
BTSC ออกหุ้นกู้2.2 หมื่นล้านบาท
บริษัท ทริสเรทติ้งจัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันในวงเงินไม่เกิน 22,000 ล้านบาทของ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ BTSC ที่ระดับ “A” ในขณะเดียวกันยังยืนยันอันดับเครดิตองค์กรของบริษัทที่ระดับ “A” ด้วย โดยแนวโน้มยังคง “คงที่”
ทั้งนี้ อันดับเครดิตของหุ้นกู้ชุดใหม่ใช้แทนอันดับเครดิตหุ้นกู้เดิมที่ได้รับการจัดอันดับเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2559 เนื่องจากบริษัทเพิ่มวงเงินรวมของหุ้นกู้เป็น 22,000 ล้านบาท จากเดิม 20,000 ล้านบาท โดยบริษัทจะนำเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ชุดใหม่ไปใช้ในการจัดซื้อรถไฟฟ้าและลงทุนในระบบไฟฟ้าและเครื่องกล โครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียวช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต
อันดับเครดิตสะท้อนถึงผลงานของบริษัทซึ่งเป็นที่ยอมรับในการเป็นผู้ให้บริการเดินรถไฟฟ้ารายแรกในประเทศไทย อัตรากำไรในระดับสูงและสม่ำเสมอจากการให้บริการเดินรถไฟฟ้าและธุรกิจสื่อโฆษณา และมีโอกาสสูงในการได้รับสัญญาบริการเดินรถและซ่อมบำรุงสำหรับโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียว
การลงทุนระบบไฟฟ้าและเครื่องกลของโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียวจะเป็นการช่วยเพิ่มความเข็งแกร่งของสถานะทางธุรกิจของบริษัท
อย่างไรก็ตาม สถานะทางการเงินของบริษัทคาดว่าจะอ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับประมาณการที่ผ่านมา โดยภาระหนี้ของบริษัทจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงการลงทุนและจะปรับตัวลงหลังจากการโอนระบบไฟฟ้าและเครื่องกลให้กับ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของกรุงเทพมหานครและเป็นผู้ว่าจ้างและเจ้าของโครงการในปี 2563
ปัจจุบัน BTSC เป็นหน่วยธุรกิจหลักของ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์(BTS) และเป็นผู้สร้างกระแสเงินสดและกำไรให้กับบริษัทบีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ ดังนั้น สถานะเครดิตของบริษัทและบริษัทบีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จึงมีความเกี่ยวข้องกันอย่างมาก ปัจจุบันทริสเรทติ้งจัดอันดับเครดิตของบริษัทบีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ที่ระดับ “A” และแนวโน้มอันดับเครดิต “คงที่”
แนวโน้มอันดับเครดิต “คงที่” สะท้อนถึงการคาดการณ์ว่าบริษัทจะยังคงรักษาระดับกระแสเงินสดและอัตรากำไรจากการดำเนินงานในระดับสูงจากการให้บริการเดินรถไฟฟ้าและธุรกิจสื่อโฆษณา โดยคาดว่าการพัฒนาโครงการใหม่จะราบรื่นและตรงตามตารางเวลา
ในเดือนมิถุนายน 2559 บริษัทได้ลงนามสัญญากับบริษัทกรุงเทพธนาคมในการซื้อขายและติดตั้งระบบไฟฟ้าและเครื่องกลสำหรับโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียวช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 20,000 ล้านบาท ในขณะเดียวกัน บริษัทได้ลงนามในสัญญาแบบเหมารวมราคาเพื่อจัดหาและติดตั้งระบบไฟฟ้าและเครื่องกลกับกลุ่มบริษัทซึ่งได้แก่ Bombardier Transportation Signal (Thailand) Ltd., ST Electronics (Thailand) Ltd., และ AMR Asia Co., Ltd. ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุน โดยบริษัทกรุงเทพธนาคมจะชำระราคาทั้งหมดรวมถึงค่าดอกเบี้ยของโครงการให้กับบริษัทภายในระยะวลา 4 ปี หรือสามารถขยายระยะเวลาในการชำระราคาเพิ่มได้ 2 ปี
ทั้งนี้ อันดับเครดิตของหุ้นกู้ชุดใหม่ใช้แทนอันดับเครดิตหุ้นกู้เดิมที่ได้รับการจัดอันดับเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2559 เนื่องจากบริษัทเพิ่มวงเงินรวมของหุ้นกู้เป็น 22,000 ล้านบาท จากเดิม 20,000 ล้านบาท โดยบริษัทจะนำเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ชุดใหม่ไปใช้ในการจัดซื้อรถไฟฟ้าและลงทุนในระบบไฟฟ้าและเครื่องกล โครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียวช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต
อันดับเครดิตสะท้อนถึงผลงานของบริษัทซึ่งเป็นที่ยอมรับในการเป็นผู้ให้บริการเดินรถไฟฟ้ารายแรกในประเทศไทย อัตรากำไรในระดับสูงและสม่ำเสมอจากการให้บริการเดินรถไฟฟ้าและธุรกิจสื่อโฆษณา และมีโอกาสสูงในการได้รับสัญญาบริการเดินรถและซ่อมบำรุงสำหรับโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียว
การลงทุนระบบไฟฟ้าและเครื่องกลของโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียวจะเป็นการช่วยเพิ่มความเข็งแกร่งของสถานะทางธุรกิจของบริษัท
อย่างไรก็ตาม สถานะทางการเงินของบริษัทคาดว่าจะอ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับประมาณการที่ผ่านมา โดยภาระหนี้ของบริษัทจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงการลงทุนและจะปรับตัวลงหลังจากการโอนระบบไฟฟ้าและเครื่องกลให้กับ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของกรุงเทพมหานครและเป็นผู้ว่าจ้างและเจ้าของโครงการในปี 2563
ปัจจุบัน BTSC เป็นหน่วยธุรกิจหลักของ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์(BTS) และเป็นผู้สร้างกระแสเงินสดและกำไรให้กับบริษัทบีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ ดังนั้น สถานะเครดิตของบริษัทและบริษัทบีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จึงมีความเกี่ยวข้องกันอย่างมาก ปัจจุบันทริสเรทติ้งจัดอันดับเครดิตของบริษัทบีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ที่ระดับ “A” และแนวโน้มอันดับเครดิต “คงที่”
แนวโน้มอันดับเครดิต “คงที่” สะท้อนถึงการคาดการณ์ว่าบริษัทจะยังคงรักษาระดับกระแสเงินสดและอัตรากำไรจากการดำเนินงานในระดับสูงจากการให้บริการเดินรถไฟฟ้าและธุรกิจสื่อโฆษณา โดยคาดว่าการพัฒนาโครงการใหม่จะราบรื่นและตรงตามตารางเวลา
ในเดือนมิถุนายน 2559 บริษัทได้ลงนามสัญญากับบริษัทกรุงเทพธนาคมในการซื้อขายและติดตั้งระบบไฟฟ้าและเครื่องกลสำหรับโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียวช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 20,000 ล้านบาท ในขณะเดียวกัน บริษัทได้ลงนามในสัญญาแบบเหมารวมราคาเพื่อจัดหาและติดตั้งระบบไฟฟ้าและเครื่องกลกับกลุ่มบริษัทซึ่งได้แก่ Bombardier Transportation Signal (Thailand) Ltd., ST Electronics (Thailand) Ltd., และ AMR Asia Co., Ltd. ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุน โดยบริษัทกรุงเทพธนาคมจะชำระราคาทั้งหมดรวมถึงค่าดอกเบี้ยของโครงการให้กับบริษัทภายในระยะวลา 4 ปี หรือสามารถขยายระยะเวลาในการชำระราคาเพิ่มได้ 2 ปี






