thansettakij
thansettakij
กระทรวงเกษตรฯเดินหน้าลดการปนเปื้อนสารตกค้างในผักและผลไม้

กระทรวงเกษตรฯเดินหน้าลดการปนเปื้อนสารตกค้างในผักและผลไม้

19 ต.ค. 59 | 10:00 น.
อัปเดตล่าสุด :19 ต.ค. 59 | 16:35 น.
กระทรวงเกษตรฯเผยแผนปี 60 ลดการปนเปื้อนสารตกค้างในผักและผลไม้ คลุมทุกด้าน ทั้งแหล่งผลิตและปัจจัยการผลิต พร้อมพัฒนาห้องปฏิบัติการตรวจชนิดสารได้มากขึ้น  สร้างความเชื่อมั่นในระบบ GAP มีแต่สินค้าปลอดภัย

พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย กรมวิชาการเกษตร มีภารกิจตามนโยบายอาหารปลอดภัยในด้านที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบรับรองแหล่งผลิตตามมาตรฐาน GAP และเกษตรอินทรีย์ อีกทั้งยังให้ความสำคัญในการกำกับดูแลรับผิดชอบในเรื่องปัญหาการปนเปื้อนของสารตกค้างในผักและผลไม้มาอย่างต่อเนื่อง

นายสุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า กรมวิชาการเกษตรได้เห็นถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงดำเนินการผ่าน 3 กิจกรรมหลัก ประกอบด้วย 1) การทวนสอบระบบรับรองการผลิตเพื่อแก้ปัญหาต่าง ๆ  ได้ทำแผนสุ่มตรวจสินค้า โดยเฉพาะผักและผลไม้ในตลาด โดยในปี 2559 มีการสุ่มตัวอย่างผลผลิตที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน GAP จากแหล่งผลิตและจำหน่ายรวม 9,483 ตัวอย่าง  เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นว่าเกษตรกรยังปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และข้อกำหนดในระบบ GAP พร้อมกับพัฒนาห้องปฏิบัติการตรวจสอบสารตกค้างให้สามารถตรวจสอบชนิดสารได้ครอบคลุมมากขึ้น จากเดิม 140 สาร เพิ่มเป็น 172 สารในปีนี้อีกด้วย

2) การให้ความรู้แก่เกษตรกรในการใช้สารที่ถูกต้อง รวมถึงสนับสนุนให้เกษตรกรรู้จักการลดการใช้สารเคมี ผ่านระบบการบริหารจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน โดยการใช้ชีวภัณฑ์มาเพิ่มเฉพาะในส่วนที่จำเป็น ซึ่งดำเนินการขับเคลื่อนผ่านศูนย์เรียนรู้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร 882 ศูนย์ (ศพก.)โดยในปี 2560 ตั้งเป้าหมาย จะขยายความรู้เรื่องชีวภัณฑ์ในพื้นที่ ศพก. อย่างน้อย 30 ศูนย์  และ  3) การบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะด้านการควบคุมคุณภาพปัจจัยการผลิตทางการเกษตร กรมวิชาการเกษตรจะส่งเจ้าหน้าที่สารวัตรเกษตรออกตรวจสอบในแหล่งผลิตและจำหน่ายปัจจัยการผลิตทั้งประเทศ โดยในปี 2560 มีเป้าหมายในการตรวจวัตถุอันตรายนำเข้า 550 ตัวอย่าง  ตรวจโรงงานผลิตวัตถุอันตราย 100 โรงงาน  ตรวจร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการปัจจัยการผลิตคุณภาพหรือร้าน Q-shop และร้านค้าที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการจำนวนทั้งสิ้น  23,570 ร้านค้า  โดยสุ่มเก็บตัวอย่างทั้งปุ๋ยและวัตถุอันตรายมาตรวจสอบในห้องปฏิบัติการของกรมวิชาการเกษตร รวมทั้งยังมีแผนตรวจติดตามคุณภาพวัตถุอันตรายที่ขึ้นทะเบียนแล้ว  นอกจากนี้กรมวิชาการเกษตรจะตรวจรับรองร้านค้าปัจจัยการผลิตทางการเกษตรที่สมัครเข้าร่วมโครงการร้าน Q-shop อีกจำนวน 1,580 ร้าน

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  โดยกรมวิชาการเกษตร ยังมีแผนการดำเนินงานที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง คือ  การทดลอง และทดสอบสารเคมี เพื่อใช้ทดแทนสารเดิมที่มีข้อมูลมีผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม  เพื่อให้มีสารเคมีที่มีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัยทดแทนสารเคมีเดิม  รวมทั้งการทดลอง ทดสอบ ชีวภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพควบคุมศัตรูพืช เพื่อให้ได้ชีวภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพในการควบคุมศัตรูพืช และยังทำการทดลองเพื่อกำหนดค่าปริมาณสารตกค้างสูงสุดที่ไม่เกินค่าความปลอดภัย (MRL)ในผักและผลไม้  เช่น  คะน้า  ถั่วฝักยาว  ทุเรียน  มะม่วง  มะเขือ  พริก  และลำไย เพื่อเป็นเกณฑ์ในการยอมรับแทนการใช้ค่าของสารตกค้างซึ่งเป็นค่าต่ำสุดที่ประเทศนั้น ๆ กำหนดยอมให้มีได้ในผลิตผล ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตลอดจนสร้างเครือข่ายกับผู้นำชุมชน และเครือข่ายภาคประชาชน ในการแจ้งเบาะแสกับทางภาครัฐ เพื่อยับยั้งกระบวนการขายและจำหน่ายปัจจัยการผลิตที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป