งกำไรสั้นๆ ในหุ้นที่น่าสนใจลงทุนจากผลกำไรออกมาดี คือ ANAN , ERW หุ้นตัวอื่นได้แก่ SAWAD , INET , ASEFA"






