
KTBST ประเมินหุ้นไทยวันนี้ตลาดอาจผันผวนในช่วงต้นการซื้อขาย
บล.KTBST ประเมินหุ้นไทยวันนี้ (9 พ.ย.) ตลาดอาจผันผวนในช่วงต้นการซื้อขาย จากผลการเลือกตั้งยังออกมาไม่หมด แต่หลังทราบผลแล้วอาจมีทิศทางที่ชัดเจนคือไม่ขึ้นน้อยก็ลงแรง
นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ กลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินตลาดหุ้นไทยในวันนี้ (9พ.ย.)จากคะแนนที่เป็น Electoral Vote ประธานาธิบดีสหรัฐฯของแต่ละฝั่งเมื่อชี้ชัดได้ว่าผู้ใดจะเป็นผู้ชนะการเลือกตั้ง จึงจะมีผลต่อตลาดหุ้น ก่อนหน้านี้ตลาดหุ้นส่วนใหญ่เป็นบวก เพราะโอกาสที่นางฮิลล่ารี่จะชนะ มีสูงกว่า หากไม่มีอะไรพลิกไปจากนี้ โอกาสที่ตลาดหุ้นจะเดินหน้าต่อก็เป็นไปได้สูง เพราะการลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงิน มีการชะลอหรือลดความเสี่ยงในช่วงก่อนทราบผลการเลือกตั้ง ทั้งนี้ เราคาดว่า ผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ เป็นตัวแปรสำคัญที่จะมีผลต่อตลาดหุ้นมากที่สุดในวันนี้
บล.KTBST ประเมินว่าก่อนตลาดหุ้นไทยเปิดซื้อขายวันนี้ น่าจะเห็นผลกันแล้วแล้วนางฮิลลารี่หรือนายทรัมป์ จะเป็นผู้ชนะการเลือกตั้ง ถ้าชนะกันแบบขาดลอย ก็จะมีผลต่อตลาดไม่ว่าจะขึ้นหรือลงกันได้เลย โดยไม่ต้องรอผลที่เป็นทางการ เราประเมินว่าถ้านางฮิลลารี่ชนะ ตลาดจะบวกได้ไม่มาก (ไม่น่าเกิน 1,521 จุด) เพราะตามคาดแต่หากนายทรัมป์ชน ตลาดจะลบได้มากกว่า เพราะตลาดไม่ได้คาดไว้แบบนั้น ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ เรามองว่าจะผันผวนในช่วงต้นๆการซื้อขาย เนื่องจากผลการเลือกตั้งยังออกมาไม่หมด แต่จะมีทิศทางที่ชัดเจนเมื่อทราบผลกันแล้ว คือไม่ขึ้นน้อยก็ลงแรง
ดังนั้นเป็นที่น่าสังเกตว่า ช่วง 2 วันที่ผ่านมา นักลงทุนเข้าไปซื้อหุ้นที่ราคาลงมามาก อย่างเช่น ธนาคาร โทรศัพท์ เป็นสัญญาณว่านักลงทุนมองตลาดขึ้นแต่ยังไม่มั่นใจในทิศทางตลาด จึงเลือกซื้อหุ้นที่ราคาลงมามากๆไว้ก่อน ซึ่งอาจจะเป็นเพราะรอคอยผลเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯกันอยู่ และปัจจัยอื่นๆ ตลาดก็รับรู้กันไประดับหนึ่งแล้ว
"จังหวะการลงทุนวันนี้ จึงควรรอดูผลเลือกตั้งหรือส่วนต่างของคะแนนที่พอจะชี้ผลได้ หากออกมาเป็นบวกต่อตลาด คือ นางฮิลลารี่ชนะ ก็น่าจะกลับเข้ามาซื้อหุ้นขนาดใหญ่กัน หุ้นที่เราให้ความสนใจ จะเป็น PTT , KBANK , BLA ในทางกลับกันหากนายทรัมป์พลิกมาเป็นผู้ชนะ ควรลดพอร์ตลง โดยเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่ที่นักลงทุนต่างประเทศถือไว้มาก ส่วนหุ้นตัวที่กำไรออกมาดีจะเป็น MTLS , CPN ขณะที่หุ้นตัวอื่นๆ CENTEL , FSMART มองกรอบดัชนีวันนี้ที่ 1,500-1,516จุด”
นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ กลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินตลาดหุ้นไทยในวันนี้ (9พ.ย.)จากคะแนนที่เป็น Electoral Vote ประธานาธิบดีสหรัฐฯของแต่ละฝั่งเมื่อชี้ชัดได้ว่าผู้ใดจะเป็นผู้ชนะการเลือกตั้ง จึงจะมีผลต่อตลาดหุ้น ก่อนหน้านี้ตลาดหุ้นส่วนใหญ่เป็นบวก เพราะโอกาสที่นางฮิลล่ารี่จะชนะ มีสูงกว่า หากไม่มีอะไรพลิกไปจากนี้ โอกาสที่ตลาดหุ้นจะเดินหน้าต่อก็เป็นไปได้สูง เพราะการลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงิน มีการชะลอหรือลดความเสี่ยงในช่วงก่อนทราบผลการเลือกตั้ง ทั้งนี้ เราคาดว่า ผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ เป็นตัวแปรสำคัญที่จะมีผลต่อตลาดหุ้นมากที่สุดในวันนี้
บล.KTBST ประเมินว่าก่อนตลาดหุ้นไทยเปิดซื้อขายวันนี้ น่าจะเห็นผลกันแล้วแล้วนางฮิลลารี่หรือนายทรัมป์ จะเป็นผู้ชนะการเลือกตั้ง ถ้าชนะกันแบบขาดลอย ก็จะมีผลต่อตลาดไม่ว่าจะขึ้นหรือลงกันได้เลย โดยไม่ต้องรอผลที่เป็นทางการ เราประเมินว่าถ้านางฮิลลารี่ชนะ ตลาดจะบวกได้ไม่มาก (ไม่น่าเกิน 1,521 จุด) เพราะตามคาดแต่หากนายทรัมป์ชน ตลาดจะลบได้มากกว่า เพราะตลาดไม่ได้คาดไว้แบบนั้น ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ เรามองว่าจะผันผวนในช่วงต้นๆการซื้อขาย เนื่องจากผลการเลือกตั้งยังออกมาไม่หมด แต่จะมีทิศทางที่ชัดเจนเมื่อทราบผลกันแล้ว คือไม่ขึ้นน้อยก็ลงแรง
ดังนั้นเป็นที่น่าสังเกตว่า ช่วง 2 วันที่ผ่านมา นักลงทุนเข้าไปซื้อหุ้นที่ราคาลงมามาก อย่างเช่น ธนาคาร โทรศัพท์ เป็นสัญญาณว่านักลงทุนมองตลาดขึ้นแต่ยังไม่มั่นใจในทิศทางตลาด จึงเลือกซื้อหุ้นที่ราคาลงมามากๆไว้ก่อน ซึ่งอาจจะเป็นเพราะรอคอยผลเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯกันอยู่ และปัจจัยอื่นๆ ตลาดก็รับรู้กันไประดับหนึ่งแล้ว
"จังหวะการลงทุนวันนี้ จึงควรรอดูผลเลือกตั้งหรือส่วนต่างของคะแนนที่พอจะชี้ผลได้ หากออกมาเป็นบวกต่อตลาด คือ นางฮิลลารี่ชนะ ก็น่าจะกลับเข้ามาซื้อหุ้นขนาดใหญ่กัน หุ้นที่เราให้ความสนใจ จะเป็น PTT , KBANK , BLA ในทางกลับกันหากนายทรัมป์พลิกมาเป็นผู้ชนะ ควรลดพอร์ตลง โดยเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่ที่นักลงทุนต่างประเทศถือไว้มาก ส่วนหุ้นตัวที่กำไรออกมาดีจะเป็น MTLS , CPN ขณะที่หุ้นตัวอื่นๆ CENTEL , FSMART มองกรอบดัชนีวันนี้ที่ 1,500-1,516จุด”






