thansettakij
thansettakij
ก.ล.ต.ร่วม7 พันธมิตรจัดโครงการ “FinTech Challenge” ประกวดนวัตกรรมฟินเทค

ก.ล.ต.ร่วม7 พันธมิตรจัดโครงการ “FinTech Challenge” ประกวดนวัตกรรมฟินเทค

19 ต.ค. 59 | 09:39 น.
อัปเดตล่าสุด :19 ต.ค. 59 | 16:21 น.
ก.ล.ต.ร่วมกับ 7 หน่วยงานพันธมิตรร่วมส่งเสริมความรู้และการพัฒนาด้านฟินเทค จัดโครงการ “FinTech Challenge” เพื่อสร้างสรรค์ผลงานนวัตกรรมด้านการเงิน การลงทุน และการประกันภัย ชิงทุนกว่า 400,000 บาท เปิดรับสมัครผู้สนใจเข้าร่วมโครงการถึง 31 ตุลาคมนี้

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.)ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร 7 แห่ง ประกอบด้วย ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ศูนย์ C Asean และชมรมฟินเทคแห่งประเทศไทย จัดโครงการ FinTech Challenge เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการเข้าใจตลาดการเงิน การลงทุน และการประกันภัย มีโอกาสแลกเปลี่ยน พบปะกับผู้เชี่ยวชาญและหน่วยงานกำกับดูแล ซึ่งจะนำไปสู่โอกาสให้เกิดบริการรูปแบบใหม่ ๆ และส่งเสริมให้ผู้เล่นในตลาดเพิ่มมากขึ้น

ก.ล.ต. จึงขอเชิญชวนนักศึกษา ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ประกอบธุรกิจ และผู้สนใจทั่วไป ที่มีแนวคิด หรือผลิตภัณฑ์ หรือบริการ ด้านการเงิน การลงทุน การประกันภัย ส่งทีมสมัครเข้าร่วมโครงการจำนวน 2-4 คน โดยสมาชิกในทีมควรประกอบไปด้วยผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจด้านการเงิน นักการตลาด-ประชาสัมพันธ์ และมีสมาชิกอย่างน้อย 1 คน ที่มีความรู้ ความสามารถในการพัฒนาชิ้นงานเทคโนโลยีได้ โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ตุลาคม 2559 ผ่านทางเว็บไซต์ www.fintechchallenge.info

โครงการ FinTech Challenge มีระยะเวลาดำเนินการโครงการตั้งแต่เปิดรับสมัครจนถึงวันประกาศผล เป็นระยะเวลาทั้งสิ้น 4 เดือน โดยจะแบ่งการประกวดออกเป็น 3 รอบ ดังนี้ การประกวดรอบที่ 1 – ผู้สมัครทุกทีมจะต้องนำเสนอแนวคิดหรือผลงาน พร้อมเข้ารับการสัมภาษณ์จากคณะกรรมการตัดสินซึ่งประกอบไปด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อคัดเลือกทีมเข้ารอบจำนวนไม่เกิน 20 ทีม

การประกวดรอบที่ 2 – ทีมที่ได้รับการคัดเลือกจำนวนไม่เกิน 20 ทีม จะได้เข้าร่วมกิจกรรม boot camp เป็นเวลา 3 วัน 2 คืน เพื่อเสริมสร้างความรู้ พัฒนาแนวคิดนวัตกรรม แลกเปลี่ยนความรู้กับผู้เชี่ยวชาญ และสามารถนำความรู้มาปรับใช้กับผลงานได้จริง พร้อมทั้งนำเสนอแนวคิดและผลงานนวัตกรรมแก่คณะกรรมการตัดสิน เพื่อคัดเลือกทีมเข้ารอบสุดท้ายจำนวนไม่เกิน 8 ทีม

การประกวดรอบที่ 3 – ทีมที่ได้รับการคัดเลือกเข้ารอบสุดท้าย จะได้รับทุนสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมทีมละ 20,000 บาท เพื่อพัฒนาต่อยอดต้นแบบนวัตกรรม และมีโอกาสได้รับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ พร้อมทั้งได้รับการสนับสนุนพื้นที่ใช้สอย รวมถึงเครื่องมือที่ใช้ในการพัฒนานวัตกรรมจากผู้ให้การสนับสนุน ทั้งนี้ ทีมผู้เข้ารอบจะต้องนำเสนอผลงานนวัตกรรมและจัดนิทรรศการแสดงผลงานในวัน demo day ซึ่งจะจัดขึ้นภายในไตรมาส 1 ปี 2560 โดยจะมีการประกาศผลผู้ได้รับทุนสนับสนุนนวัตกรรมยอดเยี่ยมจำนวน 3 ทุน รวม 250,000 บาท พร้อมโล่รางวัลในวันดังกล่าวด้วย

สำหรับทุนสนับสนุนนวัตกรรมยอดเยี่ยม จะแบ่งออกเป็น 3 ทุน ได้แก่ 1)ทุนนวัตกรรมประเภท Rising Star Fintech จำนวน 100,000 บาท 1 ทุน สำหรับสินค้า/บริการ/ต้นแบบ (prototype)/แนวคิดที่จัดทำได้ดีพร้อมต่อยอด 2)        ทุนนวัตกรรมประเภท Innovative Fintech จำนวน 100,000 บาท 1 ทุน สำหรับการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ที่เป็นประโยชน์กับผู้ใช้บริการในวงกว้าง  3) ทุนนวัตกรรมประเภท Popular Vote จำนวน 50,000 บาท 1 ทุน พิจารณาจากทีมที่ผลงานได้รับความสนใจมากที่สุด

นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า “กระแสฟินเทคที่เข้ามาในขณะนี้ทำให้เห็นความตื่นตัวของภาคการเงิน ตลาดทุน และประกันภัยอย่างชัดเจน ซึ่ง ก.ล.ต. ให้ความสำคัญในการสร้างองค์ความรู้ให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจและประชาชน จึงได้จัดโครงการ FinTech Challenge โดยมุ่งหวังว่าโครงการดังกล่าวจะช่วยจุดประกายให้ผู้ที่เกี่ยวข้องมีความพร้อม รู้เท่าทัน และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสม ตลอดจนช่วยสร้างความเข้าใจให้กับหน่วยงานกำกับดูแลเพื่อนำไปสู่การปรับเกณฑ์ที่สอดคล้องกับนวัตกรรมด้านเทคโนโลยี”

ด้านดร. วิรไท สันติประภพ  ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “Fintech ครอบคลุมทั้งเรื่องที่เกี่ยวกับระบบการชำระเงิน การให้คำปรึกษาทางการเงิน การให้สินเชื่อ รวมทั้งการสนับสนุนระบบหลังบ้านของสถาบันการเงิน ดังนั้น เพื่อให้ FinTech ไทยสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน มีความน่าเชื่อถือ และปลอดภัย  ธปท. ให้ความสำคัญกับหลักการ 3 ประการ คือ การคุ้มครองผู้ใช้บริการ การส่งเสริมนวัตกรรมทางการเงิน และการดูแลเสถียรภาพของระบบการเงิน”