thansettakij
thansettakij
หยิบเงินหยิบทอง :บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง 

หยิบเงินหยิบทอง :บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง 

18 ต.ค. 59 | 03:15 น.
อัปเดตล่าสุด :18 ต.ค. 59 | 09:58 น.
ตลาดหุ้นไทยวานนี้

SET INDEX วานนี้แกว่งตัวในกรอบทีแคบลง แต่ถูกกดดันจากแรงขายหุ้นกลุ่มธนาคาร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง KBANK ส่งผลให้ปิดลดลงเล็กน้อยที่ 1,477.34 จุด ลดลง 0.27 จุด มูลค่าการซื้อขาย 5.9 หมื่นล้านบาท

นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิวันที่ 5 ติดต่อกันอีก 5,571 ล้านบาท, Short สุทธิ SET50 Index future เป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน จำนวน 7,241 สัญญา และขายสุทธิตลาดตราสารหนี้เป็นวันที่ 6 ติดต่อ 2,064 ล้านบาท

ปัจจัยสำคัญวันนี้

•Dollar Index อ่อนค่าลงเล็กน้อย แต่ยังทรงตัวระดับสูงสุดในรอบ 7 เดือน

•ราคาถ่านหิน Newcastle ปรับตัวขึ้นวันที่ 4 ติดต่อกัน ปิดที่ US$90.60/ตัน ทำระดับสูงสุดในรอบ 3 ปีครึ่ง

•รฟท.จะพิจารณาโครงการรถไฟฟ้ารางคู่ 2 เส้นทางวงเงิน 4.7 หมืนล้านบาทในวันพุธที่ 19 ต.ค.

•ติดตามตัวเลข GDP 3Q59 ของจีนที่จะรายงานในวันพรุ่งนี้ ตลาดคาดการณ์ +6.7% yoy

มุมมองต่อตลาดวันนี้: กลาง (วันที่ 17)

MBKET คาดว่า SET INDEX วันนี้จะยังมีทิศทางการเคลื่อนไหว Sideway ในกรอบ 1470 – 1485 จุด เพื่อรอปัจจัยใหม่ในการลงทุน เช่น ตัวเลข GDP 3Q59 ของจีน ในวันพรุ่งนี้, การประชุม ECB ในวันพฤหัส รวมทั้งการรายงานผลประกอบการ 3Q59 ของกลุ่มธนาคารซึ่งจะเสร็จสิ้นในสัปดาห์นี้

ขณะที่แรงขายของนักลงทุนต่างชาติวานนี้ถึง 5,571 ล้านบาท เป็น Sentiment เชิงลบทางจิตวิทยา แต่เชื่อว่าส่วนใหญ่เป็นการลดน้ำหนักหุ้น KBANK หลังมี Negative Surprise คือการตั้งสำรองที่มีโอกาสเพิ่มขึ้นในปี 2560

อย่างไรก็ตาม ด้วยภาพเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวในปี 2560 เราเชื่อว่า Downside Risk ของกลุ่มธนาคารจะไม่มากนัก และอาจเห็นการ Switch เม็ดเงินเข้าสู่หุ้นธนาคารหลักที่เหลือ เช่น SCB, KTB, BBL หากงบ 3Q59 ออกมาใกล้กับทีคาด และจุดสำคัญอยู่ที่การตั้งเป้าหมายทางธุรกิจของแต่ละธนาคารในปี 2560 ได้แก่ การเติบโตของสินเชื่อ, ทิศทาง NPL และ Credit Cost

คงคำแนะนำ Selective Play เพื่อเก็งกำไรหุ้นที่งบ 3Q59 จะออกมาดี และหุ้นที่ยังมี Valuation ถูก เชื่อว่าจะเป็น Outperform ตลาดได้ ขณะที่หุ้นกลุ่มถ่านหินจะมี Sentiment บวกหลังราคาถ่านหินทำระดับสูงสุดในรอบ 3 ปีครึ่ง และการเข้าสู่ฤดูหนาวซึ่งเป็น High Season จะเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาถ่านหินยังมีทิศทางการไต่ระดับขึ้น

Strategy of the Day      

1.สะสม PS : ราคาปิด 23.60 บาท ราคาเหมาะสม 35.00 บาท

a)MBKET คาดว่ากำไรสุทธิ 3Q59 จะเติบโตทั้ง yoy และ qoq จากการรับรู้รายได้โครงการคอนโด Fuse Miti  รัชดา และ The Signature by Urbano เป็นปัจจัยบวกหนุนการลงทุนในระยะสั้น

b)คาดว่าความชัดเจนของการเปลี่ยนเป็นบริษัท Holding จะเป็น Catalyst สำคัญต่อภาพการลงทุนระยะกลาง-ยาว โดย PS อยู่ระหว่างศึกษาแผนลงทุนในธุรกิจที่สร้างรายได้แบบ Recurring เช่น โรงพยาบาล ฯลฯ และคาดว่าจะมีความคืบหน้าใน 4Q59

c)ราคาหุ้น Underperform ตลาดมาก โดย YTD -10.9% เทียบกับ SET INDEX +14.7% และหุ้นในกลุ่ม เช่น SPALI +28.5%, AP +27.1%, QH +4.3% ขณะที่ Valuation ซื้อขายที่ระดับน่าสนใจ ที่ PER2560 เพียง 6.5เท่า และให้ Dividend Yield สูงถึง 7.7%

2. สะสม WHA : ราคาปิด 3.16 บาท ราคาเหมาะสม 4.00 บาท (อิง IAA Consensus)

a)MBKET คงมุมมองเชิงบวกในระยะยาวต่อ WHA และมีปัจจัยบวกรออยู่ ใน 4Q59 คือการสินทรัพย์เข้ากองทุน HREIT มูลค่าราว 8 พันล้านบาท ซึ่ง กลต.ได้เริ่มนับ 1 ไฟลิ่งแล้ว, การขายสินทรัพย์เข้าสู่ WHART ราว 5 พันล้านบาท รวมทั้งการนำ WHAUP เข้า IPO ในตลท.ในช่วง 1H60

b)คาดว่าจะส่งผลให้ฐานะการเงินดีขึ้นมากจาก Net DE ที่ระดับ 2.4 เท่าใน 2Q59 ลดลงเหลือเพียง 1.0 เท่าในสิ้นปี 2560

c)ได้ประโยชน์โดยตรงจาก พรบ.ระเบียงเขตเศรษฐกิจตะวันออก เพื่อผลักดันการลงทุนมูลค่าสูงถึง 1.5 ล้านล้านบาท เนื่องจากเป็นผู้เล่นหลักธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม ใน จ.ระยอง และเชื่อว่าเป็น Upside Risk ที่ยังไม่รวมไว้ในประมาณ รวมทั้งมี Valuation ที่น่าสนใจ ซื้อขายที่ระดับ PER2560 ราว 10 เท่า

ที่มา : บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง