thansettakij
thansettakij
KTBST  ชี้หากทรัมป์ชนะเลือกตั้งตลาดหุ้นปรับตัวในช่วงแรกๆแต่ยังให้น้ำหนักฮิลลารีชนะ

KTBST  ชี้หากทรัมป์ชนะเลือกตั้งตลาดหุ้นปรับตัวในช่วงแรกๆแต่ยังให้น้ำหนักฮิลลารีชนะ

04 พ.ย. 59 | 06:49 น.
อัปเดตล่าสุด :04 พ.ย. 59 | 13:49 น.
บล.KTBST  แนะตลาดหุ้นที่ปรับตัวลงเป็นจังหวะทยอยเข้าซื้อและถือเงินสดส่วนหนึ่ง เพื่อรอดูสถานการณ์ ระบุหากทรัมป์ชนะเลือกตั้งตลาดหุ้นอาจปรับตัวในช่วงแรก แต่ระยะต่อไปจะดูว่านโยบายจะใช้ได้จริงในระดับใด แต่ยังให้น้ำหนักว่า ฮิลลารี คลินตัน ชนะเลือกตั้ง

นายชาตรี  โรจนอาภา  ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์และพัฒนาผลิตภัณฑ์  บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (KTBST) เปิดเผยว่า จากการตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดตัวอยู่ในแดนลบเป็นวันที่ 8 ติดต่อกันอันเนื่องจากความกังวลเรื่องการเลือกตั้งและผลประกอบการของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี รวมถึงกลุ่มสุขภาพออกมาไม่ค่อยดีนัก โดยราคาหุ้น Facebook ลดลงถึง 5.64% หลังจากผู้บริหารให้มุมมองผลประกอบการไตรมาส 4 ที่อาจเติบโตช้าลง นอกจากนี้หุ้นบริษัทยายักษ์ใหญอย่าง PfizerInc. ก็ปรับตัวลดลงถึง 2.42%  ขณะที่ตัวเลขดัชนีการผลิตนอกภาคอุตสาหกรรม (ISM Non-Manufacturing PMI) ของสหรัฐฯเดือน ต.ค. ลดลงมา 2.3% อยู่ที่ระดับ 54.8 จากระดับ 57.1 ในเดือน ก.ย. และน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ระดับ 56.0 แสดงให้เห็นถึงการชะลอตัวในภาคบริการของสหรัฐฯเนื่องจากดัชนีในภาคอุตสาหกรรมยังคงเพิ่มขึ้นอยู่ (0.4%) และยอดสั่งซื้อในโรงงานของสหรัฐฯที่ยังเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน โดยปรับตัวขึ้น 0.3% ในเดือน ก.ย.

ทั้งนี้ หลังมีประเด็นที่ว่า FBI เตรียมรื้อฟื้นคดีการใช้เซิร์ฟเวอร์อีเมลส่วนตัวของนางฮิลลารี คลินตัน คะแนนความนิยมในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของนายโดนัลด์ ทรัมป์เริ่มตีตื้นขึ้นมาสูสีกับนางฮิลลารี คลินตัน จะเห็นได้ว่าคะแนนของนายโดนัลด์กลับมาใกล้เคียงนางฮิลลารีอีกครั้งที่ 236 : 302 ในขณะที่ช่วงสัปดาห์ที่แล้วคะแนนห่างกันถึง 205 : 333 โดยหากนายโดนัลด์ ทรัมป์พลิกกลับมาชนะการเลือกตั้งสหรัฐฯ คาดว่าจะส่งผลลบต่อตลาดหุ้นโดยรวมเนื่องจากนโยบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์เป็นนโยบายที่ค่อนข้าง nationalism จะเน้นการสร้างงาน, ขยายเศรษฐกิจภายในสหรัฐฯ, และส่งเสริมให้มีการลงทุนในประเทศมากขึ้นไม่สนับสนุนฐานการผลิตนอกประเทศ

โดยจากนโยบายดังกล่าว คาดว่าจะมีผลที่ตามมาคือ  1.) กิจกรรมการผลิตในประเทศสหรัฐฯมีมากขึ้น, การจ้างงานมากขึ้น, และ ความมั่งคั่งมากขึ้น 2.) สินค้าต่างๆจะถูกดึงไปผลิตที่สหรัฐฯมากขึ้น, การขาดดุลจะลดลง  3.) การขายสินค้าไปยังสหรัฐฯจะดำเนินการได้ยากขึ้น 4.) สินค้าขั้นกลาง (เช่น OEM, ชิ้นส่วนรถยนต์) อาจนำเข้าลดลง 5). สินค้าที่จำเป็นในการครองชีพ เช่น อาหาร เกษตรแปรรูป ที่ขายไปยังสหรัฐฯจะไม่ถูกกระทบ 6.) คาดราคายาจะลดลง ด้วยนโยบายนำเข้ายาจากต่างประเทศ ส่งผลให้ระดับราคายาในประเทศมีการแข่งขันสูง 7.) เงินดอลลาร์จะแข็งค่าขึ้น 8.) ต้นทุนการผลิต (ค่าแรง) จะสูงขึ้น  ความสามารถในการแข่งขันลดลง และ 9.) ราคาสินค้าของสหรัฐฯแพงขึ้น เสียความสามารถในการแข่งขันกับผู้ผลิตหรือสินค้านอกสหรัฐฯ

สำหรับ ผลกระทบต่อตลาดหุ้นในเบื้องต้น บล.KTBST มองว่า ด้วยมาตรการกีดกันทางการค้า, ต้นทุนการผลิตจะสูงขึ้นสินค้าต่างๆ (เช่น รถยนต์, โทรศัพท์มือถือ) ที่มีฐานการผลิตในต่างประเทศ รวมถึงการลดระยะเวลาขึ้นดอกเบี้ยจะส่งผลลบต่อตลาดหุ้นโดยรวม โดยเฉพาะหุ้นที่มี beta สูงหรือหุ้นที่อิงกับภาวะตลาดหุ้นอาจปรับตัวลดลงในช่วงแรกหลังทราบผลเลือกตั้ง แต่ในระยะต่อไปจะมีการประเมินว่า นโยบายของทรัมป์นั้น จะสามารถนำมาใช้จริงได้ในระดับใด เพราะนโยบายที่สุดขั้วแบบนี้ ประชาชนสหรัฐฯที่มีรายได้น้อยของสหรัฐฯ แต่กลุ่มผู้ประกอบการที่มีธุรกิจส่งน่าจะถูกกระทบและเสียประโยชน์จากนโยบายในเชิงnationalism ของทรัมป์ ส่วนหุ้นไทยที่จะได้ผลบวกหากทรัมป์ชนะการเลือกตั้งได้แก่ TU  , CFRESH , BANPU หุ้นที่จะได้ปัจจัยลบ ได้แก่  COM7 , TVO

"จากผันผวนของตลาดที่เป็นผลมาจากความกังวลเรื่องการเลือกตั้งสหรัฐฯ ทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลงต่อเนื่อง บล.KTBST มองว่าเป็นจังหวะให้ทยอยลงทุนได้ และยังคงให้น้ำหนักว่า นางฮิลลารี คลินตัน จะชนะการเลือกตั้งมากกว่า แต่นักลงทุนอาจถือเงินสดไว้บ้างเพื่รอดูสถานการณ์ในช่วงนี้" ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการกล่าว