
ราคาน้ำมันดิบปรับลดลง หลังนักลงทุนเทขายสัญญาน้ำมันดิบ
ราคาน้ำมันดิบปรับลดลง หลังนักลงทุนเทขายสัญญาน้ำมันดิบ และความกังวลจากอุปทานส่วนเกิน
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์พลังงาน บมจ.ไทยออยล์ วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมันประจำวันที่ 18 ตุลาคม 2559
- ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง หลังนักลงทุนเทขายสัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าเพื่อทำกำไร ก่อนที่สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสจะหมดอายุในวันที่ 20 ต.ค. นี้ โดยสัญญาที่ทำการขายแตะที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ต.ค. 56 โดยนักวิเคราะห์มองว่าสาเหตุของการเทขายครั้งนี้ส่วนหนึ่งมาจากการจำกัดจำนวนการถือครองสัญญาอีกด้วย
- นอกจากนี้ นักลงทุนยังคงกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานน้ำมันดิบส่วนเกิน ถึงแม้ว่ากลุ่มโอเปกได้ออกมาประกาศลดกำลังการผลิต และขอความร่วมมือจากประเทศนอกกลุ่มโอเปกในการลดอุปทานลง แต่ตัวเลขจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันของสหรัฐฯ ที่ Baker Hughes รายงานเมื่อวันก่อน ปรับตัวสูงขึ้นเป็นเวลา 16 สัปดาห์ติดต่อกัน ยังเป็นปัจจัยแสดงถึงอุปทานที่จะกลับเข้ามาใหม่
- ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบ เนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยก่อนสิ้นปี หลังรองประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ระบุว่าอัตราดอกเบี้ยต่ำอาจนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่รุนแรงและยาวนาน
+ อย่างไรก็ดี สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) คาดการณ์ว่ากำลังการผลิตน้ำมันดิบจากชั้นหินดินดาน (shale oil) ของสหรัฐฯ จะปรับลดลง 30,000 บาร์เรลต่อวัน ไปอยู่ที่ระดับ 4.43 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือน พ.ย. 59 ซึ่งนับเป็นระดับต่ำสุดตั้งแต่เดือน มี.ค. 57 ซึ่งคลายความกังวลเกี่ยวกับอุปทานส่วนเกินจากสหรัฐฯ ลงไปได้บ้าง
+ ตัวเลขผลผลิตภาคอุตสาหกรรมสหรัฐฯ ปรับตัวดีขึ้น 0.1% ในเดือน ก.ย. 59 สอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ และดีขึ้นจากเดือน ส.ค. ที่ปรับตัวลดลง 0.5%
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากราคาน้ำมันเบนซินในเอเชียยังได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันเบนซิน US RBOB ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังมีอุปสงค์จากประเทศอินโดนีเซียและอิหร่านช่วยหนุนตลาดอีกด้วย
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากปริมาณน้ำมันดีเซลคงคลังของสิงคโปร์เพิ่มขึ้นไปสู่ระดับ 13.56 ล้านบาร์เรล ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากนี้ โรงกลั่นน้ำมันในจีนเตรียมที่จะส่งออกน้ำมันดีเซลต่อเนื่องในเดือน ต.ค.
ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 48-52 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 49-53 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์
ปัจจัยที่น่าจับตามอง
ข่าวความร่วมมือระหว่างผู้ผลิตกลุ่มโอเปกและรัสเซียคาดว่าจะหนุนราคาน้ำมันอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งจับตาดูการประชุมในวันที่ 28-29 ต.ค. อีกครั้งเพื่อพิจารณาปริมาณการผลิตและจะทำการเชิญผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปกเข้าร่วมการประชุมดังกล่าวด้วยเช่นกัน
การเพิ่มขึ้นของปริมาณการผลิตน้ำมันดิบในไนจีเรียคาดว่าจะส่งผลกดดันราคาน้ำมัน หลังมีการคาดการณ์ว่าปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบและคอนเดนเสทในเดือน พ.ย. อาจแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ม.ค. ที่ราว 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน เนื่องจากประเทศกลับมาส่งออกน้ำมันดิบ Bonny light, Qua lboe และ Forcados ได้อีกครั้ง
ท่าเรือ Zueitina, Ras Lanuf, และ Es Sider หลังจากที่กลับมาเปิดดำเนินการอีกครั้งส่งผลให้การผลิตน้ำมันดิบของประเทศปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 0.54 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือน ต.ค. จากที่เคยผลิตอยู่ที่ระดับ 0.485 และ 0.32 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือน ก.ย. และ เดือน ส.ค. ตามลำดับ
ที่มา :บมจ.ไทยออยล์
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์พลังงาน บมจ.ไทยออยล์ วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมันประจำวันที่ 18 ตุลาคม 2559
- ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง หลังนักลงทุนเทขายสัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าเพื่อทำกำไร ก่อนที่สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสจะหมดอายุในวันที่ 20 ต.ค. นี้ โดยสัญญาที่ทำการขายแตะที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ต.ค. 56 โดยนักวิเคราะห์มองว่าสาเหตุของการเทขายครั้งนี้ส่วนหนึ่งมาจากการจำกัดจำนวนการถือครองสัญญาอีกด้วย
- นอกจากนี้ นักลงทุนยังคงกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานน้ำมันดิบส่วนเกิน ถึงแม้ว่ากลุ่มโอเปกได้ออกมาประกาศลดกำลังการผลิต และขอความร่วมมือจากประเทศนอกกลุ่มโอเปกในการลดอุปทานลง แต่ตัวเลขจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันของสหรัฐฯ ที่ Baker Hughes รายงานเมื่อวันก่อน ปรับตัวสูงขึ้นเป็นเวลา 16 สัปดาห์ติดต่อกัน ยังเป็นปัจจัยแสดงถึงอุปทานที่จะกลับเข้ามาใหม่
- ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบ เนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยก่อนสิ้นปี หลังรองประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ระบุว่าอัตราดอกเบี้ยต่ำอาจนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่รุนแรงและยาวนาน
+ อย่างไรก็ดี สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) คาดการณ์ว่ากำลังการผลิตน้ำมันดิบจากชั้นหินดินดาน (shale oil) ของสหรัฐฯ จะปรับลดลง 30,000 บาร์เรลต่อวัน ไปอยู่ที่ระดับ 4.43 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือน พ.ย. 59 ซึ่งนับเป็นระดับต่ำสุดตั้งแต่เดือน มี.ค. 57 ซึ่งคลายความกังวลเกี่ยวกับอุปทานส่วนเกินจากสหรัฐฯ ลงไปได้บ้าง
+ ตัวเลขผลผลิตภาคอุตสาหกรรมสหรัฐฯ ปรับตัวดีขึ้น 0.1% ในเดือน ก.ย. 59 สอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ และดีขึ้นจากเดือน ส.ค. ที่ปรับตัวลดลง 0.5%
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากราคาน้ำมันเบนซินในเอเชียยังได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันเบนซิน US RBOB ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังมีอุปสงค์จากประเทศอินโดนีเซียและอิหร่านช่วยหนุนตลาดอีกด้วย
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากปริมาณน้ำมันดีเซลคงคลังของสิงคโปร์เพิ่มขึ้นไปสู่ระดับ 13.56 ล้านบาร์เรล ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากนี้ โรงกลั่นน้ำมันในจีนเตรียมที่จะส่งออกน้ำมันดีเซลต่อเนื่องในเดือน ต.ค.
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 48-52 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 49-53 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์
ปัจจัยที่น่าจับตามอง
ข่าวความร่วมมือระหว่างผู้ผลิตกลุ่มโอเปกและรัสเซียคาดว่าจะหนุนราคาน้ำมันอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งจับตาดูการประชุมในวันที่ 28-29 ต.ค. อีกครั้งเพื่อพิจารณาปริมาณการผลิตและจะทำการเชิญผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปกเข้าร่วมการประชุมดังกล่าวด้วยเช่นกัน
การเพิ่มขึ้นของปริมาณการผลิตน้ำมันดิบในไนจีเรียคาดว่าจะส่งผลกดดันราคาน้ำมัน หลังมีการคาดการณ์ว่าปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบและคอนเดนเสทในเดือน พ.ย. อาจแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ม.ค. ที่ราว 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน เนื่องจากประเทศกลับมาส่งออกน้ำมันดิบ Bonny light, Qua lboe และ Forcados ได้อีกครั้ง
ท่าเรือ Zueitina, Ras Lanuf, และ Es Sider หลังจากที่กลับมาเปิดดำเนินการอีกครั้งส่งผลให้การผลิตน้ำมันดิบของประเทศปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 0.54 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือน ต.ค. จากที่เคยผลิตอยู่ที่ระดับ 0.485 และ 0.32 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือน ก.ย. และ เดือน ส.ค. ตามลำดับ
ที่มา :บมจ.ไทยออยล์






