
กรมการค้าต่างประเทศ เปิดตัวโครงการ“Thai Rice for Life”
กรมการค้าต่างประเทศ เปิดตัวโครงการ “อัตลักษณ์ข้าวไทย ทางเลือกใหม่ สู่ความยั่งยืน” (Thai Rice for Life) มุ่งตอบโจทย์การพัฒนาข้าวไทยเชิงคุณภาพอย่างเป็นระบบและครบวงจร เพื่อเพิ่มมูลค่า สร้างทางเลือกแก่ผู้บริโภค พร้อมเสริมความแข็งแกร่งให้กลุ่มผู้ผลิตข้าวชุมชนด้วยเครือข่ายทางการตลาดและการสื่อสารประชาสัมพันธ์สู่ผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ
วันนี้( 7 พ.ย.59)นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กล่าวในงานแถลงข่าวโครงการ‘อัตลักษณ์ข้าวไทย ทางเลือกใหม่ สู่ความยั่งยืน’ (Thai Rice for Life) ว่า “โครงการ ‘อัตลักษณ์ข้าวไทย ทางเลือกใหม่ สู่ความยั่งยืน’ เกิดจากดำริของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีและนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการส่งเสริมให้คนไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในอาชีพเกษตรกรรมปลูกข้าวน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต จึงมีนโยบายที่จะมุ่งสร้างศูนย์กลางข้อมูลและองค์ความรู้ข้าวไทย รวมทั้งศูนย์กลางข้อมูลสารสนเทศเชื่อมโยงผู้ผลิตกับผู้บริโภคทั่วโลก ใช้เป็นตัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายปรับโครงสร้างการบริหารจัดการข้าวทั้งระบบของรัฐบาลในรูปแบบที่ไม่ทำลายกลไกตลาด เน้นการรักษาสมดุลระหว่างอุปทานในภาคการผลิต และอุปสงค์ในตลาดให้สอดคล้องกับสถานการณ์ และสภาวะการแข่งขันในปัจจุบัน รวมทั้งเร่งสร้างค่านิยมให้เกษตรกรตระหนักถึงความสำคัญของการพึ่งพาตนเองและการพัฒนาอย่างยั่งยืน”
ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตและส่งออกข้าวที่สำคัญของโลก สายพันธุ์ข้าวไทยมีคุณภาพ มีความหลากหลาย มีเอกลักษณ์และความโดดเด่นเฉพาะตัว จึงสมควรมุ่งเน้นการผลิตข้าวคุณภาพเชิงมูลค่าและมีความหลากหลายมากกว่าการเพาะปลูกข้าวชนิดเดิมๆ ในปริมาณมากๆ จนล้นตลาด
“รัฐบาลมีนโยบายที่ชัดเจนในการมุ่งพัฒนาข้าวไทยอย่างเป็นระบบและยั่งยืน โดยการพัฒนาสู่ตลาดข้าวคุณภาพ พร้อมการให้ข้อมูลสำคัญๆ เพื่อการตัดสินใจของผู้บริโภค มีการเผยแพร่สร้างการรับรู้และความเข้าใจทั้งในกลุ่มผู้ผลิตและผู้ประกอบการข้าวไทยทุกระดับ สร้างช่องทางสื่อสารเชิงพาณิชย์เกี่ยวกับข้าวไทยอย่างเป็นระบบและครบวงจร เพื่อส่งเสริมการส่งออกและเพิ่มมูลค่าข้าวไทยในตลาดโลก รวมทั้งยกระดับการเพาะปลูกของเกษตรกรให้มีความหลากหลาย ภายใต้นโยบายปรับโครงสร้างการบริหารสินค้าเกษตรทั้งระบบของรัฐบาล เน้นการสื่อสารประชาสัมพันธ์ข้าวไทยคุณภาพดีสายพันธุ์ต่างๆ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น คุณสมบัติพิเศษที่เป็นได้ทั้งอาหารและโภชนบำบัด ขยายช่องทางสื่อสารการตลาดระหว่างผู้ผลิตและชุมชนสามารถเชื่อมโยงกับผู้บริโภคอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทยในเชิงมูลค่า ช่วยแก้ไขปัญหาและความเดือดร้อนของเกษตรกรจากราคาข้าวตกต่ำ ที่สำคัญความสำเร็จของแต่ละชุมชนจะเป็นแรงบันดาลใจและเป็นทางเลือกให้เกษตรกรชาวนาและวิสาหกิจชุมชนปฏิบัติจนพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน”
ภายในงานแถลงข่าวยังมีการสาธิตการนำข้าวไปปรุงเป็นอาหารว่าง ขนม และเครื่องดื่มนานาชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ไข่พระอาทิตย์” สูตรพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีได้โปรดเกล้าฯ พระราชทานให้กรมการค้าต่างประเทศเชิญมาตีพิมพ์เผยแพร่เมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้ว
โครงการ “อัตลักษณ์ข้าวไทย ทางเลือกใหม่สู่ความยั่งยืน” นำเสนอภายใต้แนวคิด ‘Thai Rice for Life’ ที่ให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับข้าวไทยในทุกมิติ สะท้อนความเชื่อมั่นในคุณค่า คุณภาพ และความโดดเด่นของข้าวไทย โดยมีการจัดทำเนื้อหาเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ สื่อสารสร้างการรับรู้สู่กลุ่มเป้าหมายทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ผ่านช่องทางหลากหลาย ประกอบด้วย
1.จัดทำฐานข้อมูลและองค์ความรู้ข้าวไทย โดยรวบรวมองค์ความรู้ข้าวไทยในเชิงพาณิชย์เพื่อส่งเสริมการส่งออก ได้แก่ ชนิดข้าวตามแหล่งเพาะปลูก มาตรฐานข้าวไทย สายพันธุ์ข้าวต่างๆ ที่เพาะปลูกในแต่ละพื้นที่ของประเทศ ช่องทางการติดต่อระหว่างผู้ผลิตและตลาดข้าว การถ่ายทอดเรื่องราวเชิงประวัติศาสตร์และภูมิปัญญาท้องถิ่นเกี่ยวกับข้าวไทยตลอดจนวัฒนธรรมประเพณีไทยที่เกี่ยวข้องกับการเพาะปลูกข้าว โดยประมวลข้อมูลต่างๆ จากหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมมาจัดทำเป็นฐานข้อมูลเบื้องต้น (Database) ก่อนนำไปจัดทำสื่อการตลาดที่มีศักยภาพสูง
2.จัดทำหนังสือข้าวไทย ที่มีเนื้อหาครบถ้วนทุกมิติ และออกแบบรูปเล่มในลักษณะ Coffee Table นำเสนอข้อมูลเชิงลึกและสามารถต่อยอดทางการตลาด โดยเฉพาะพันธุ์ข้าวพื้นเมืองของไทยที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น มาตรฐานและกระบวนการผลิต รวมไปถึงการแปรรูปข้าวเป็นสินค้านวัตกรรม (Super Food) เจาะตลาดกลุ่มคนรักสุขภาพและกลุ่มเฉพาะ (Niche Market) นับเป็นการเพิ่มทางเลือกในการบริโภค และเพิ่มมูลค่าให้แก่สินค้าและผลิตภัณฑ์ข้าว
3.จัดทำเว็บไซต์ข้าวไทย โดยดำเนินการพัฒนาเว็บไซต์ www.thairiceforlife.com เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายและสื่อสารประชาสัมพันธ์สู่กลุ่มผู้บริโภคทั่วโลก นำเสนอฐานข้อมูลและองค์ความรู้ข้าวไทยครบทุกมิติ รวมถึงเปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารแบบสื่อสารสองทาง และอำนวยความสะดวกในการค้นหาข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งช่องทางโซเชียลมีเดียเพื่อการสื่อสารขยายผล
4. จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์แบบผสมผสานเชิงรุก เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการใช้เครื่องมือสื่อสารทางการตลาดเชิงพาณิชย์วงกว้าง อาทิ การนำคณะสื่อมวลชนเดินทางลงพื้นที่เยี่ยมชมแหล่งเพาะปลูกข้าว สัมผัสวิถีชีวิตเกษตรกร การใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น นวัตกรรมการแปรรูปสินค้าและผลิตภัณฑ์จากข้าว และยังบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ฯลฯ เพื่อต่อยอดทางการตลาดแบบผสมผสานในรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ดึงดูดความสนใจผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวไปยังแหล่งเพาะปลูก รวมถึงอุดหนุนสินค้าและผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ กรมการค้าต่างประเทศได้เร่งพัฒนาช่องทางสื่อสารออนไลน์อย่างเป็นระบบเพื่อให้เป็นอีกหนึ่งช่องทางหลักในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับข้าวไทย พร้อมเชื่อมโยงสู่กลุ่มเป้าหมายภาคส่วนต่างๆ โดยใช้เว็บไซต์ www.thairiceforlife.com ในการสื่อสารเชิงฐานข้อมูลและส่งเสริมการตลาด และเว็บไซต์ www.thairiceinfo.go.th ในการบูรณาการข้อมูลการผลิตและการค้าข้าวจากองค์กรรัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งมีการพัฒนาปรับปรุง เว็บไซต์ของกรมฯ www.dft.go.th ให้ทันสมัยสามารถเข้าถึงข้อมูลการดำเนินงานของภาครัฐได้อย่างสะดวกรวดเร็วและครอบคลุมบนอุปกรณ์เครื่องมือสื่อสารทุกประเภท
วันนี้( 7 พ.ย.59)นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กล่าวในงานแถลงข่าวโครงการ‘อัตลักษณ์ข้าวไทย ทางเลือกใหม่ สู่ความยั่งยืน’ (Thai Rice for Life) ว่า “โครงการ ‘อัตลักษณ์ข้าวไทย ทางเลือกใหม่ สู่ความยั่งยืน’ เกิดจากดำริของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีและนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการส่งเสริมให้คนไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในอาชีพเกษตรกรรมปลูกข้าวน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต จึงมีนโยบายที่จะมุ่งสร้างศูนย์กลางข้อมูลและองค์ความรู้ข้าวไทย รวมทั้งศูนย์กลางข้อมูลสารสนเทศเชื่อมโยงผู้ผลิตกับผู้บริโภคทั่วโลก ใช้เป็นตัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายปรับโครงสร้างการบริหารจัดการข้าวทั้งระบบของรัฐบาลในรูปแบบที่ไม่ทำลายกลไกตลาด เน้นการรักษาสมดุลระหว่างอุปทานในภาคการผลิต และอุปสงค์ในตลาดให้สอดคล้องกับสถานการณ์ และสภาวะการแข่งขันในปัจจุบัน รวมทั้งเร่งสร้างค่านิยมให้เกษตรกรตระหนักถึงความสำคัญของการพึ่งพาตนเองและการพัฒนาอย่างยั่งยืน”
ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตและส่งออกข้าวที่สำคัญของโลก สายพันธุ์ข้าวไทยมีคุณภาพ มีความหลากหลาย มีเอกลักษณ์และความโดดเด่นเฉพาะตัว จึงสมควรมุ่งเน้นการผลิตข้าวคุณภาพเชิงมูลค่าและมีความหลากหลายมากกว่าการเพาะปลูกข้าวชนิดเดิมๆ ในปริมาณมากๆ จนล้นตลาด
“รัฐบาลมีนโยบายที่ชัดเจนในการมุ่งพัฒนาข้าวไทยอย่างเป็นระบบและยั่งยืน โดยการพัฒนาสู่ตลาดข้าวคุณภาพ พร้อมการให้ข้อมูลสำคัญๆ เพื่อการตัดสินใจของผู้บริโภค มีการเผยแพร่สร้างการรับรู้และความเข้าใจทั้งในกลุ่มผู้ผลิตและผู้ประกอบการข้าวไทยทุกระดับ สร้างช่องทางสื่อสารเชิงพาณิชย์เกี่ยวกับข้าวไทยอย่างเป็นระบบและครบวงจร เพื่อส่งเสริมการส่งออกและเพิ่มมูลค่าข้าวไทยในตลาดโลก รวมทั้งยกระดับการเพาะปลูกของเกษตรกรให้มีความหลากหลาย ภายใต้นโยบายปรับโครงสร้างการบริหารสินค้าเกษตรทั้งระบบของรัฐบาล เน้นการสื่อสารประชาสัมพันธ์ข้าวไทยคุณภาพดีสายพันธุ์ต่างๆ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น คุณสมบัติพิเศษที่เป็นได้ทั้งอาหารและโภชนบำบัด ขยายช่องทางสื่อสารการตลาดระหว่างผู้ผลิตและชุมชนสามารถเชื่อมโยงกับผู้บริโภคอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทยในเชิงมูลค่า ช่วยแก้ไขปัญหาและความเดือดร้อนของเกษตรกรจากราคาข้าวตกต่ำ ที่สำคัญความสำเร็จของแต่ละชุมชนจะเป็นแรงบันดาลใจและเป็นทางเลือกให้เกษตรกรชาวนาและวิสาหกิจชุมชนปฏิบัติจนพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน”
ภายในงานแถลงข่าวยังมีการสาธิตการนำข้าวไปปรุงเป็นอาหารว่าง ขนม และเครื่องดื่มนานาชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ไข่พระอาทิตย์” สูตรพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีได้โปรดเกล้าฯ พระราชทานให้กรมการค้าต่างประเทศเชิญมาตีพิมพ์เผยแพร่เมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้ว
โครงการ “อัตลักษณ์ข้าวไทย ทางเลือกใหม่สู่ความยั่งยืน” นำเสนอภายใต้แนวคิด ‘Thai Rice for Life’ ที่ให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับข้าวไทยในทุกมิติ สะท้อนความเชื่อมั่นในคุณค่า คุณภาพ และความโดดเด่นของข้าวไทย โดยมีการจัดทำเนื้อหาเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ สื่อสารสร้างการรับรู้สู่กลุ่มเป้าหมายทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ผ่านช่องทางหลากหลาย ประกอบด้วย
1.จัดทำฐานข้อมูลและองค์ความรู้ข้าวไทย โดยรวบรวมองค์ความรู้ข้าวไทยในเชิงพาณิชย์เพื่อส่งเสริมการส่งออก ได้แก่ ชนิดข้าวตามแหล่งเพาะปลูก มาตรฐานข้าวไทย สายพันธุ์ข้าวต่างๆ ที่เพาะปลูกในแต่ละพื้นที่ของประเทศ ช่องทางการติดต่อระหว่างผู้ผลิตและตลาดข้าว การถ่ายทอดเรื่องราวเชิงประวัติศาสตร์และภูมิปัญญาท้องถิ่นเกี่ยวกับข้าวไทยตลอดจนวัฒนธรรมประเพณีไทยที่เกี่ยวข้องกับการเพาะปลูกข้าว โดยประมวลข้อมูลต่างๆ จากหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมมาจัดทำเป็นฐานข้อมูลเบื้องต้น (Database) ก่อนนำไปจัดทำสื่อการตลาดที่มีศักยภาพสูง
2.จัดทำหนังสือข้าวไทย ที่มีเนื้อหาครบถ้วนทุกมิติ และออกแบบรูปเล่มในลักษณะ Coffee Table นำเสนอข้อมูลเชิงลึกและสามารถต่อยอดทางการตลาด โดยเฉพาะพันธุ์ข้าวพื้นเมืองของไทยที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น มาตรฐานและกระบวนการผลิต รวมไปถึงการแปรรูปข้าวเป็นสินค้านวัตกรรม (Super Food) เจาะตลาดกลุ่มคนรักสุขภาพและกลุ่มเฉพาะ (Niche Market) นับเป็นการเพิ่มทางเลือกในการบริโภค และเพิ่มมูลค่าให้แก่สินค้าและผลิตภัณฑ์ข้าว
3.จัดทำเว็บไซต์ข้าวไทย โดยดำเนินการพัฒนาเว็บไซต์ www.thairiceforlife.com เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายและสื่อสารประชาสัมพันธ์สู่กลุ่มผู้บริโภคทั่วโลก นำเสนอฐานข้อมูลและองค์ความรู้ข้าวไทยครบทุกมิติ รวมถึงเปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารแบบสื่อสารสองทาง และอำนวยความสะดวกในการค้นหาข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งช่องทางโซเชียลมีเดียเพื่อการสื่อสารขยายผล
4. จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์แบบผสมผสานเชิงรุก เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการใช้เครื่องมือสื่อสารทางการตลาดเชิงพาณิชย์วงกว้าง อาทิ การนำคณะสื่อมวลชนเดินทางลงพื้นที่เยี่ยมชมแหล่งเพาะปลูกข้าว สัมผัสวิถีชีวิตเกษตรกร การใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น นวัตกรรมการแปรรูปสินค้าและผลิตภัณฑ์จากข้าว และยังบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ฯลฯ เพื่อต่อยอดทางการตลาดแบบผสมผสานในรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ดึงดูดความสนใจผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวไปยังแหล่งเพาะปลูก รวมถึงอุดหนุนสินค้าและผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ กรมการค้าต่างประเทศได้เร่งพัฒนาช่องทางสื่อสารออนไลน์อย่างเป็นระบบเพื่อให้เป็นอีกหนึ่งช่องทางหลักในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับข้าวไทย พร้อมเชื่อมโยงสู่กลุ่มเป้าหมายภาคส่วนต่างๆ โดยใช้เว็บไซต์ www.thairiceforlife.com ในการสื่อสารเชิงฐานข้อมูลและส่งเสริมการตลาด และเว็บไซต์ www.thairiceinfo.go.th ในการบูรณาการข้อมูลการผลิตและการค้าข้าวจากองค์กรรัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งมีการพัฒนาปรับปรุง เว็บไซต์ของกรมฯ www.dft.go.th ให้ทันสมัยสามารถเข้าถึงข้อมูลการดำเนินงานของภาครัฐได้อย่างสะดวกรวดเร็วและครอบคลุมบนอุปกรณ์เครื่องมือสื่อสารทุกประเภท






