
พม.ติวชุดปฏิบัติการมวลชนสัมพันธ์การพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าว
พลตำรวจเอก อดุลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาชุมชนบุกรุกริมคลอง และแก้ไขปัญหา น้ำท่วมในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยจะมีการรื้อย้ายบ้านเรือนที่รุกล้ำริมคลองลาดพร้าว ซึ่งเป็นที่ดินที่ราชพัสดุดูแล และสร้างเขื่อนกั้นตลิ่งริมคลอง เพื่อให้การระบายน้ำเป็นไปโดยสะดวก โดยมอบหมายให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. รับผิดชอบในเรื่องการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง ซึ่งมีเป้าหมาย 11,004 ครัวเรือน (ปี 2560 มีเป้าหมาย 50 ชุมชน 6,419 ครัวเรือน) และ กรุงเทพมหานคร (กทม.) รับผิดชอบ ในการสร้างเขื่อนรวมความยาว 45 กิโลเมตร ทั้งนี้ พอช. ได้ร่วมกับ 8 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ กทม. คสช. กองทัพบก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมธนารักษ์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ และเครือข่ายพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อม คูคลอง ได้จัดให้มีการปฐมนิเทศชุดปฏิบัติการมวลชนสัมพันธ์การพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าว และปทุมธานีโมเดล ขึ้น มีผู้เข้าร่วมอบรมจำนวนทั้งสิ้น 84 คน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมได้นำความรู้ที่ได้รับไปปฏิบัติการในชุมชนริมคลองลาดพร้าว ซึ่งมีเนื้อหาการอบรม ดังนี้
1) โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง 2) โครงการสร้างเขื่อนระบายน้ำ กทม. และ แผนแม่บท กทม. 3) การพัฒนาชุมชนริมคลองอย่างยั่งยืน 4) การปฏิบัติการข่าวสาร และ 5) การทำงานมวลชนสัมพันธ์ เป็นต้น ทั้งนี้ ภายหลังจากอบรมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ชุดปฏิบัติการมวลชนสัมพันธ์ ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ พอช. ทหาร ตำรวจนครบาล ตชด. และเจ้าหน้าที่สำนักงานเขต จำนวน 5 ชุดๆ ละ 11 คน จะลงไปปฏิบัติภารกิจในชุมชนริมคลองลาดพร้าว โดยเฉพาะในชุมชน ที่ประชาชนยังไม่ได้รับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง หรือยังไม่เข้าใจนโยบายของรัฐบาล
พลตำรวจเอก อดุลย์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับภารกิจของชุดปฏิบัติการมวลชนสัมพันธ์ที่จะลงไปสำรวจข้อมูลและ ทำความเข้าใจกับประชาชนในชุมชนริมคลอง เพื่อแสวงหาความร่วมมือกับประชาชนที่เห็นด้วย และสำรวจความต้องการและแสวงหาความร่วมมือกับผู้อยู่อาศัยที่ไม่เห็นด้วย เพื่อให้โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองและการสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วม ในคลองลาดพร้าวสามารถดำเนินไปได้ตามแผนงาน ทั้งนี้ ในปี 2560 ทาง พอช. ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนาที่อยู่อาศัย ได้ตั้งเป้าหมายว่า จะสามารถดำเนินการได้จำนวน 50 ชุมชน รวม 6,419 ครัวเรือน ซึ่งขณะนี้ ได้ดำเนินการไปแล้ว 3 ชุมชน รวม 481 ครัวเรือน ได้แก่ ชุมชนบางบัวและชุมชนสามัคคีร่วมใจ เขตบางเขน และชุมชนสะพานไม้ 1 เขตหลักสี่ ทั้งนี้ พอช. ได้จัดทำโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง ตามโครงการบ้านมั่นคง เพื่อรองรับนโยบายของรัฐบาล โดยใช้ระยะเวลา 3 ปี (พ.ศ.2559-2561) โดยมีพื้นที่เป้าหมาย 3 คลอง ได้แก่ คลองลาดพร้าว คลองบางซื่อ และคลองเปรมประชากร รวมทั้งสิ้น 81 ชุมชน 11,004 ครัวเรือน ซึ่งจะมีผู้ได้รับผลประโยชน์จำนวน 64,869 คน และในปี 2559-2560 จะเริ่มดำเนินการในคลองลาดพร้าวก่อน ทั้งนี้ ชุมชนต่างๆ ที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองตามแนวทางบ้านมั่นคง จะต้องจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ เพื่อเป็นทุนในการสร้างบ้าน ที่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลโครงการ และจะต้องรื้อย้ายบ้านที่สร้างอยู่ในคลอง หรืออยู่ในแนวเขื่อนออกมา เพื่อปรับ ผังชุมชนใหม่ในที่ดินเดิม และเนื่องจากพื้นที่แต่ละชุมชนมีจำกัด ดังนั้น จึงต้องรื้อบ้านเพื่อสร้างใหม่ทั้งชุมชน โดยแต่ละครอบครัว จะได้รับการจัดสรรที่ดินเท่ากัน เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกันในชุมชนเดิมได้
กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ (พอช.) จะให้ การสนับสนุนชาวบ้านในกระบวนการรวมกลุ่มเพื่อแก้ไขปัญหา ตลอดจนเรื่องของการขอสินเชื่อและงบประมาณด้านสาธารณูปโภค ส่วนชุมชนใดที่มีพื้นที่ไม่เพียงพอหรืออยู่ในแนวเขื่อน ไม่สามารถสร้างบ้านใหม่ในชุมชนเดิมได้ ทาง พอช. จะสนับสนุนให้ชาวบ้านรวมกลุ่มไปหาซื้อที่ดินแปลงใหม่ เช่น ที่ดินของบรรษัทบริหารสินทรัพย์ในสังกัดของกระทรวงการคลัง หรือที่อยู่อาศัยของการเคหะแห่งชาติ (กคช) เปลี่ยนจากชุมชนบุกรุกให้เป็นชุมชนที่อยู่อาศัยอย่างถูกต้องตามกฎหมายและมีความมั่นคง โดยเฉพาะชุมชนริมคลองที่อยู่อาศัยอยู่ในที่ดินเดิมได้ จะได้รับสัญญาเช่าในระยะยาวจากกรมธนารักษ์ เป็นระยะเวลา 30 ปี นอกจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะสนับสนุน ให้ชาวชุมชนได้พัฒนาสิ่งแวดล้อม อาชีพ และเศรษฐกิจของชุมชน ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนต่อไป
1) โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง 2) โครงการสร้างเขื่อนระบายน้ำ กทม. และ แผนแม่บท กทม. 3) การพัฒนาชุมชนริมคลองอย่างยั่งยืน 4) การปฏิบัติการข่าวสาร และ 5) การทำงานมวลชนสัมพันธ์ เป็นต้น ทั้งนี้ ภายหลังจากอบรมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ชุดปฏิบัติการมวลชนสัมพันธ์ ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ พอช. ทหาร ตำรวจนครบาล ตชด. และเจ้าหน้าที่สำนักงานเขต จำนวน 5 ชุดๆ ละ 11 คน จะลงไปปฏิบัติภารกิจในชุมชนริมคลองลาดพร้าว โดยเฉพาะในชุมชน ที่ประชาชนยังไม่ได้รับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง หรือยังไม่เข้าใจนโยบายของรัฐบาล
พลตำรวจเอก อดุลย์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับภารกิจของชุดปฏิบัติการมวลชนสัมพันธ์ที่จะลงไปสำรวจข้อมูลและ ทำความเข้าใจกับประชาชนในชุมชนริมคลอง เพื่อแสวงหาความร่วมมือกับประชาชนที่เห็นด้วย และสำรวจความต้องการและแสวงหาความร่วมมือกับผู้อยู่อาศัยที่ไม่เห็นด้วย เพื่อให้โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองและการสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วม ในคลองลาดพร้าวสามารถดำเนินไปได้ตามแผนงาน ทั้งนี้ ในปี 2560 ทาง พอช. ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนาที่อยู่อาศัย ได้ตั้งเป้าหมายว่า จะสามารถดำเนินการได้จำนวน 50 ชุมชน รวม 6,419 ครัวเรือน ซึ่งขณะนี้ ได้ดำเนินการไปแล้ว 3 ชุมชน รวม 481 ครัวเรือน ได้แก่ ชุมชนบางบัวและชุมชนสามัคคีร่วมใจ เขตบางเขน และชุมชนสะพานไม้ 1 เขตหลักสี่ ทั้งนี้ พอช. ได้จัดทำโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง ตามโครงการบ้านมั่นคง เพื่อรองรับนโยบายของรัฐบาล โดยใช้ระยะเวลา 3 ปี (พ.ศ.2559-2561) โดยมีพื้นที่เป้าหมาย 3 คลอง ได้แก่ คลองลาดพร้าว คลองบางซื่อ และคลองเปรมประชากร รวมทั้งสิ้น 81 ชุมชน 11,004 ครัวเรือน ซึ่งจะมีผู้ได้รับผลประโยชน์จำนวน 64,869 คน และในปี 2559-2560 จะเริ่มดำเนินการในคลองลาดพร้าวก่อน ทั้งนี้ ชุมชนต่างๆ ที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองตามแนวทางบ้านมั่นคง จะต้องจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ เพื่อเป็นทุนในการสร้างบ้าน ที่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลโครงการ และจะต้องรื้อย้ายบ้านที่สร้างอยู่ในคลอง หรืออยู่ในแนวเขื่อนออกมา เพื่อปรับ ผังชุมชนใหม่ในที่ดินเดิม และเนื่องจากพื้นที่แต่ละชุมชนมีจำกัด ดังนั้น จึงต้องรื้อบ้านเพื่อสร้างใหม่ทั้งชุมชน โดยแต่ละครอบครัว จะได้รับการจัดสรรที่ดินเท่ากัน เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกันในชุมชนเดิมได้
กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ (พอช.) จะให้ การสนับสนุนชาวบ้านในกระบวนการรวมกลุ่มเพื่อแก้ไขปัญหา ตลอดจนเรื่องของการขอสินเชื่อและงบประมาณด้านสาธารณูปโภค ส่วนชุมชนใดที่มีพื้นที่ไม่เพียงพอหรืออยู่ในแนวเขื่อน ไม่สามารถสร้างบ้านใหม่ในชุมชนเดิมได้ ทาง พอช. จะสนับสนุนให้ชาวบ้านรวมกลุ่มไปหาซื้อที่ดินแปลงใหม่ เช่น ที่ดินของบรรษัทบริหารสินทรัพย์ในสังกัดของกระทรวงการคลัง หรือที่อยู่อาศัยของการเคหะแห่งชาติ (กคช) เปลี่ยนจากชุมชนบุกรุกให้เป็นชุมชนที่อยู่อาศัยอย่างถูกต้องตามกฎหมายและมีความมั่นคง โดยเฉพาะชุมชนริมคลองที่อยู่อาศัยอยู่ในที่ดินเดิมได้ จะได้รับสัญญาเช่าในระยะยาวจากกรมธนารักษ์ เป็นระยะเวลา 30 ปี นอกจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะสนับสนุน ให้ชาวชุมชนได้พัฒนาสิ่งแวดล้อม อาชีพ และเศรษฐกิจของชุมชน ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนต่อไป






