thansettakij
thansettakij
วินิจ ศิลามงคล ยกระดับบุคลากรมุ่งตอบโจทย์ของลูกค้า

วินิจ ศิลามงคล ยกระดับบุคลากรมุ่งตอบโจทย์ของลูกค้า

30 ต.ค. 59 | 05:00 น.
“เราต้องมองเห็นโอกาสล่วงหน้าก่อนว่าธุรกิจไหน อุตสาหกรรมไหนที่กำลังเติบโตและขยายงานเราจึงต้องเตรียมบุคลากรรอไว้เพื่อเตรียมพร้อมให้บริการ”

ธุรกิจสอบบัญชีและที่ปรึกษานั้น นอกจากต้องมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านสาขาการบัญชี การเงิน หรือภาษี และกฎหมายแล้ว ผู้ที่จะประกอบวิชาชีพนี้จำเป็นต้องยกระดับความสามารถและสร้างสมดุลระหว่างทรัพยากรบุคคลยังต้องมีประสบการณ์จริงเชี่ยวชาญในแต่ละกิจการหรือประเภทของอุตสาหกรรมกับความโปร่งใสบนพื้นฐานของจริยธรรมและความถูกต้องควบคู่กันด้วย

“นายวินิจ ศิลามงคล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท เคพีเอ็มจี ประเทศไทย พม่า และลาว เป็นหนึ่งในสมาชิกของเคพีเอ็มจีอินเตอร์เนชั่นแนลภายใต้แบรนด์และวิธีการบริหารความเสี่ยงรวมถึงการดูแลลูกค้าร่วมกัน ทั้งทีมเคพีเอ็มจีไทยและต่างประเทศทั่วโลกเพื่อให้ขั้นตอน รูปแบบบริการเป็นไปอย่างสากล โดยเฉพาะการมีบทบาทในการขับเคลื่อนบริษัทเคพีเอ็มจีฯอย่างต่อเนื่องในหลายปีที่ผ่านมา เขาบอกเล่าว่า

[caption id="attachment_109163" align="aligncenter" width="503"] วินิจ ศิลามงคล วินิจ ศิลามงคล[/caption]

ตลอดชีวิตการทำงาน ได้ยึดถือความซื่อสัตย์สุจริตต่อวิชาชีพ และเชื่อว่างานจะประสบความสำเร็จได้ต้องให้ความสำคัญต่อลูกค้าเป็นหลัก ต้องรู้และเข้าใจความต้องการของลูกค้าเป็นอย่างดี และต้องให้บริการที่ดีมากกว่า ที่ลูกค้าคาดหวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกค้าที่เผชิญกับความท้าทายด้านการลงทุนหรือการระดมทุน จนลูกค้าประสบความสำเร็จด้วยดี จึงมีความภูมิใจทุกครั้งที่ได้ช่วยเหลือให้คำปรึกษา เป็นคู่คิดให้ลูกค้าหาทางออกทางธุรกิจได้ ที่สำคัญการมีบทบาทในการขับเคลื่อนเคพีเอ็มจีอย่างต่อเนื่องด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญทั้งด้านงานสอบบัญชี การเงิน ภาษี กฎหมายและที่ปรึกษาทางธุรกิจมากว่า 30 ปี

ในมุมมองของ “วินิจ”นั้น ผู้ประกอบวิชาชีพด้านนี้ต้องมีความเชี่ยวชาญในวิชาชีพ เน้นคุณภาพงานและจริยธรรม เป็นสำคัญ รักษามาตรฐาน มีการบริหารจัดการด้านต่างๆ ที่มีประสิทธิภาพ และสามารถสร้างความสมดุลระหว่าง กฎเกณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง กับความต้องการของลูกค้าได้ดี นอกจากนั้น ต้องให้ความสำคัญต่อพนักงานภายในองค์กรเป็นลำดับต้นๆ ด้วย

“เราต้องมองพนักงานเป็นเพื่อนร่วมงาน เหมือนเป็นพี่เป็นน้อง เหมือนเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน กลั่นกรองรับเข้าทำงาน พัฒนาความสามารถด้วยการให้การฝึกอบรมอย่างต่อเนื่อง รวมถึงให้โอกาสทำงานที่ท้าทาย และสนับสนุนให้มีความก้าวหน้าตามความสามารถ”

สิ่งที่สำคัญนโยบายของเคพีเอ็มจี ภายใต้การบริหารงานของ “วินิจ”โดยมีวาระ 4ปี(ตั้งแต่ 1ต.ค.58) คือการเน้นคุณภาพและจริยธรรมเป็นหัวใจสำคัญ คำนึงถึงทั้งคุณภาพของบริษัทลูกค้า และคุณภาพของงานบริการของเคพีเอ็มจีเอง โดยเน้นการทำงานใกล้ชิดและตอบโจทย์กับลูกค้า เพื่อสร้างความไว้วางใจและความมั่นใจ รวมไปถึงตอบสนองความต้องการขององค์กรที่มีความเกี่ยวข้องหรือหน่วยงานกำกับดูแล อาทิ ตลาดทุน หรือหน่วยงานรัฐต่างๆ ผู้ถือหุ้น ผู้บริหาร เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อมุ่งสร้างให้เคพีเอ็มจีเป็นบริษัทที่มีความโดดเด่นมุ่งเน้นที่คุณภาพ ความโปร่งใส บริการที่เป็นเลิศ เป็นที่ไว้วางใจ และเป็นทางเลือกที่ชัดเจนของผู้ใช้บริการ หรือ “Clear Choice” สำหรับลูกค้า ขณะเดียวกัน ทิศทางการพัฒนาของเคพีเอ็มจี นั้น คือการขยายฐานลูกค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรม การธนาคาร สุขภาพ อาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าอุปโภคและบริโภค ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะขยายและหันมาใช้บริการด้านนี้มากขึ้นควบคู่กับลูกค้าขนาดใหญ่ที่มีการขยายการลงทุนไปต่างประเทศ ได้แก่ CLMV และประเทศในกลุ่ม ASEAN มากขึ้น

โดยเคพีเอ็มจีจะให้คำปรึกษาด้านภาษี กฎหมาย ที่ปรึกษาธุรกิจ เช่น ด้านการเงิน การบัญชี การควบรวมกิจการ ทั้งนี้ปัจจุบัน เคพีเอ็มจี ให้บริการใน 3 ส่วน ได้แก่ งานบริการด้านสอบบัญชี งานให้คำปรึกษาด้านกฎหมายและภาษี และงานให้คำแนะนำด้านการบริหารธุรกิจ และการลงทุน โดยงานบริการด้านสอบบัญชีมีสัดส่วนอยู่ที่ 60% ซึ่งอนาคตจะมุ่งขยายการเติบโตในส่วนของงานให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย ภาษี และงานให้คำแนะนำด้านการบริหารธุรกิจและการลงทุนมากขึ้น ตามที่ระบุข้างต้น

ที่สำคัญการจะไปสู่ทิศทางดังกล่าวนั้น การพัฒนาระบบงาน รวมถึงการบริหารกิจการและการลงทุนต่างๆ ยังคงมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน คือ การมุ่งเน้นการลงทุนกับทรัพยากรบุคคลและด้านเทคโนโลยี ที่ช่วยการทำงานของบุคลากรให้มีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ซึ่งต้องมองเห็นโอกาสล่วงหน้าก่อนว่าธุรกิจไหน อุตสาหกรรมไหนที่กำลังเติบโตและขยายงาน จึงต้องเตรียมบุคลากรรอไว้เพื่อพร้อมให้บริการ

อย่างไรก็ตาม การมีแนวคิดว่าธุรกิจให้บริการสอบบัญชีจะต้องมีคุณภาพสูง มีความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ คุณภาพของการสอบบัญชี ไม่ได้พิจารณาจากผลลัพธ์ หรือรายงานของผู้สอบบัญชีเท่านั้น แต่รวมถึงกระบวนการในการสอบบัญชีด้วย ไม่ว่าจะเป็นแนวทาง, มาตรฐานที่ใช้ รวมถึงจรรยาบรรณและความเป็นอิสระของผู้สอบบัญชี ซึ่งจากรายงานความโปร่งใสของ เคพีเอ็มจี จะเห็นว่าแก่นของการควบคุมคุณภาพของบริการ คือ วัฒนธรรมขององค์กร โดยบุคลากรต้องให้บริการแก่ลูกค้าบนพื้นฐานของจริยธรรมและความถูกต้อง ทั้งนี้ในการสร้างวัฒนธรรมดังกล่าว จึงเห็น เคพีเอ็มจี ได้กำหนดกรอบในการให้บริการสอบบัญชีที่มีคุณภาพ 7 ประการประกอบด้วย 1. การให้ความสำคัญจากผู้บริหารระดับสูง การสื่อสารที่ชัดเจนและการปฏิบัติที่เป็นแบบอย่างสร้างค่านิยมที่ผลักดันบุคลากรที่มีคุณภาพ 2. การทำงานร่วมกับลูกค้าที่ใช่ ทำความเข้าใจในองค์กรกับธุรกิจของลูกค้า รู้ปัญหาที่ลูกค้าเผชิญอยู่ เพื่อนำไปสู่การวางแผนที่มีประสิทธิภาพ ชัดเจนเป็นระบบ 3. มาตรฐานและเครื่องมือที่ใช้ในงานสอบบัญชีมีความชัดเจนและเป็นระบบด้วยนโยบายการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมคุณภาพที่ทันสมัยปลอดภัย

4. การคัดสรร พัฒนา และฝึกฝนบุคลากรให้มีคุณภาพด้วยกระบวนการคัดสรรมอบหมายงานเพื่อให้มั่นใจว่าบุคลากรสามารถนำความรู้และประสบการณ์ใช้กับงานได้ 5. ความมุ่งมั่นเพื่อความเป็นเลิศทางเทคนิคและการให้บริการโดยฝึกอบรมบุคลากรอย่างต่อเนื่องในแต่ละปีทั้งความรู้เชิงวิชาการและความรู้ในแต่ละอุตสาหกรรมหรือธุรกิจ 6. กระบวนการสอบบัญชีต้องมีประสิทธิผลและประสิทธิภาพ โดยให้ความสำคัญขั้นตอนต่างๆทั้งการวิเคราะห์ การตั้งข้อสังเกต ข้อสงสัยตามหลักวิชาชีพ และสนับสนุนให้มีการปรึกษาภายในองค์กร 7. การให้คำมั่นที่จะพัฒนาความเป็นเลิศอย่างต่อเนื่อง ภายใต้กลไกการควบคุม พัฒนางานเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างตรงจุด

สิ่งเหล่านี้คือ ความมุ่งมั่นในการควบคุมคุณภาพ ความโปร่งใสซึ่งเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของบุคลากรทุกคนในองค์กร โดยที่ผู้บริหารมีหน้าที่สำคัญในการผลักดันวัฒนธรรมนี้ให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น!!

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,204 วันที่ 27 - 29 ตุลาคม พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • business