
บังคับใช้แล้ว“กฎกระทรวงความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่างและเสียง”
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เผย กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้าน ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่างและเสียง พ.ศ.2559 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 17 ตุลาคม 2559
นายสุเมธ มโหสถ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า ตามที่ พลเอก ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้เร่งรัดและผลักดันให้ออกกฎกระทรวงเพื่อดูแลความปลอดภัยในการทำงานของลูกจ้าง ขณะนี้กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่างและเสียง พ.ศ.2559 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเรียบร้อยแล้ว มีผลใช้บังคับเป็นกฎหมายตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม 2559 ถือเป็นมิติใหม่ในการดูแลความปลอดภัยในการทำงานของแรงงาน โดยเฉพาะงาน ที่เกี่ยวข้องกับความร้อน แสงสว่างและเสียง กฎกระทรวงดังกล่าว กำหนดให้นายจ้างต้องควบคุมและรักษาระดับความร้อนภายในสถานประกอบกิจการที่ติดประกาศแจ้งเตือนบริเวณที่มีแหล่งความร้อน มีมาตรการควบคุม นายจ้างต้องจัดให้สถานประกอบกิจการ มีความเข้มของแสงสว่างไม่ต่ำกว่ามาตรฐาน ให้นายจ้างควบคุมระดับเสียงมิให้เกินมาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด มีเครื่องหมายเตือนให้ใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล และจัดให้มีมาตรการอนุรักษ์การได้ยินในสถานประกอบกิจการ ทั้งนี้ นายจ้างต้องจัดหาอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลหรือมาตรการที่เหมาะสมให้แก่ลูกจ้างตามสภาพและลักษณะงานตลอดเวลาที่ทำงานบำรุงรักษาอุปกรณ์ให้พร้อมใช้งานและจัดอบรมเกี่ยวกับวิธีการใช้แก่ลูกจ้างต้องมีการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการทำงานเกี่ยวกับระดับความร้อน แสงสว่าง หรือเสียงภายในสถานประกอบกิจการ และรายงานผลการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการทำงาน นอกจากนี้ นายจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพลูกจ้างที่ทำงานในสภาวะการทำงานที่อาจได้รับอันตรายจากความร้อน แสงสว่าง หรือเสียง ด้วย
อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวต่อไปว่า การออกกฎกระทรวงดังกล่าว มุ่งหวังให้ลูกจ้างได้รับการคุ้มครองให้มีความปลอดภัยในการทำงานที่เกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง ซึ่งนายจ้างจะต้องมีระบบการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม ในการทํางานที่ได้มาตรฐาน หากนายจ้างผู้ใดฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตาม จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกินสี่แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นายสุเมธ มโหสถ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า ตามที่ พลเอก ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้เร่งรัดและผลักดันให้ออกกฎกระทรวงเพื่อดูแลความปลอดภัยในการทำงานของลูกจ้าง ขณะนี้กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่างและเสียง พ.ศ.2559 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเรียบร้อยแล้ว มีผลใช้บังคับเป็นกฎหมายตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม 2559 ถือเป็นมิติใหม่ในการดูแลความปลอดภัยในการทำงานของแรงงาน โดยเฉพาะงาน ที่เกี่ยวข้องกับความร้อน แสงสว่างและเสียง กฎกระทรวงดังกล่าว กำหนดให้นายจ้างต้องควบคุมและรักษาระดับความร้อนภายในสถานประกอบกิจการที่ติดประกาศแจ้งเตือนบริเวณที่มีแหล่งความร้อน มีมาตรการควบคุม นายจ้างต้องจัดให้สถานประกอบกิจการ มีความเข้มของแสงสว่างไม่ต่ำกว่ามาตรฐาน ให้นายจ้างควบคุมระดับเสียงมิให้เกินมาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด มีเครื่องหมายเตือนให้ใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล และจัดให้มีมาตรการอนุรักษ์การได้ยินในสถานประกอบกิจการ ทั้งนี้ นายจ้างต้องจัดหาอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลหรือมาตรการที่เหมาะสมให้แก่ลูกจ้างตามสภาพและลักษณะงานตลอดเวลาที่ทำงานบำรุงรักษาอุปกรณ์ให้พร้อมใช้งานและจัดอบรมเกี่ยวกับวิธีการใช้แก่ลูกจ้างต้องมีการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการทำงานเกี่ยวกับระดับความร้อน แสงสว่าง หรือเสียงภายในสถานประกอบกิจการ และรายงานผลการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการทำงาน นอกจากนี้ นายจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพลูกจ้างที่ทำงานในสภาวะการทำงานที่อาจได้รับอันตรายจากความร้อน แสงสว่าง หรือเสียง ด้วย
อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวต่อไปว่า การออกกฎกระทรวงดังกล่าว มุ่งหวังให้ลูกจ้างได้รับการคุ้มครองให้มีความปลอดภัยในการทำงานที่เกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง ซึ่งนายจ้างจะต้องมีระบบการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม ในการทํางานที่ได้มาตรฐาน หากนายจ้างผู้ใดฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตาม จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกินสี่แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ






