
นายกฯมอบนโยบายกระทรวงมหาดไทยกำหนดกรอบเวลางานให้ชัดเจน
วันนี้ (9 พ.ย.2559) พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมติดตามการดำเนินงานของกระทรวงมหาดไทย ตามนโยบายรัฐบาลและข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี และมอบนโยบายแก่ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้การปฏิบัติงานมีความเป็นเอกภาพและทิศทางเดียวกัน พร้อมถวายสักการะพระอนุสาวรีย์สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพบริเวณด้านหน้าศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมี พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย อธิบดี หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปลัดกรุงเทพมหานคร ข้าราชการ ลูกจ้างและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ
นายกรัฐมนตรี ได้รับฟังรายงานผลการดำเนินงานสำคัญของกระทรวงมหาดไทยและกรุงเทพมหานคร ตลอดจนแผนงานที่จะดำเนินการในอนาคต จากปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมซักถามข้อมูลเพิ่มเติม และมอบนโยบายการดำเนินงานแก่ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย โดยได้กล่าวขอบคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ข้าราชการ ลูกจ้างและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของกระทรวงมหาดไทยทุกคนที่ได้ร่วมกันทำงานตามนโยบายรัฐบาล จนมีความก้าวหน้าในหลายเรื่องโดยลำดับ ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยถือว่าเป็นอีกหนึ่งกระทรวงที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากทำงานใกล้ชิดกับประชาชนและท้องถิ่น รวมทั้งเป็นหน่วยงานที่สนับสนุนเกื้อกูลหน่วยต่าง ๆ ทั้งในส่วนของตำรวจ ทหาร และภาคประชาชนในการขับเคลื่อนประเทศเดินหน้าต่อไป
พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำให้นำแผนงานไปสู่การปฏิบัติให้ได้ และให้มีการจัดทำแผนงานโครงการให้ชัดเจน แบ่งเป็นแผนงานตามหน้าที่ภารกิจประจำหรือ function กับแผนงานตามนโยบายรัฐบาลหรือ Agenda รวมทั้งบูรณาการแผนงานโครงการและงบประมาณร่วมกัน ระหว่างกระทรวงที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะงานที่เกี่ยวกับนโยบาย
ทั้งนี้ งานใดที่มีความสำคัญเร่งด่วน ให้ดำเนินการก่อนในระยะแรกภายในปี 2560 ส่วนงานที่ยังไม่สามารถดำเนินการขณะนี้ ให้ปรับแผนไปดำเนินการในระยะต่อไปตามความเหมาะสม โดยให้แบ่งแผนปฏิบัติการเป็น 4 ระยะ ครั้งละ 5 ปี (5-5-5-5) ดำเนินการให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) และขอให้น้อมนำหลักทรงงานและปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมาปฏิบัติ
พร้อมทั้ง ต้องร่วมกันสร้างองค์กรให้เข้มแข็งเป็นองค์กรที่มีคุณธรรมจริยธรรม สร้างความไว้วางใจให้เกิดขึ้นระหว่างภาครัฐกับประชาชนให้ได้ โดยเฉพาะการทำประชาคมรับฟังความคิดเห็นประชาชนในพื้นที่ก่อนที่จะดำเนินโครงการต่าง ๆ เพื่อให้สอดคล้องตรงกับความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง รวมถึงการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้สังคมและประชาชนเกิดความเข้าใจถึงความจำเป็นต่อการดำเนินโครงการต่าง ๆ อันจะส่งผลให้ประชาชนทุกภาคส่วนให้ความร่วมมือและพร้อมให้การสนับสนุนการดำเนินงานตามแผนงานโครงการต่าง ๆ ของกระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานภาครัฐ รวมทั้งเป็นการเตรียมความพร้อมของประชาชนรองรับการเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้น ซึ่งจะทำให้การดำเนินงานเป็นไปตามแผนและเป้าหมายที่กำหนดไว้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อประชาชนและประเทศต่อไป
นายกรัฐมนตรี ได้รับฟังรายงานผลการดำเนินงานสำคัญของกระทรวงมหาดไทยและกรุงเทพมหานคร ตลอดจนแผนงานที่จะดำเนินการในอนาคต จากปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมซักถามข้อมูลเพิ่มเติม และมอบนโยบายการดำเนินงานแก่ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย โดยได้กล่าวขอบคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ข้าราชการ ลูกจ้างและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของกระทรวงมหาดไทยทุกคนที่ได้ร่วมกันทำงานตามนโยบายรัฐบาล จนมีความก้าวหน้าในหลายเรื่องโดยลำดับ ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยถือว่าเป็นอีกหนึ่งกระทรวงที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากทำงานใกล้ชิดกับประชาชนและท้องถิ่น รวมทั้งเป็นหน่วยงานที่สนับสนุนเกื้อกูลหน่วยต่าง ๆ ทั้งในส่วนของตำรวจ ทหาร และภาคประชาชนในการขับเคลื่อนประเทศเดินหน้าต่อไป
พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำให้นำแผนงานไปสู่การปฏิบัติให้ได้ และให้มีการจัดทำแผนงานโครงการให้ชัดเจน แบ่งเป็นแผนงานตามหน้าที่ภารกิจประจำหรือ function กับแผนงานตามนโยบายรัฐบาลหรือ Agenda รวมทั้งบูรณาการแผนงานโครงการและงบประมาณร่วมกัน ระหว่างกระทรวงที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะงานที่เกี่ยวกับนโยบาย
ทั้งนี้ งานใดที่มีความสำคัญเร่งด่วน ให้ดำเนินการก่อนในระยะแรกภายในปี 2560 ส่วนงานที่ยังไม่สามารถดำเนินการขณะนี้ ให้ปรับแผนไปดำเนินการในระยะต่อไปตามความเหมาะสม โดยให้แบ่งแผนปฏิบัติการเป็น 4 ระยะ ครั้งละ 5 ปี (5-5-5-5) ดำเนินการให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) และขอให้น้อมนำหลักทรงงานและปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมาปฏิบัติ
พร้อมทั้ง ต้องร่วมกันสร้างองค์กรให้เข้มแข็งเป็นองค์กรที่มีคุณธรรมจริยธรรม สร้างความไว้วางใจให้เกิดขึ้นระหว่างภาครัฐกับประชาชนให้ได้ โดยเฉพาะการทำประชาคมรับฟังความคิดเห็นประชาชนในพื้นที่ก่อนที่จะดำเนินโครงการต่าง ๆ เพื่อให้สอดคล้องตรงกับความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง รวมถึงการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้สังคมและประชาชนเกิดความเข้าใจถึงความจำเป็นต่อการดำเนินโครงการต่าง ๆ อันจะส่งผลให้ประชาชนทุกภาคส่วนให้ความร่วมมือและพร้อมให้การสนับสนุนการดำเนินงานตามแผนงานโครงการต่าง ๆ ของกระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานภาครัฐ รวมทั้งเป็นการเตรียมความพร้อมของประชาชนรองรับการเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้น ซึ่งจะทำให้การดำเนินงานเป็นไปตามแผนและเป้าหมายที่กำหนดไว้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อประชาชนและประเทศต่อไป






