
ปตท.ขยายธุรกิจในอาเซียนกรุยทางสินค้าเอสเอ็มอีไทยก้าสู่ต่างแดน
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การขยายธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องของ ปตท.เป็นไปตามแนวนโยบายรัฐบาลในการสนับสนุนธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี ของไทยให้มีช่องทางขยายสู่ตลาดต่างประเทศ โดยอาศัยการเปิดตลาดควบคู่ไปกับแบรนด์ ปตท. ซึ่งเป็นแบรนด์สถานีบริการน้ำมันไทยที่เริ่มได้รับความนิยมในตลาดอาเซียน
สำหรับสถานีบริการน้ำมัน ปตท. เสียมราฐ สาขาอัปสรา ประเทศกัมพูชา เป็นสถานีบริการน้ำมันแบบครบวงจรในรูปแบบ Platinum ตามแนวคิด PTT Life Station บนพื้นที่กว่า 3,900 ตารางเมตร เพื่ออำนวยความสะดวก ชาวกัมพูชา ชาวต่างชาติ รวมถึงชาวไทยที่เดินทางไปท่องเที่ยวหรือทำธุรกิจ ด้วยสินค้าและบริการที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน ซึ่ง “ปึงหงี่เชียง” “หมูปิ้งเพียวกริลพอร์ก” “ไก่ย่างห้าดาว” และ “แบล็คแคนยอน” ล้วนเป็นร้านแบรนด์ไทยที่ให้บริการภายในสถานีบริการน้ำมัน ปตท.เสียมราฐ นอกเหนือไปจากกาแฟอเมซอน ซึ่งเป็นอีกแบรนด์ไทยภายใต้การบริหารงานของ ปตท.ที่ได้รับความนิยมในต่างแดน ทั้งนี้ สินค้าแบรนด์เอกชนไทยที่เปิดให้บริการภายในสถานีบริการน้ำมัน ปตท.ในประเทศกัมพูชานั้นมีรวมทั้งสิ้น 9 ราย
นายอรรถพล กล่าวว่า ปตท. มีนโยบายขยายการลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน ซึ่งถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพและมีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง โดยประเทศกัมพูชาเป็นอีกประเทศที่มีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง และปตท. มีแผนขยายจำนวนสถานีบริการในกัมพูชาจากปัจจุบัน 28 แห่งเป็น 90 แห่งภายในปี 2563 ในขณะที่ สถานีบริการน้ำมัน ปตท.ในประเทศอาเซียนในปัจจุบันนั้นมีรวมทั้งสิ้น 170 แห่ง ประกอบด้วย ลาว (29 แห่ง) กัมพูชา (28 แห่งซึ่งอยู่ในเสียมราฐ 4 แห่ง โดย 2 แห่งบริหารโดย ปตท. และ 2 แห่งบริหารโดยดีลเลอร์) เมียนมา (8 แห่ง) และ ฟิลิปปินส์ (105 แห่ง) และมีแผนจะขยายเป็น 500 แห่งภายในปี 2020
ทั้งนี้ การขยายธุรกิจในต่างประเทศนั้น ปตท.ได้เปิดโอกาสให้นักลงทุนในท้องถิ่นเป็นดีลเลอร์ธุรกิจสถานีบริการน้ำมันภายใต้มาตรฐานแบรนด์ ปตท.ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงปรัชญาการขยายธุรกิจน้ำมันของ ปตท.ในอาเซียนที่ส่งเสริมให้ภาคธุรกิจในท้องถิ่นเติบโตไปด้วยกัน ในขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญกับการพัฒนาชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมของคนในพื้นที่ผ่านโครงการต่างๆ อาทิ กิจกรรม PTT Seeding the Future ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อพี่น้องชาวกัมพูชา ประกอบด้วยการมอบทุนการศึกษาและอุปกรณ์การศึกษาให้กับเยาวชน และการนำเยาวชนกัมพูชาเดินทางมาทัศนศึกษาในประเทศไทย เพื่อเสริมประสบการณ์และพัฒนาศักยภาพ เป็นต้น อีกทั้งยังได้มอบกรวยยางจราจรให้หน่วยงานในพื้นที่ และจัดการอบรมขับขี่อย่างปลอดภัย เพื่อสนับสนุนให้ชาวกัมพูชามีความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนอีกด้วย
“ปตท.ขยายธุรกิจในต่างแดนเพื่อตอบสนองพันธกิจด้านการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้แก่ประเทศผ่านโครงการต่างๆ อาทิ โครงการลงทุนขุดเจาะสำรวจปิโตรเลียม การดำเนินธุรกิจเทรดดิ้งในการจัดหาเชื้อเพลิงให้ประเทศ และ การลงทุนธุรกิจไฟฟ้าเพื่อแสวงหาพลังงานไฟฟ้าให้เพียงพอต่อความต้องการของไทย เป็นต้น
นอกจากนี้ ในส่วนของการขยายการลงทุนธุรกิจน้ำมันในต่างประเทศนั้น ปตท.ได้ยึดแนวทางการดำเนินธุรกิจที่สำคัญ คือ 1.สร้างแบรนด์ ปตท.ในฐานะแบรนด์ไทยที่ได้รับการยอมรับในคุณภาพสินค้าระดับมาตราฐาน อันจะส่งผลดีต่อแบรนด์ไทยอื่นๆที่จะตามมา 2.สร้างรูปแบบการลงทุนที่เปิดโอกาสให้เอสเอ็มอีสามารถเข้ามามีส่วนร่วมเติบโตไปด้วยกัน และ 3.สร้างภาพลักษณ์ของการเป็นองค์กรไทยที่ดีในด้านการดูแลชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมในทุกที่ที่ ปตท.เข้าไป อันเป็นการสนับสนุนภาพลักษณ์ที่ดีของนักลงทุนไทยอื่นๆในสายตาของต่างชาติอีกทางหนึ่งด้วย
สำหรับสถานีบริการน้ำมัน ปตท. เสียมราฐ สาขาอัปสรา ประเทศกัมพูชา เป็นสถานีบริการน้ำมันแบบครบวงจรในรูปแบบ Platinum ตามแนวคิด PTT Life Station บนพื้นที่กว่า 3,900 ตารางเมตร เพื่ออำนวยความสะดวก ชาวกัมพูชา ชาวต่างชาติ รวมถึงชาวไทยที่เดินทางไปท่องเที่ยวหรือทำธุรกิจ ด้วยสินค้าและบริการที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน ซึ่ง “ปึงหงี่เชียง” “หมูปิ้งเพียวกริลพอร์ก” “ไก่ย่างห้าดาว” และ “แบล็คแคนยอน” ล้วนเป็นร้านแบรนด์ไทยที่ให้บริการภายในสถานีบริการน้ำมัน ปตท.เสียมราฐ นอกเหนือไปจากกาแฟอเมซอน ซึ่งเป็นอีกแบรนด์ไทยภายใต้การบริหารงานของ ปตท.ที่ได้รับความนิยมในต่างแดน ทั้งนี้ สินค้าแบรนด์เอกชนไทยที่เปิดให้บริการภายในสถานีบริการน้ำมัน ปตท.ในประเทศกัมพูชานั้นมีรวมทั้งสิ้น 9 ราย
นายอรรถพล กล่าวว่า ปตท. มีนโยบายขยายการลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน ซึ่งถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพและมีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง โดยประเทศกัมพูชาเป็นอีกประเทศที่มีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง และปตท. มีแผนขยายจำนวนสถานีบริการในกัมพูชาจากปัจจุบัน 28 แห่งเป็น 90 แห่งภายในปี 2563 ในขณะที่ สถานีบริการน้ำมัน ปตท.ในประเทศอาเซียนในปัจจุบันนั้นมีรวมทั้งสิ้น 170 แห่ง ประกอบด้วย ลาว (29 แห่ง) กัมพูชา (28 แห่งซึ่งอยู่ในเสียมราฐ 4 แห่ง โดย 2 แห่งบริหารโดย ปตท. และ 2 แห่งบริหารโดยดีลเลอร์) เมียนมา (8 แห่ง) และ ฟิลิปปินส์ (105 แห่ง) และมีแผนจะขยายเป็น 500 แห่งภายในปี 2020
ทั้งนี้ การขยายธุรกิจในต่างประเทศนั้น ปตท.ได้เปิดโอกาสให้นักลงทุนในท้องถิ่นเป็นดีลเลอร์ธุรกิจสถานีบริการน้ำมันภายใต้มาตรฐานแบรนด์ ปตท.ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงปรัชญาการขยายธุรกิจน้ำมันของ ปตท.ในอาเซียนที่ส่งเสริมให้ภาคธุรกิจในท้องถิ่นเติบโตไปด้วยกัน ในขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญกับการพัฒนาชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมของคนในพื้นที่ผ่านโครงการต่างๆ อาทิ กิจกรรม PTT Seeding the Future ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อพี่น้องชาวกัมพูชา ประกอบด้วยการมอบทุนการศึกษาและอุปกรณ์การศึกษาให้กับเยาวชน และการนำเยาวชนกัมพูชาเดินทางมาทัศนศึกษาในประเทศไทย เพื่อเสริมประสบการณ์และพัฒนาศักยภาพ เป็นต้น อีกทั้งยังได้มอบกรวยยางจราจรให้หน่วยงานในพื้นที่ และจัดการอบรมขับขี่อย่างปลอดภัย เพื่อสนับสนุนให้ชาวกัมพูชามีความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนอีกด้วย
“ปตท.ขยายธุรกิจในต่างแดนเพื่อตอบสนองพันธกิจด้านการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้แก่ประเทศผ่านโครงการต่างๆ อาทิ โครงการลงทุนขุดเจาะสำรวจปิโตรเลียม การดำเนินธุรกิจเทรดดิ้งในการจัดหาเชื้อเพลิงให้ประเทศ และ การลงทุนธุรกิจไฟฟ้าเพื่อแสวงหาพลังงานไฟฟ้าให้เพียงพอต่อความต้องการของไทย เป็นต้น
นอกจากนี้ ในส่วนของการขยายการลงทุนธุรกิจน้ำมันในต่างประเทศนั้น ปตท.ได้ยึดแนวทางการดำเนินธุรกิจที่สำคัญ คือ 1.สร้างแบรนด์ ปตท.ในฐานะแบรนด์ไทยที่ได้รับการยอมรับในคุณภาพสินค้าระดับมาตราฐาน อันจะส่งผลดีต่อแบรนด์ไทยอื่นๆที่จะตามมา 2.สร้างรูปแบบการลงทุนที่เปิดโอกาสให้เอสเอ็มอีสามารถเข้ามามีส่วนร่วมเติบโตไปด้วยกัน และ 3.สร้างภาพลักษณ์ของการเป็นองค์กรไทยที่ดีในด้านการดูแลชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมในทุกที่ที่ ปตท.เข้าไป อันเป็นการสนับสนุนภาพลักษณ์ที่ดีของนักลงทุนไทยอื่นๆในสายตาของต่างชาติอีกทางหนึ่งด้วย






