
มุมมองตลาดหุ้น by Bualuang Securities
Technical Daily
มุมมองตลาด
ตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1504.52 จุด เพิ่มขึ้น 0.59% ภายใต้สถานการณ์ที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำมากและมีสภาพคล่องค่อนข้างสูงในระบบการเงิน ยังคงเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นส่งผลให้กระแสเงินลงทุนไหลเข้าสู่ตลาดหุ้น บรรยากาศตลาดกลับเข้าสู่ระดับปกติยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้น 10&25 วัน 1490-1500 จุด ได้อย่างแข็งแกร่ง ขณะที่ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นโดดเด่นเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นในภูมิภาค หุ้นขนาดใหญ่กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง ปิโตรเคมีและสิ่อสาร มองสัญญาณดีดกลับจากภาวะ Oversold และปรับตัวลงแรง ขณะที่กลุ่มพลังงานแกว่งตัวอยู่ในกรอบแคบภายหลังจากราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง
เราคาดว่าหาก FED ขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค. โดยตลาดหุ้นส่วนใหญ่ทั่วโลกน่าจะตอบรับในเชิงบวกหากเฟดขึ้นดอกเบี้ยท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจสหรัฐที่ดีขึ้น โดยสมาชิก FOMC ส่วนใหญ่เห็นว่า เศรษฐกิจของสหรัฐฯนั้นดีขึ้นจากตัวเลขการจ้างงานที่ดีขึ้น ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่สูงขึ้น และอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ทั้งนี้การปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยน่าจะเร่งให้บริษัทเอกชนตัดสินใจเกี่ยวกับการลงทุนภายใต้สถานการณ์ดอกเบี้ยขาขึ้นและปรับตัวเพื่อจัดการกับสินทรัพย์เสี่ยง นอกจากนั้นการเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยยังช่วยลดแรงกดดันต่อเงินออมซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยต่ำ ตลาดเชื่อว่านโยบายการเงินที่ชัดเจนของสหรัฐฯ น่าจะส่งผลให้นักลงทุนชาวต่างชาติจะเข้ามาลงทุนในตลาดอาเซียนมากขึ้น นอกจากนี้เราคาดว่าน่าจะมีเงินไหลเข้าจากการลงทุนในกองทุนรวม RMF และ LTF เพื่อการลดหย่อยภาษีในช่วงปลายปี
เรามองว่า นักลงทุนจะจับตาผลการเลือกตั้งของประเทศสหรัฐในวันที่ 8 พ.ย.สถิติย้อนหลังการเลือกตั้งสหรัฐ 10 ครั้งที่ผ่านมา 7 ครั้งตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้น ไม่ว่าใครจะได้รับเลือกเข้ามาเป็นประธานาธิบดี ให้ดูจากสภาพเศรษฐกิจเป็นหลัก หากเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวตลาดหุ้นก็ปรับตัวขึ้น
สรุป:แนวโน้มตลาด เรายังคาดว่าเราดัชนีตลาดหุ้นไทยยังมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยมีแนวต้านทางเทคนิคที่ 1,540 จุด / แนวรับ 1490 จุด
ที่มา:บมจ.หลักทรัพย์ บัวหลวง
มุมมองตลาด
ตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1504.52 จุด เพิ่มขึ้น 0.59% ภายใต้สถานการณ์ที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำมากและมีสภาพคล่องค่อนข้างสูงในระบบการเงิน ยังคงเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นส่งผลให้กระแสเงินลงทุนไหลเข้าสู่ตลาดหุ้น บรรยากาศตลาดกลับเข้าสู่ระดับปกติยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้น 10&25 วัน 1490-1500 จุด ได้อย่างแข็งแกร่ง ขณะที่ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นโดดเด่นเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นในภูมิภาค หุ้นขนาดใหญ่กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง ปิโตรเคมีและสิ่อสาร มองสัญญาณดีดกลับจากภาวะ Oversold และปรับตัวลงแรง ขณะที่กลุ่มพลังงานแกว่งตัวอยู่ในกรอบแคบภายหลังจากราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง
เราคาดว่าหาก FED ขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค. โดยตลาดหุ้นส่วนใหญ่ทั่วโลกน่าจะตอบรับในเชิงบวกหากเฟดขึ้นดอกเบี้ยท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจสหรัฐที่ดีขึ้น โดยสมาชิก FOMC ส่วนใหญ่เห็นว่า เศรษฐกิจของสหรัฐฯนั้นดีขึ้นจากตัวเลขการจ้างงานที่ดีขึ้น ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่สูงขึ้น และอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ทั้งนี้การปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยน่าจะเร่งให้บริษัทเอกชนตัดสินใจเกี่ยวกับการลงทุนภายใต้สถานการณ์ดอกเบี้ยขาขึ้นและปรับตัวเพื่อจัดการกับสินทรัพย์เสี่ยง นอกจากนั้นการเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยยังช่วยลดแรงกดดันต่อเงินออมซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยต่ำ ตลาดเชื่อว่านโยบายการเงินที่ชัดเจนของสหรัฐฯ น่าจะส่งผลให้นักลงทุนชาวต่างชาติจะเข้ามาลงทุนในตลาดอาเซียนมากขึ้น นอกจากนี้เราคาดว่าน่าจะมีเงินไหลเข้าจากการลงทุนในกองทุนรวม RMF และ LTF เพื่อการลดหย่อยภาษีในช่วงปลายปี
เรามองว่า นักลงทุนจะจับตาผลการเลือกตั้งของประเทศสหรัฐในวันที่ 8 พ.ย.สถิติย้อนหลังการเลือกตั้งสหรัฐ 10 ครั้งที่ผ่านมา 7 ครั้งตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้น ไม่ว่าใครจะได้รับเลือกเข้ามาเป็นประธานาธิบดี ให้ดูจากสภาพเศรษฐกิจเป็นหลัก หากเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวตลาดหุ้นก็ปรับตัวขึ้น
สรุป:แนวโน้มตลาด เรายังคาดว่าเราดัชนีตลาดหุ้นไทยยังมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยมีแนวต้านทางเทคนิคที่ 1,540 จุด / แนวรับ 1490 จุด
ที่มา:บมจ.หลักทรัพย์ บัวหลวง






