thansettakij
thansettakij
Gold Futures and SET50 Index Futures by GTWM (ภาคเช้า)

Gold Futures and SET50 Index Futures by GTWM (ภาคเช้า)

09 พ.ย. 59 | 02:46 น.
อัปเดตล่าสุด :09 พ.ย. 59 | 09:46 น.
บริษัท จีที เวลธ์ แมเนจเมนท์ หรือ GTWM ออกบทวิเคราะห์สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับทองคำและ SET50 Index Futures ประจำวันที่  9  พฤศจิกายน 2559 (ภาคเช้า) 

Gold

เคลื่อนไหวระหว่าง US$1,269 – 1,283 โดยสวิงตัวผันผวนไปมาตามผลการนับคะแนนแบบเรียลไทม์ที่กำลังมีขึ้นทั่วสหรัฐฯ ซึ่งการตอบสนองในทางบวกเกิดจากการที่ โดนัลด์ ทรัมป์ มีคะแนนขึ้นนำในช่วงแรก และการตอบสนองในทางลบเกิดจากาการนับคะแนนในช่วงถัดมาที่ ฮิลลารี คลินตัน กลับมาเป็นฝ่ายนำ สลับกันไป และด้วยการลดพอร์ตของนักลงทุนเพื่อรอดูผลการเลือกตั้ง ทำให้ปริมาณการซื้อขายมีไม่มากนัก ราคาทองคำในช่วงเช้าวันนี้จึงแกว่งตัวอย่างไร้ทิศทาง แต่ยังอยู่ในกรอบการคาดการณ์ระหว่าง US$1,270 – 1,290 ซึ่งเป็นกรอบส่วนล่างของ channel ขาขึ้น โดยคาดการณ์ต่อไปว่า ความไม่แน่นอนในทางการเมืองของสหรัฐฯยังคงอยู่ และจะทำให้ประธานาธิบดีคนใหม่ ไม่ว่ามาจากพรรคใดก็ตาม ไม่สามารถขับเคลื่อนนโยบายของตนได้โดยง่าย เนื่องจากสมาชิกในสภามีแนวโน้มจะไม่สนับสนุนหลายนโยบายของทั้งคู่ รวมทั้งยังมีประเด็นการใช้จ่ายงบประมาณและเพดานหนี้สาธารณะที่จำเป็นต้องขออนุมัติขยายวงเงินทันทีที่ได้ประธานาธิบดีคนใหม่อีกด้วย ดังนั้น หากราคาทองคำย่อตัวไม่หลุด US$1,270 จะเป็นโอกาสสำหรับการเข้าซื้อสะสม แต่ถ้าหลุดลงไป อาจต้องดูการยืนที่แนวรับ US$1,250 และ US$1,240 ก่อนหาจังหวะทยอยซื้อ

ทั้งนี้ กองทุนทองคำ SPDR ไม่มียอดซื้อหรือขายสุทธิ ทำให้ยอดการถือครองทองคำคงอยู่ที่ระดับ 949.69 ตัน

SET50

ดัชนี SET50 ปรับบวกขึ้นต่อเนื่องตลอดวานนี้ โดยเข้าใกล้กรอบบนของช่วงการแกว่งตัวระหว่าง 920 – 950 จุด ซึ่งผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯในวันนี้ มีแนวโน้มจะหนุนการ breakout จากกรอบดังกล่าว ทำให้ดัชนีมีการเลือกทิศทาง ดังนั้น นักลงทุนที่ปรับพอร์ตลดสถานะลงเพื่อลดความเสี่ยงในช่วงก่อนหน้า สามารถกลับเข้า follow เมื่อ breakout ได้ เนื่องจากแม้ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯจะค่อนข้างชัดเจนและมีความเป็นไปได้มากว่า ฮิลลารี คลินตัน จากพรรคเดโมแครต จะได้รับเลือก ทำให้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯมีแนวโน้มจะแข็งค่าต่อเนื่องไปจนถึงการประชุมของ Fed ในเดือนหน้าที่คาดกว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย แต่ด้วยจำนวนเสียงในสภาหลังการเลือกตั้งผู้แทนที่อาจเทไปทางพรรครีพับลิกันเป็นเสียงข้างมาก จึงมีความเสี่ยงที่เศรษฐกิจสหรัฐฯจะตกอยู่ในภาวะไม่แน่นอนอีกครั้ง โดยเฉพาะในประเด็นการใช้จ่ายงบประมาณและเพดานหนี้สาธารณะที่จำเป็นต้องขออนุมัติขยายวงเงินทันทีที่ได้ประธานาธิบดีคนใหม่ สินทรัพย์เสี่ยงจึงอาจถูกขาย sell on fact ในขณะเดียวกัน ถ้าหาก โดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้ง จะส่งผลลบต่อสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกทันที ทำให้เงินไหลออกจากตลาดหุ้นและสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แล้วไหลกลับเข้าหาสินทรัพย์ที่ปลอดภัยอย่างทองคำ ดังนั้น การปรับขึ้นในกรณีที่ breakout ขึ้นไป อาจไม่ยั่งยืนนัก ขึ้นอยู่กับแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติว่าจะกลับเข้ามาหลังจากที่ขายมาตลอด 1 เดือนหรือไม่ แต่ถ้าดัชนีเลือกที่จะ breakout ลง จังหวะการเข้าซื้ออาจต้องรอไปก่อน เนื่องจากจะเข้าสู่ช่วงของการปรับพอร์ตของนักลงทุนในช่วงปลายปี