
KTBST ชี้หุ้นไทยวันนี้ (18 ต.ค.)ระวังแรงเทขายจากต่างชาติในหุ้นใหญ่
บล.KTBST ประเมินหุ้นไทยวันนี้ (18 ต.ค.)เคลื่อนไหว side-way ระวังแรงเทขายจากต่างชาติในหุ้นใหญ่ แนะชะลอการลงทุนเพื่อรอดูสถานการณ์ หุ้นที่เด่นเก็งกำไรระยะสั้น ได้แก่ IVL , BLA , GPSC , PLAT”
นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ กลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (KTBST) ประเมินตลาดหุ้นไทยในวันนี้ (18 ต.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯและสินทรัพย์ทางการเงิน เช่น ดอลล่าร์ ทองคำ และพันธบัตรรัฐบาล กำลังสอดรับกับทิศทางดอกเบี้ยที่สูงขึ้น การแสดงความเห็นของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของ Fed ไม่ได้ลดโอกาสที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค.แต่อย่างใด ค่าเงินดอลล่าร์อ่อนตัวลงเล็กน้อย เนื่องจากตัวเลขผลผลิตภาคอุตสาหกรรม เดือน ก.ย. เพิ่มขึ้น 0.1% ต่ำกว่าที่คาดที่ 0.2% (Bloomberg) ส่วนราคาทองคำ ขยับขึ้นเล็กน้อยหลังสวนทางกับค่าเงินดอลล่าร์ แต่ยังอาจอยู่ในช่วงขาลงหากสหรัฐฯปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค. ดังนั้นสถานการณ์ของตลาดต่างประเทศจะเป็นเรื่องของแนวโน้มดอกเบี้ยสหรัฐฯ
ขณะที่ตัวเลขการขายหุ้นของนักลงทุนต่างประเทศในตลาดเอเชียเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งของไทยที่มียิดขายสุทธิเป็นวันที่ 5 รวมเกือบ 1 หมื่นล้านบาทแล้ว กำลังทำลายสถิติที่มีการซื้อต่อเนื่องมา 5 เดือนติดต่อกัน การขายหุ้นของนักลงทุนกลุ่มนี้นอกจากจะเป็นเพราะทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯที่จะปรับขึ้นในเร็วๆนี้แล้ว และราคาหุ้นของหลายประเทศปรับตัวขึ้นมาระดับหนึ่ง เมื่อมีการปรับพอร์ตลงทุนก็จะกระเทือนมาถึงตลาดหุ้นเหล่านี้ด้วย ล่าสุด โบรกเกอร์ใหญ่ของสหรัฐฯ แห่งหนึ่ง ปรับลดน้ำหนักการลงทุนหุ้นตลาดเกิดใหม่ลง และมีโบรกเกอร์ต่างประเทศบางแห่งเริ่มปรับลดคำแนะนำการลงทุนหุ้นไทยลงแล้ว
ส่วนทิศทางราคาน้ำมัน ทรงตัวใกล้ๆระดับ 50เหรียญฯ ตามข่าวและการเก็งกำไรในเรื่องการลดกำลังการผลิต และภาวะ oversupply ที่ยังมีอยู่ โดยการประชุม 30 พ.ย.นี้ โอกาสที่ OPEC และผู้ผลิตอื่น จะสามารถสรุปโควต้าผลิตมีได้มากขึ้น
ทั้งนี้ปัจจัยของตลาดหุ้นไทยเอง แนวโน้มกำไรหุ้นกลุ่มธนาคารที่ไม่สดใส ราคาน้ำมันทรงๆตัว แรงซื้อของกองทุนฯ ที่ไล่ซื้อหุ้นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ลดระดับการซื้อลง และสำคัญที่สุด บางธนาคารกลางมีแนวโน้มลดการใช้ QE ลง จะส่งผลให้เม็ดเงินที่เข้ามาเก็งกำไรในตลาดหุ้นก็จะลดลง เราจึงเห็นนักลงทุนต่างประเทศขายหุ้นซึ่งเป็นลบต่อตลาด ทิศทางตลาดหุ้นไทยวันนี้ จึงคาดว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวแบบทรงตัว (side-way) เพื่อรอปัจจัยใหม่โดยมีโอกาสที่ดัชนีฯ จะปิดลดลงจากวันก่อน โดยตัวแปรที่จะมีผลต่อตลาดในระหว่างวัน อาทิ ค่าเงินบาท ผลประชุม ครม. ว่าจะมีการอนุมัติเรื่องใดที่จะเกี่ยวกับตลาดหุ้นบ้างหรือไม่ และ BRExitที่กลับมาพูดถึงกันมากขึ้นข้างนอกบ้าน ก็มีผลต่อ Fund Flow ด้วยเหมือนกัน
"กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้ จึงเป็นชะลอการลงทุนเพื่อรอดูข่าวใหม่ๆ หรือเข้าเก็งกำไรเพียงช่วงสั้นๆ ในหุ้นขนาดกลางและเล็ก เนื่องจากหุ้นขนาดใหญ่มีความเสี่ยงต่อการถูกขายจากนักลงทุนต่างประเทศ หุ้นที่แนะนำได้แก่ IVL , BLA , GPSC , PLAT มองกรอบดัชนีวันนี้ที่ 1,467-1,490"
นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ กลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (KTBST) ประเมินตลาดหุ้นไทยในวันนี้ (18 ต.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯและสินทรัพย์ทางการเงิน เช่น ดอลล่าร์ ทองคำ และพันธบัตรรัฐบาล กำลังสอดรับกับทิศทางดอกเบี้ยที่สูงขึ้น การแสดงความเห็นของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของ Fed ไม่ได้ลดโอกาสที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค.แต่อย่างใด ค่าเงินดอลล่าร์อ่อนตัวลงเล็กน้อย เนื่องจากตัวเลขผลผลิตภาคอุตสาหกรรม เดือน ก.ย. เพิ่มขึ้น 0.1% ต่ำกว่าที่คาดที่ 0.2% (Bloomberg) ส่วนราคาทองคำ ขยับขึ้นเล็กน้อยหลังสวนทางกับค่าเงินดอลล่าร์ แต่ยังอาจอยู่ในช่วงขาลงหากสหรัฐฯปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค. ดังนั้นสถานการณ์ของตลาดต่างประเทศจะเป็นเรื่องของแนวโน้มดอกเบี้ยสหรัฐฯ
ขณะที่ตัวเลขการขายหุ้นของนักลงทุนต่างประเทศในตลาดเอเชียเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งของไทยที่มียิดขายสุทธิเป็นวันที่ 5 รวมเกือบ 1 หมื่นล้านบาทแล้ว กำลังทำลายสถิติที่มีการซื้อต่อเนื่องมา 5 เดือนติดต่อกัน การขายหุ้นของนักลงทุนกลุ่มนี้นอกจากจะเป็นเพราะทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯที่จะปรับขึ้นในเร็วๆนี้แล้ว และราคาหุ้นของหลายประเทศปรับตัวขึ้นมาระดับหนึ่ง เมื่อมีการปรับพอร์ตลงทุนก็จะกระเทือนมาถึงตลาดหุ้นเหล่านี้ด้วย ล่าสุด โบรกเกอร์ใหญ่ของสหรัฐฯ แห่งหนึ่ง ปรับลดน้ำหนักการลงทุนหุ้นตลาดเกิดใหม่ลง และมีโบรกเกอร์ต่างประเทศบางแห่งเริ่มปรับลดคำแนะนำการลงทุนหุ้นไทยลงแล้ว
ส่วนทิศทางราคาน้ำมัน ทรงตัวใกล้ๆระดับ 50เหรียญฯ ตามข่าวและการเก็งกำไรในเรื่องการลดกำลังการผลิต และภาวะ oversupply ที่ยังมีอยู่ โดยการประชุม 30 พ.ย.นี้ โอกาสที่ OPEC และผู้ผลิตอื่น จะสามารถสรุปโควต้าผลิตมีได้มากขึ้น
ทั้งนี้ปัจจัยของตลาดหุ้นไทยเอง แนวโน้มกำไรหุ้นกลุ่มธนาคารที่ไม่สดใส ราคาน้ำมันทรงๆตัว แรงซื้อของกองทุนฯ ที่ไล่ซื้อหุ้นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ลดระดับการซื้อลง และสำคัญที่สุด บางธนาคารกลางมีแนวโน้มลดการใช้ QE ลง จะส่งผลให้เม็ดเงินที่เข้ามาเก็งกำไรในตลาดหุ้นก็จะลดลง เราจึงเห็นนักลงทุนต่างประเทศขายหุ้นซึ่งเป็นลบต่อตลาด ทิศทางตลาดหุ้นไทยวันนี้ จึงคาดว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวแบบทรงตัว (side-way) เพื่อรอปัจจัยใหม่โดยมีโอกาสที่ดัชนีฯ จะปิดลดลงจากวันก่อน โดยตัวแปรที่จะมีผลต่อตลาดในระหว่างวัน อาทิ ค่าเงินบาท ผลประชุม ครม. ว่าจะมีการอนุมัติเรื่องใดที่จะเกี่ยวกับตลาดหุ้นบ้างหรือไม่ และ BRExitที่กลับมาพูดถึงกันมากขึ้นข้างนอกบ้าน ก็มีผลต่อ Fund Flow ด้วยเหมือนกัน
"กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้ จึงเป็นชะลอการลงทุนเพื่อรอดูข่าวใหม่ๆ หรือเข้าเก็งกำไรเพียงช่วงสั้นๆ ในหุ้นขนาดกลางและเล็ก เนื่องจากหุ้นขนาดใหญ่มีความเสี่ยงต่อการถูกขายจากนักลงทุนต่างประเทศ หุ้นที่แนะนำได้แก่ IVL , BLA , GPSC , PLAT มองกรอบดัชนีวันนี้ที่ 1,467-1,490"






