thansettakij
thansettakij
มีเดียฯชี้อุตโฆษณาซบเซายาว แนะธุรกิจปรับแผนใช้สื่อดิจิตอลสร้างแบรนด์เพิ่มยอดขาย

มีเดียฯชี้อุตโฆษณาซบเซายาว แนะธุรกิจปรับแผนใช้สื่อดิจิตอลสร้างแบรนด์เพิ่มยอดขาย

29 ต.ค. 59 | 05:00 น.
“มีเดีย อินไซต์” ชี้แนวโน้มอุตสาหกรรมโฆษณาซบเซายาว หลังปัจจัยเสี่ยงเพียบทั้งภาวะเศรษฐกิจ ตลาดทุน ท่องเที่ยว กำลังซื้อ ยันการเมือง หลังประเมินสิ้นปีติดลบ 10-15% ต่ำทรุดในรอบ 10 ปี แนะปรับยุทธศาสตร์ใช้สื่อดิจิตอล สื่อนอกบ้านรับไลฟ์สไตล์คนเจน วาย พร้อมสร้างแบรนด์เข้าถึงผู้บริโภค เผยสิ้นปีกวาดเม็ดเงิน 200 ล้านบาท โตสวนกระแส

[caption id="attachment_109048" align="aligncenter" width="335"] ภวัต เรืองเดชวรชัย รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มีเดีย อินไซต์ จำกัด ในเครือ บริษัท มีเดีย อินเทลลิเจนซ์ จํากัด หรือ MI ผู้ให้บริการวางกลยุทธ์การสื่อสารทางการตลาด และซื้อ – ขายสื่อโฆษณา ภวัต เรืองเดชวรชัย รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มีเดีย อินไซต์ จำกัด ในเครือ บริษัท มีเดีย อินเทลลิเจนซ์ จํากัด หรือ MI ผู้ให้บริการวางกลยุทธ์การสื่อสารทางการตลาด และซื้อ – ขายสื่อโฆษณา[/caption]

นายภวัต เรืองเดชวรชัย รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มีเดีย อินไซต์ จำกัด ในเครือ บริษัท มีเดีย อินเทลลิเจนซ์ จํากัด หรือ MI ผู้ให้บริการวางกลยุทธ์การสื่อสารทางการตลาด และซื้อ – ขายสื่อโฆษณา เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ภาพรวมของธุรกิจสื่อในปีนี้ค่อนข้างซบเซาต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี ส่วนแนวโน้มในปีหน้ายังไม่สามารถฟันธงหรือเห็นความชัดเจนของธุรกิจได้ สืบเนื่องจากปัจจัยหลายๆอย่าง ภาวะเศรษฐกิจโดยรวม ตลาดทุน การท่องเที่ยว และความมั่นคงและชัดเจนทางการเมือง อีกทั้งปัจจัยอื่นๆที่อาจมีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมโมษณาโดยตรง อาทิ ปัญหาอุทกภัย ซึ่งจะส่งผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ราคาพืชผลทางการเกษตร และปริมาณนักท่องเที่ยวต่างชาติและการท่องเที่ยวภายในประเทศของคนไทย ฯลฯ

ทั้งนี้บริษัทต้องตั้งรับและปรับแผนได้ทันท่วงทีเมื่อเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้น โดยคาดว่าจนถึงสิ้นปีนี้อุตสาหกรรมโฆษณาจะมีการเติบโตติดลบ 10-15% ซึ่งสูงสุดในรอบ 10 ปีหลัง สื่อหลักอย่างทีวียังติดลบหนักต่อเนื่องเนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจและกำลังซื้อยังอยู่ในภาวะชะลอตัว ประกอบกับเจ้าของสินค้ามีการตัดงบในการซื้อสื่อโฆษณา 10-15% เพราะภาพรวมรายได้ 9 เดือนไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ จึงทำให้ต้องปรับลดงบการตลาด เพื่อประคองธุรกิจ

โดยปัจจุบันบริษัทมีลูกค้าใหม่ซึ่งมีทั้งอินเตอร์แบรนด์ และลูกค้าในกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เข้ามาเพิ่มพอร์ทมากกว่า 10 ราย อาทิ โตโยต้า, กิฟฟารีน, ยูนีฟ, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, เซ็น เรสทอรองค์ กรุ๊ป , Pomelo Fashion ฯลฯ โดยบริษัทคาดว่าจะมีเม็ดเงินโฆษณากว่า 200 ล้านบาทต่อปี เพิ่มขึ้นจากปีก่อนกว่า 30 ล้านบาทซึ่งสวนกระแสกับอุตสาหกรรมโฆษณา

ขณะเดียวกันเทรนด์การเสพสื่อของผู้บริโภคจะพบว่า พฤติกรรมและการใช้ชีวิตที่หลากหลายมากขึ้น ทำให้สื่อต้องมีการปรับตัวเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเจนเนอเรชั่นวาย (Gen Y) ซึ่งหันมาให้ความสนใจในสื่อใหม่ โดยพบว่าสื่อที่มีอิทธิพลต่อกลุ่มนี้คือ สื่อดิจิตอล สื่อนอกบ้าน เป็นต้น ดังนั้นบริษัทจึงต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์หันมาเลือกใช้ กลยุทธ์ Brand Engagement with Customers เพราะการสร้างการรับรู้ต่อแบรนด์ (Brand awareness) อย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการสร้างยอดขาย และก่อให้เกิดการเข้าถึง และความผูกพันเพื่อให้เกิดการซื้อต่อเนื่อง

“การเข้าถึงพฤติกรรมการบริโภค ความคิด ทัศนคติจะช่วยให้เข้าใจลูกค้ามากยิ่งขึ้น นอกจากนี้บริษัทยังมีเครื่องมือต่างๆ ของบริษัทในเครือ HAKUHODO Japan อาทิ X-advance : ที่ใช้ศึกษาพฤติกรรมการเสพสื่อออนไลน์เชิงลึก , Thai Macros : เครื่องมือที่ช่วยเรื่องของกา รวางส่วนผสมของสื่อโฆษณาให้มีปร ะสิทธิภาพ เป็นต้น ทำให้บริษัทมีข้อมูลเชิงลึกที่เป็นประโยชน์ ต่อการนำมาวิเคราะห์กลุ่มเป้าหม ายแต่ละกลุ่ม เพื่อนำมากำหนดแผน การสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย”

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,204 วันที่ 27 - 29 ตุลาคม พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • business