
KTBST ชี้ตลาดหุ้นวันนี้ (14 ต.ค.) น่าจะมีการซื้อหุ้นกลับ
บล.KTBST ประเมินหุ้นไทยวันนี้ (14 ต.ค.) ตลาดน่าจะมีการซื้อหุ้นกลับ แต่ยังมีความผันผวน แนะเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้นในหุ้นกลุ่มใหญ่
นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ กลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (KTBST) ประเมินตลาดหุ้นไทยในวันนี้ (14 ต.ค.) เจ้าหน้าที่ระดับสูงของ Fed แสดงความเห็นว่า การขึ้นดอกเบี้ยควรรอให้ผ่านการเลือกตั้งไปก่อน (รอนโยบายใหม่) จึงมีการลดน้ำหนักที่ Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือน พ.ย.ลงไป (นักวิเคราะห์ยังคาดว่าจะไปขึ้นในเดือน ธ.ค.) ตลาดหุ้นสหรัฐฯและยุโรป ส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง
ส่วนราคาน้ำมันดิบ หลังจากผลประชุมผู้ผลิตน้ำมันที่ยังไม่สามารถตกลงในเรื่องตัวเลขในโควต้าผลิตใหม่ได้ ราคาเป็นลบ แต่ในคืนที่ผ่านมา ราคาได้ขยับขึ้น ตามตัวเลข stock น้ำมันกลั่นฯที่ลดลง และค่าดอลล่าร์ที่ลดลง เราประเมินว่า ราคาน้ำมันดิบที่กลับขึ้นมาได้อีกครั้ง จะเป็นบวกสั้นๆต่อหุ้นน้ำมัน (ผู้ผลิตน้ำมัน+โรงกลั่นน้ำมัน) ในวันนี้
ขณะที่ ปัจจัยในประเทศ ที่จะมีผลต่อตลาดหุ้นไทยวันนี้มากที่สุด ที่มีความชัดเจนหรือกระจ่างมากขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนที่ขายหุ้นไป มีการซื้อหุ้นกลับเข้าพอร์ต ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นถึง 1.5% จากวันที่ 12 ต.ค. (ณ 8.20 น.ค่าเงินบาท อยู่ที่ 35.1 บาท/ดอลล่าร์) และราคา ETF หุ้นไทยของ MSCI (iShares MSCI Thailand Capped ETF) ปรับตัวสูงขึ้นในคืนที่ผ่านมา เป็นการตอบรับในทางบวกของนักลงทุนต่างประเทศต่อตลาดหุ้นไทย
"จากวันนี้ไป ทิศทางตลาดหุ้นจะกลับไปขึ้นกับภาวะเศรษฐกิจ ที่มาจากการบริโภคและลงทุนของภาคเอกชน ว่าจะเกิดการสะดุดหรือไม่ และแผนใช้จ่ายของรัฐบาลจะยังคงเดินหน้าตามแผนหรือไม่ หากทุกอย่างราบรื่น นักลงทุนจะกลับมาพิจารณาที่ปัจจัยพื้นฐานของหุ้นเช่นในภาวะปกติ ดังนั้นทิศทางตลาดหุ้นไทยวันนี้คาดว่าจะเกิดการ cover shot คือซื้อหุ้นกลับ หรือ Buy on fact ซึ่งจะทำให้ดัชนีฯปรับตัวสูงขึ้น แต่จะยังคงมีความผันผวน
โดยกลยุทธ์การลงทุนจากที่เราประเมินตลาดในช่วงสั้นๆ เป็นบวก จึงแนะนำให้กลับเข้าซื้อหุ้นขนาดใหญ่ หรือหุ้นที่นักลงทุนสถาบันและต่างประเทศให้ความสนใจ โดยยังมองเป็นการเข้ามาเก็งกำไรช่วงสั้น จังหวะเข้าซื้อคือรอราคาอ่อนตัวลงมา เพราะดัชนีฯหรือราคาหุ้นเช้านี้ น่าจะเปิดกระโดดจากวันก่อน หุ้นที่น่าสนใจวันนี้ ได้แก่ AOT , TCAP , BJC , IVL
นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ กลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (KTBST) ประเมินตลาดหุ้นไทยในวันนี้ (14 ต.ค.) เจ้าหน้าที่ระดับสูงของ Fed แสดงความเห็นว่า การขึ้นดอกเบี้ยควรรอให้ผ่านการเลือกตั้งไปก่อน (รอนโยบายใหม่) จึงมีการลดน้ำหนักที่ Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือน พ.ย.ลงไป (นักวิเคราะห์ยังคาดว่าจะไปขึ้นในเดือน ธ.ค.) ตลาดหุ้นสหรัฐฯและยุโรป ส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง
ส่วนราคาน้ำมันดิบ หลังจากผลประชุมผู้ผลิตน้ำมันที่ยังไม่สามารถตกลงในเรื่องตัวเลขในโควต้าผลิตใหม่ได้ ราคาเป็นลบ แต่ในคืนที่ผ่านมา ราคาได้ขยับขึ้น ตามตัวเลข stock น้ำมันกลั่นฯที่ลดลง และค่าดอลล่าร์ที่ลดลง เราประเมินว่า ราคาน้ำมันดิบที่กลับขึ้นมาได้อีกครั้ง จะเป็นบวกสั้นๆต่อหุ้นน้ำมัน (ผู้ผลิตน้ำมัน+โรงกลั่นน้ำมัน) ในวันนี้
ขณะที่ ปัจจัยในประเทศ ที่จะมีผลต่อตลาดหุ้นไทยวันนี้มากที่สุด ที่มีความชัดเจนหรือกระจ่างมากขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนที่ขายหุ้นไป มีการซื้อหุ้นกลับเข้าพอร์ต ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นถึง 1.5% จากวันที่ 12 ต.ค. (ณ 8.20 น.ค่าเงินบาท อยู่ที่ 35.1 บาท/ดอลล่าร์) และราคา ETF หุ้นไทยของ MSCI (iShares MSCI Thailand Capped ETF) ปรับตัวสูงขึ้นในคืนที่ผ่านมา เป็นการตอบรับในทางบวกของนักลงทุนต่างประเทศต่อตลาดหุ้นไทย
"จากวันนี้ไป ทิศทางตลาดหุ้นจะกลับไปขึ้นกับภาวะเศรษฐกิจ ที่มาจากการบริโภคและลงทุนของภาคเอกชน ว่าจะเกิดการสะดุดหรือไม่ และแผนใช้จ่ายของรัฐบาลจะยังคงเดินหน้าตามแผนหรือไม่ หากทุกอย่างราบรื่น นักลงทุนจะกลับมาพิจารณาที่ปัจจัยพื้นฐานของหุ้นเช่นในภาวะปกติ ดังนั้นทิศทางตลาดหุ้นไทยวันนี้คาดว่าจะเกิดการ cover shot คือซื้อหุ้นกลับ หรือ Buy on fact ซึ่งจะทำให้ดัชนีฯปรับตัวสูงขึ้น แต่จะยังคงมีความผันผวน
โดยกลยุทธ์การลงทุนจากที่เราประเมินตลาดในช่วงสั้นๆ เป็นบวก จึงแนะนำให้กลับเข้าซื้อหุ้นขนาดใหญ่ หรือหุ้นที่นักลงทุนสถาบันและต่างประเทศให้ความสนใจ โดยยังมองเป็นการเข้ามาเก็งกำไรช่วงสั้น จังหวะเข้าซื้อคือรอราคาอ่อนตัวลงมา เพราะดัชนีฯหรือราคาหุ้นเช้านี้ น่าจะเปิดกระโดดจากวันก่อน หุ้นที่น่าสนใจวันนี้ ได้แก่ AOT , TCAP , BJC , IVL






