
เจาะซัพพลายธุรกิจรร.ไทย เซ็กเมนต์ราคาประหยัด-มิดสเกลครองตลาด
ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่เฟื่องฟูของไทย ส่งผลให้จำนวนบริษัทรับบริหารโรงแรมของไทยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และดูเหมือนเซ็กเม้นท์ที่มีการขยายตัวสูงสุดจะเป็นธุรกิจโรงแรมที่อยู่ในระดับประหยัด(อีโคโนมี)ถึงระดับ upper midscale (กลางค่อนไปข้างบน)
รร.66%ในไทยรับตลาดล่าง-กลาง
จากการสำรวจของ C9 Hotelworks Market Research พบว่าจำนวนห้องพักที่อยู่ภายใต้การบริหารของผู้ประกอบการท้องถิ่นในปีนี้ พบว่ามีซัพพลายถึง 66% ที่รวมตัวกันอยู่ในระดับอีโคโนมีถึงระดับ upper midscale (ระดับกลางค่อนไปข้างบน) โดยเหตุผลที่ตลาดในเซกเตอร์นี้มีขนาดใหญ่กว่าระดับอื่นๆ(กราฟประกอบ) เนื่องจากชนชั้นกลางของเอเชียที่ขยายตัวขึ้น ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาโรงแรมให้สอดรับกับความต้องการที่เพิ่มขึ้น
สอดคล้องกับความเห็นของนายอรุณ มิชรา ผู้อำนวยการภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ ICAO ที่กล่าวว่าการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินของเอเชียในปัจจุบัน ว่ามีปัจจัยสนับสนุนจากผู้ที่เดินทางด้วยเครื่องบินเป็นครั้งแรก การเติบโตของชนชั้นกลาง ตลอดจนผู้คนอาศัยอยู่ในเขตเมืองเป็นจำนวนมาก ล้วนช่วยกระตุ้นให้เกิดการเดินทางมากขึ้น
ดังนั้นการเดินทางทางอากาศในกลุ่มผู้โดยสารโลว์คอสต์ แอร์ไลน์สและกลุ่มชนชันกลางที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้การลงทุนห้องพักจึงมีการขยายในเซ็กเม้นท์เหล่านี้ในไทยจึงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยทาง C9 คาดหมายว่าโรงแรมแบบลิมิตเต็ดเซอร์วิสจะมีแนวโน้มเติบโตอย่างรวดเร็วต่อไป โดยเฉพาะกลุ่มปตท.มีแผนจะเปิดโรงแรมระดับ 3 ดาวในปั๊มน้ำมัน 50 แห่งทั่วประเทศไทยในช่วง 5 ปีข้างหน้า ซึ่งในขณะนี้ปตท.กำลังพิจารณาข้อเสนอจากผู้เล่นชั้นนำของประเทศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มอิทธิพลของบริษัทรับบริหารโรงแรมในตลาดภายในประเทศมากยิ่งขึ้น
นายนิรันดร์ จาวลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทโกลเบิ้ล พร๊อพเพอร์ตี้ คอนเซ้าติ้ง แอนด์ แมเนจเม้นท์ จำกัด หรือ จีพีซีเอ็ม กรุ๊ป (บริษัทบริหารจัดการโรงแรมต้นต่ำทุนแบรนด์บีทู) กล่าวว่าบีทู สนใจและได้เสนอตัวเข้าบริหารธุรกิจโรงแรมต้นทุนต่ำ(บัดเจด โฮเทล) ที่ปตท.มีแผนจะลงทุนกว่า 50 แห่ง เนื่องจากเล็งเห็นโอกาสในการขยายธุรกิจภายใต้แบรนด์บีทู
นางสาวนราวดี วรวณิชชา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานการลงทุนและบริหารโรงแรม บริษัท ซี.พี.แลนด์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าซี.พี.แลนด์ สนใจที่จะเข้าไปร่วมเป็นพันธมิตรในการพัฒนาโรงแรมราคาประหยัด ในสถานีบริการน้ำมัน 50 แห่ง ภายในช่วง 5 ปีนี้ของปตท. เนื่องจากปตท.เป็นบริษัทใหญ่ของไทย หากได้เข้าไปร่วมทำงาน ก็จะทำให้แผนการขยายโรงแรมระดับ 3 ดาวของกลุ่มซี.พี.แลนด์ มีโอกาสเติบโตได้รวดเร็ว เพราะ ซี.พี.แลนด์เอง ก็มีแผนในการสร้างโรงแรมระดับ 3 ดาว ภายใต้แบรนด์ฟอร์จูน ดี และฟอร์จูน ดี พลัส เพิ่มจากการลงทุนโรงแรมในระดับ 4-5ดาวที่อยู่ในแผนอยู่แล้ว
[caption id="attachment_110757" align="aligncenter" width="503"]
เจาะซัพพลายธุรกิจรร.ไทย เซ็กเมนต์ราคาประหยัด-มิดสเกลครองตลาด[/caption]
เชนไทยรุกปตท.กระจายความเสี่ยง
ขณะที่ทิศทางของธุรกิจโรงแรม C9 มีบทวิเคราะห์ที่น่าสนใจว่า ในกรุงเทพฯ พัทยา และภูเก็ต คิดเป็นสัดส่วน 63% ของโรงแรมที่บริหารโดยผู้ประกอบการไทย เนื่องจากตลาดทั้ง 3 แห่งเป็นตลาดที่อิ่มตัวแล้วสำหรับโรงแรมแบรนด์ ขณะที่บริษัทบริหารโรงแรมส่วนใหญ่ของไทยเป็นเจ้าของและบริหารโรงแรมของตัวเอง ขณะที่เชนระดับโลกไม่เน้นการเป็นเจ้าของสินทรัพย์
อีกทั้งอุตสาหกรรมการบริหารโรงแรมของไทย ยังได้รับอิทธิพลอย่างมากจากความผันผวนทางการเมืองในอดีต ด้วยเหตุนี้หลายบริษัทจึงขยายออกสู่ต่างประเทศเพื่อกระจาย ความเสี่ยง เราจึงเห็นเชนบริหารโรงแรมของไทย มุ่งโฟกัสการไปรับบริหารโรงแรมในต่างประเทศเพิ่มขึ้นเกือบทุกเชน
“การรุกขยายลงทุนและรับบริหารโรงแรมในต่างประเทศ เป็นหนึ่งกลยุทธ์ช่วยกระจายความเสี่ยง และจากการเดินหน้าขยายธุรกิจในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปัจจุบันพอร์ตธุรกิจโรงแรมในเครือดุสิตฯ ในต่างประเทศ มีมากกว่าธุรกิจโรงแรมในไทยเป็นเท่าตัว”นายชนินทธ์ โทณวณิก ประธานคณะกรรมการบริหารดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า
ขยายแบรนด์เจาะเรสซิเดนซ์
ส่วนแนวโน้มในอนาคต C9 คาดการณ์ว่าเชนโรงแรมของไทยจำนวนมากเพิ่มจำนวนแบรนด์และออกผลิตภัณฑ์ที่เป็นเรสซิเดนซ์ เพื่อตอบสนองกับโอกาสที่เปลี่ยนแปลงของตลาดแบรนด์โรงแรมที่มีต้นกำเนิดในไทยส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับตะวันออกกลาง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และจีนแผ่นดินใหญ่ในการขยายสู่ต่างประเทศ
ขณะที่การขยายธุรกิจของเชนท้องถิ่นในประเทศไทยพุ่งเป้าหมายไปที่สถานที่ท่องเที่ยวเกิดใหม่ เช่น ระยอง ตราด ศรีราชา ซึ่งมีการแข่งขันจากผู้เล่นระดับโลกน้อยกว่า ภาพรวมตลาดปัจจุบันบริษัทบริหารโรงแรมของไทยมีห้องพักรวมกันทั้งสิ้น 77,654 ห้อง มีบริษัทบริหารโรงแรมของไทย 83 รายที่เป็นเจ้าของและบริหารโรงแรมรวม 643 แห่งใน 41 จังหวัดในบรรดาจุดหมายปลายทางยอดนิยม กรุงเทพฯมีสัดส่วนของซัพพลายในทุกระดับสมดุลที่สุด ขณะที่เมืองท่องเที่ยวอื่นๆ อาทิ พัทยา ภูเก็ต สมุย กระบี่ และพังงา มีโรงแรมเน้นไปที่ 1 หรือ 2 ระดับเป็นหลักขึ้นอยู่กับลักษณะความต้องการจำนวนห้องพักทั้งหมดที่บริหารโดยผู้ประกอบการไทยคิดเป็นสัดส่วน 12% ของซัพพลายทั่วประเทศ
ทั้งหมดล้วนเป็นภาพรวมของทิศทางของธุรกิจโรงแรมในไทยที่เกิดขึ้น
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,205 วันที่ 30 ตุลาคม - 2 พฤศจิกายน 2559
รร.66%ในไทยรับตลาดล่าง-กลาง
จากการสำรวจของ C9 Hotelworks Market Research พบว่าจำนวนห้องพักที่อยู่ภายใต้การบริหารของผู้ประกอบการท้องถิ่นในปีนี้ พบว่ามีซัพพลายถึง 66% ที่รวมตัวกันอยู่ในระดับอีโคโนมีถึงระดับ upper midscale (ระดับกลางค่อนไปข้างบน) โดยเหตุผลที่ตลาดในเซกเตอร์นี้มีขนาดใหญ่กว่าระดับอื่นๆ(กราฟประกอบ) เนื่องจากชนชั้นกลางของเอเชียที่ขยายตัวขึ้น ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาโรงแรมให้สอดรับกับความต้องการที่เพิ่มขึ้น
สอดคล้องกับความเห็นของนายอรุณ มิชรา ผู้อำนวยการภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ ICAO ที่กล่าวว่าการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินของเอเชียในปัจจุบัน ว่ามีปัจจัยสนับสนุนจากผู้ที่เดินทางด้วยเครื่องบินเป็นครั้งแรก การเติบโตของชนชั้นกลาง ตลอดจนผู้คนอาศัยอยู่ในเขตเมืองเป็นจำนวนมาก ล้วนช่วยกระตุ้นให้เกิดการเดินทางมากขึ้น
ดังนั้นการเดินทางทางอากาศในกลุ่มผู้โดยสารโลว์คอสต์ แอร์ไลน์สและกลุ่มชนชันกลางที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้การลงทุนห้องพักจึงมีการขยายในเซ็กเม้นท์เหล่านี้ในไทยจึงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยทาง C9 คาดหมายว่าโรงแรมแบบลิมิตเต็ดเซอร์วิสจะมีแนวโน้มเติบโตอย่างรวดเร็วต่อไป โดยเฉพาะกลุ่มปตท.มีแผนจะเปิดโรงแรมระดับ 3 ดาวในปั๊มน้ำมัน 50 แห่งทั่วประเทศไทยในช่วง 5 ปีข้างหน้า ซึ่งในขณะนี้ปตท.กำลังพิจารณาข้อเสนอจากผู้เล่นชั้นนำของประเทศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มอิทธิพลของบริษัทรับบริหารโรงแรมในตลาดภายในประเทศมากยิ่งขึ้น
นายนิรันดร์ จาวลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทโกลเบิ้ล พร๊อพเพอร์ตี้ คอนเซ้าติ้ง แอนด์ แมเนจเม้นท์ จำกัด หรือ จีพีซีเอ็ม กรุ๊ป (บริษัทบริหารจัดการโรงแรมต้นต่ำทุนแบรนด์บีทู) กล่าวว่าบีทู สนใจและได้เสนอตัวเข้าบริหารธุรกิจโรงแรมต้นทุนต่ำ(บัดเจด โฮเทล) ที่ปตท.มีแผนจะลงทุนกว่า 50 แห่ง เนื่องจากเล็งเห็นโอกาสในการขยายธุรกิจภายใต้แบรนด์บีทู
นางสาวนราวดี วรวณิชชา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานการลงทุนและบริหารโรงแรม บริษัท ซี.พี.แลนด์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าซี.พี.แลนด์ สนใจที่จะเข้าไปร่วมเป็นพันธมิตรในการพัฒนาโรงแรมราคาประหยัด ในสถานีบริการน้ำมัน 50 แห่ง ภายในช่วง 5 ปีนี้ของปตท. เนื่องจากปตท.เป็นบริษัทใหญ่ของไทย หากได้เข้าไปร่วมทำงาน ก็จะทำให้แผนการขยายโรงแรมระดับ 3 ดาวของกลุ่มซี.พี.แลนด์ มีโอกาสเติบโตได้รวดเร็ว เพราะ ซี.พี.แลนด์เอง ก็มีแผนในการสร้างโรงแรมระดับ 3 ดาว ภายใต้แบรนด์ฟอร์จูน ดี และฟอร์จูน ดี พลัส เพิ่มจากการลงทุนโรงแรมในระดับ 4-5ดาวที่อยู่ในแผนอยู่แล้ว
[caption id="attachment_110757" align="aligncenter" width="503"]
เชนไทยรุกปตท.กระจายความเสี่ยง
ขณะที่ทิศทางของธุรกิจโรงแรม C9 มีบทวิเคราะห์ที่น่าสนใจว่า ในกรุงเทพฯ พัทยา และภูเก็ต คิดเป็นสัดส่วน 63% ของโรงแรมที่บริหารโดยผู้ประกอบการไทย เนื่องจากตลาดทั้ง 3 แห่งเป็นตลาดที่อิ่มตัวแล้วสำหรับโรงแรมแบรนด์ ขณะที่บริษัทบริหารโรงแรมส่วนใหญ่ของไทยเป็นเจ้าของและบริหารโรงแรมของตัวเอง ขณะที่เชนระดับโลกไม่เน้นการเป็นเจ้าของสินทรัพย์
อีกทั้งอุตสาหกรรมการบริหารโรงแรมของไทย ยังได้รับอิทธิพลอย่างมากจากความผันผวนทางการเมืองในอดีต ด้วยเหตุนี้หลายบริษัทจึงขยายออกสู่ต่างประเทศเพื่อกระจาย ความเสี่ยง เราจึงเห็นเชนบริหารโรงแรมของไทย มุ่งโฟกัสการไปรับบริหารโรงแรมในต่างประเทศเพิ่มขึ้นเกือบทุกเชน
“การรุกขยายลงทุนและรับบริหารโรงแรมในต่างประเทศ เป็นหนึ่งกลยุทธ์ช่วยกระจายความเสี่ยง และจากการเดินหน้าขยายธุรกิจในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปัจจุบันพอร์ตธุรกิจโรงแรมในเครือดุสิตฯ ในต่างประเทศ มีมากกว่าธุรกิจโรงแรมในไทยเป็นเท่าตัว”นายชนินทธ์ โทณวณิก ประธานคณะกรรมการบริหารดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า
ขยายแบรนด์เจาะเรสซิเดนซ์
ส่วนแนวโน้มในอนาคต C9 คาดการณ์ว่าเชนโรงแรมของไทยจำนวนมากเพิ่มจำนวนแบรนด์และออกผลิตภัณฑ์ที่เป็นเรสซิเดนซ์ เพื่อตอบสนองกับโอกาสที่เปลี่ยนแปลงของตลาดแบรนด์โรงแรมที่มีต้นกำเนิดในไทยส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับตะวันออกกลาง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และจีนแผ่นดินใหญ่ในการขยายสู่ต่างประเทศ
ขณะที่การขยายธุรกิจของเชนท้องถิ่นในประเทศไทยพุ่งเป้าหมายไปที่สถานที่ท่องเที่ยวเกิดใหม่ เช่น ระยอง ตราด ศรีราชา ซึ่งมีการแข่งขันจากผู้เล่นระดับโลกน้อยกว่า ภาพรวมตลาดปัจจุบันบริษัทบริหารโรงแรมของไทยมีห้องพักรวมกันทั้งสิ้น 77,654 ห้อง มีบริษัทบริหารโรงแรมของไทย 83 รายที่เป็นเจ้าของและบริหารโรงแรมรวม 643 แห่งใน 41 จังหวัดในบรรดาจุดหมายปลายทางยอดนิยม กรุงเทพฯมีสัดส่วนของซัพพลายในทุกระดับสมดุลที่สุด ขณะที่เมืองท่องเที่ยวอื่นๆ อาทิ พัทยา ภูเก็ต สมุย กระบี่ และพังงา มีโรงแรมเน้นไปที่ 1 หรือ 2 ระดับเป็นหลักขึ้นอยู่กับลักษณะความต้องการจำนวนห้องพักทั้งหมดที่บริหารโดยผู้ประกอบการไทยคิดเป็นสัดส่วน 12% ของซัพพลายทั่วประเทศ
ทั้งหมดล้วนเป็นภาพรวมของทิศทางของธุรกิจโรงแรมในไทยที่เกิดขึ้น
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,205 วันที่ 30 ตุลาคม - 2 พฤศจิกายน 2559






