thansettakij
thansettakij
รัฐบาลกำหนด 3 แนวทางบรรเทาความเดือดร้อนเรือประมงอวนรุน

รัฐบาลกำหนด 3 แนวทางบรรเทาความเดือดร้อนเรือประมงอวนรุน

03 พ.ย. 59 | 00:00 น.
รายงานข่าวจากศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย เผยว่า ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 24/2558  เรื่อง การแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย  ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม เพิ่มเติม  สั่ง ณ วันที่ 5  สิงหาคม 2558  กำหนดให้เครื่องมืออวนรุนเป็นอุปกรณ์เครื่องมือทำการประมงชนิดหนึ่ง ที่ผิดกฎหมาย เป็นผลให้เรืออวนรุนทั้งหมดต้องหยุดจับสัตว์น้ำ ตั้งแต่วันที่  6 สิงหาคม 2558 เป็นต้นมา

แต่เดิม เรืออวนรุนที่ได้รับอาชญาบัตรจากกรมประมง อย่างถูกต้องจำนวน 341 ลำ ได้รับความเดือดร้อนจากคำสั่งดังกล่าว  รัฐบาลจึงได้กำหนดมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนใน 3 ทางเลือก ได้แก่

การช่วยเหลือที่ 1  ชดเชยค่าทำการประมงให้จำนวน 53 วัน  รวมเป็นเงิน 47.7 ล้านบาท

การช่วยเหลือที่ 2  ช่วยเหลือสนับสนุน ให้มีการเปลี่ยนเครื่องมือทำการประมงให้ถูกกฎหมาย โดยมีมติคณะรัฐมนตรี ให้ ธนาคารออมสิน จัดทำโครงการ "ประมงไทยก้าวไกลสู่สากล" ปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำในวงเงิน 500 ล้านบาท ให้ชาวประมงไปจัดซื้อเครื่องมือทำประมงที่ถูกกฎหมาย

การช่วยเหลือที่ 3  สำหรับชาวประมงที่ต้องการจะหันไปประกอบอาชีพอื่น  รัฐบาลมีการช่วยเหลือด้วยการรับซื้อเรือคืนจากชาวประมง ในราคาร้อยละ 50 ของราคาประเมินเรือ ไม่คิดค่าเครื่องยนต์และอุปกรณ์อื่น

จากแนวทางดังกล่าวมีเรือเข้าโครงการจำนวน 48 ลำ  กรมประมงได้นำเรือที่จัดซื้อคืนจากชาวประมง ไปจัดทำปะการังเทียม ใช้วงเงินในการจัดซื้อเหลือจำนวน  139  ล้านบาท  จัดจ้างเอกชนมาทำความสะอาดและเทซีเมนต์เพื่อให้เป็นน้ำหนักถ่วงเรือ  จำนวน 5.7 ล้านบาท โดยเริ่มทำการจมเรือประมงตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2559  จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2559 จมไปแล้วจำนวน 32 ลำ  และจะทำการจมเรือเพิ่มเติมในระหว่างวันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 จนถึง 15 พฤศจิกายน 2559 อีกจำนวน 16 ลำ

แนวทางการจมเรือได้กำหนดพื้นที่ที่จัดวางปะการังเทียมและจมเรือได้แก่  จังหวัดปัตตานี 2  ลำ  จังหวัดสุราษฎร์ธานี 30 ลำ  ในบริเวณเกาะเต่าและเกาะพะงัน  และจังหวัดเพชรบุรีจำนวน 16 ลำ

ทั้งนี้การลดจำนวนประเภทเรืออวนรุน คาดว่าจะทำให้จำนวนทรัพยากรสัตว์น้ำทางทะเลในน่านน้ำประเทศไทยจะมีความอุดมสมบูรณ์เพิ่มมากขึ้น  เป็นการรักษาสืบทอดทรัพยากร ให้ยังยืนต่อไป ศปมผ.เดินหน้าแก้ปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมายอย่างเต็มที่