
ดันเป้าหมายรายได้หมื่นล้าน ธุรกิจสนับสนุน BDMS วางแผนเด็ดโตปีละ 30%
กลุ่มธุรกิจสนับสนุนโรงพยาบาลเครือกรุงเทพฯ วางเป้าหมายลุยธุรกิจสร้างการเติบโตปีละ 30% สู่ยอดขายหมื่นล้าน เดินหน้าลงทุนต่อเนื่อง พร้อมเปิดรับพันธมิตรทุกรูปแบบ ล่าสุดทุ่ม 920 ล้าน ขยายโรงงานผลิตยา ก่อนเดินสายผลิตต่อผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ต่อยอดซัพพลายเชนตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ
นายวิษณุ อัศเวศน์ รองประธานคณะผู้บริหารกลุ่มธุรกิจสนับสนุนโรงพยาบาลในเครือบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือบีดีเอ็มเอส และกรรมการผู้จัดการ บริษัท สหแพทย์เภสัช จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายยาและเวชภัณฑ์ เปิดเผยว่า ได้วางเป้าหมายให้กลุ่มธุรกิจสนับสนุนโรงพยาบาลให้มีอัตราการเติบโตต่อเนื่องปีละ 30% เพื่อสร้างรายได้ 1 หมื่นล้านบาท ภายในปี 2561 ซึ่งสอดคล้องกับแผนธุรกิจของกลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพฯที่จะมีรายได้ 1 แสนล้านบาทด้วย โดยปีนี้คาดว่าบริษัทจะมีรายได้ 6,000 ล้านบาท เติบโตในอัตรา 30%
สำหรับธุรกิจกลุ่มสนับสนุนโรงพยาบาลที่อยู่ในเครือบีดีเอ็มเอส ประกอบด้วยโรงงานยา 2 แห่ง กลุ่มบริษัทเอ็นเฮลท์ ซึ่งทำธุรกิจด้านการตรวจวิเคราะห์และห้องแล็บ และร้านยาเซฟดรักที่คาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะมีจำนวน 150 สาขาทั่วประเทศ โดยกลุ่มบีดีเอ็มเอสยังคงเดินหน้าขยายการลงทุนในธุรกิจสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง และเปิดโอกาสด้านการลงทุนทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อกิจการ การควบรวมกิจการ การร่วมลงทุน และการลงทุนเองด้วย เนื่องจากกลุ่มบีดีเอ็มเอสไม่มีปัญหาด้านเงินลงทุนแต่อย่างใด
นายวิษณุ กล่าวว่า กลุ่มธุรกิจสนับสนุนโรงพยาบาลปัจจุบันถือว่ามีครบวงจรแล้ว แต่ยังถือว่าไม่เพียงพอโดยเฉพาะธุรกิจต้นน้ำ เช่น การผลิตยา จึงเปิดโอกาสในด้านการร่วมมือกับพันธมิตร หรือการหาโอกาสทางธุรกิจอื่นๆ ด้วย ล่าสุด ได้ทุ่มงบประมาณ 920 ล้านบาท ก่อสร้างโรงงานยาแห่งที่ 2 ขนาดพื้นที่ 15 ไร่ ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมสินสาคร จ.สมุทรสาคร ด้วยกำลังการผลิตยาเม็ด 6,700 ล้านเม็ดต่อปี ยาแคปซูล 1,000 ล้านแคปซูลต่อปี ยาน้ำ 2.8 ล้านลิตรต่อปี ยาผง 175 ตันต่อปีและยากึ่งแข็ง เช่น ครีม เจล อีก 140 ตันต่อปี
“สำหรับตลาดในปัจจุบันมีมูลค่ากว่า 1.4 แสนล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทจัดจำหน่ายยาคิดเป็นสัดส่วน 10% ของยอดขายรวมเท่านั้น และมีกลุ่มลูกค้าหลักเป็นโรงพยาบาลรัฐและเอกชนทั่วไป ส่วนลูกค้าของกลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพฯ มีสัดส่วนเพียง 20% เท่านั้น และมียอดขายต่างประเทศประมาณ 10% หลังจากขยายโรงงานแห่งใหม่ จะเพิ่มสัดส่วนการส่งออกให้มากขึ้นเป็น 20% ภายใน 2-3ปีข้างหน้า โดยจะเข้าไปทำตลาดในยุโรปด้วยขณะนี้อยู่ระหว่างการขึ้นทะเบียนยา ส่วนโรงงานเดิมจะปรับไลน์การผลิตใหม่ให้ผลิตกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแทน เนื่องจากเป็นตลาดที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง สำหรับบริษัท สหแพทย์ฯ ปีนี้คาดว่าจะมีรายได้ประมาณ 800 ล้านบาท เติบโต 15% ซึ่งเป็นระดับอัตราการเติบโตสูงกว่าอัตราเติบโตเฉลี่ยทั่วไปในตลาด ที่เติบโตราว 5%
ด้านน.พ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ประธานคณะผู้บริหารและกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทกรุงเทพดุสิตเวชการ และประธานกรรมการบริษัท สหแพทย์ฯ กล่าวว่า ปัจจุบันกลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพฯ มีโรงพยายาลรวม 45 แห่งและยังคงวางเป้าหมายที่จะมีเครือข่ายโรงพยาบาลทั้งสิ้น 50 แห่งภายในปี 2560 และในปี 2561 คาดว่าจะมีรายได้ทั้งกลุ่มรวม 1 แสนล้านบาท โดยกลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพฯ จะเป็นหนึ่งใน 5 ผู้นำตลาดด้านการรักษาพยาบาลและธุรกิจสุขภาพครบวงจรในภูมิภาค ซึ่งรายได้หลักยังมาจากกลุ่มธุรกิจโรงพยาบาล
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,207 วันที่ 6 - 9 พฤศจิกายน 2559
นายวิษณุ อัศเวศน์ รองประธานคณะผู้บริหารกลุ่มธุรกิจสนับสนุนโรงพยาบาลในเครือบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือบีดีเอ็มเอส และกรรมการผู้จัดการ บริษัท สหแพทย์เภสัช จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายยาและเวชภัณฑ์ เปิดเผยว่า ได้วางเป้าหมายให้กลุ่มธุรกิจสนับสนุนโรงพยาบาลให้มีอัตราการเติบโตต่อเนื่องปีละ 30% เพื่อสร้างรายได้ 1 หมื่นล้านบาท ภายในปี 2561 ซึ่งสอดคล้องกับแผนธุรกิจของกลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพฯที่จะมีรายได้ 1 แสนล้านบาทด้วย โดยปีนี้คาดว่าบริษัทจะมีรายได้ 6,000 ล้านบาท เติบโตในอัตรา 30%
สำหรับธุรกิจกลุ่มสนับสนุนโรงพยาบาลที่อยู่ในเครือบีดีเอ็มเอส ประกอบด้วยโรงงานยา 2 แห่ง กลุ่มบริษัทเอ็นเฮลท์ ซึ่งทำธุรกิจด้านการตรวจวิเคราะห์และห้องแล็บ และร้านยาเซฟดรักที่คาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะมีจำนวน 150 สาขาทั่วประเทศ โดยกลุ่มบีดีเอ็มเอสยังคงเดินหน้าขยายการลงทุนในธุรกิจสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง และเปิดโอกาสด้านการลงทุนทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อกิจการ การควบรวมกิจการ การร่วมลงทุน และการลงทุนเองด้วย เนื่องจากกลุ่มบีดีเอ็มเอสไม่มีปัญหาด้านเงินลงทุนแต่อย่างใด
นายวิษณุ กล่าวว่า กลุ่มธุรกิจสนับสนุนโรงพยาบาลปัจจุบันถือว่ามีครบวงจรแล้ว แต่ยังถือว่าไม่เพียงพอโดยเฉพาะธุรกิจต้นน้ำ เช่น การผลิตยา จึงเปิดโอกาสในด้านการร่วมมือกับพันธมิตร หรือการหาโอกาสทางธุรกิจอื่นๆ ด้วย ล่าสุด ได้ทุ่มงบประมาณ 920 ล้านบาท ก่อสร้างโรงงานยาแห่งที่ 2 ขนาดพื้นที่ 15 ไร่ ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมสินสาคร จ.สมุทรสาคร ด้วยกำลังการผลิตยาเม็ด 6,700 ล้านเม็ดต่อปี ยาแคปซูล 1,000 ล้านแคปซูลต่อปี ยาน้ำ 2.8 ล้านลิตรต่อปี ยาผง 175 ตันต่อปีและยากึ่งแข็ง เช่น ครีม เจล อีก 140 ตันต่อปี
“สำหรับตลาดในปัจจุบันมีมูลค่ากว่า 1.4 แสนล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทจัดจำหน่ายยาคิดเป็นสัดส่วน 10% ของยอดขายรวมเท่านั้น และมีกลุ่มลูกค้าหลักเป็นโรงพยาบาลรัฐและเอกชนทั่วไป ส่วนลูกค้าของกลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพฯ มีสัดส่วนเพียง 20% เท่านั้น และมียอดขายต่างประเทศประมาณ 10% หลังจากขยายโรงงานแห่งใหม่ จะเพิ่มสัดส่วนการส่งออกให้มากขึ้นเป็น 20% ภายใน 2-3ปีข้างหน้า โดยจะเข้าไปทำตลาดในยุโรปด้วยขณะนี้อยู่ระหว่างการขึ้นทะเบียนยา ส่วนโรงงานเดิมจะปรับไลน์การผลิตใหม่ให้ผลิตกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแทน เนื่องจากเป็นตลาดที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง สำหรับบริษัท สหแพทย์ฯ ปีนี้คาดว่าจะมีรายได้ประมาณ 800 ล้านบาท เติบโต 15% ซึ่งเป็นระดับอัตราการเติบโตสูงกว่าอัตราเติบโตเฉลี่ยทั่วไปในตลาด ที่เติบโตราว 5%
ด้านน.พ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ประธานคณะผู้บริหารและกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทกรุงเทพดุสิตเวชการ และประธานกรรมการบริษัท สหแพทย์ฯ กล่าวว่า ปัจจุบันกลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพฯ มีโรงพยายาลรวม 45 แห่งและยังคงวางเป้าหมายที่จะมีเครือข่ายโรงพยาบาลทั้งสิ้น 50 แห่งภายในปี 2560 และในปี 2561 คาดว่าจะมีรายได้ทั้งกลุ่มรวม 1 แสนล้านบาท โดยกลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพฯ จะเป็นหนึ่งใน 5 ผู้นำตลาดด้านการรักษาพยาบาลและธุรกิจสุขภาพครบวงจรในภูมิภาค ซึ่งรายได้หลักยังมาจากกลุ่มธุรกิจโรงพยาบาล
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,207 วันที่ 6 - 9 พฤศจิกายน 2559






