
ดีเอสไอรุกหนักปราบปรามแชร์ลูกโซ่
ตามที่กระทรวงยุติธรรมได้มีนโยบายให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการเชิงรุกในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปราบปรามผู้กระทำความผิดแชร์ลูกโซ่ หรือการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ซึ่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและประชาชนได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมากนั้น
พันตำรวจเอก ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในฐานะที่กำกับดูแลสำนักคดีอาญาพิเศษ 1 ได้มอบหมายให้ สำนักคดีอาญาพิเศษ 1 เร่งรัดการปราบปรามการกระทำผิดในลักษณะดังกล่าวให้เป็นรูปธรรมที่ชัดเชน โดยในวันนี้ (วันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม 2559) เวลา 09.00 น. พันตำรวจโท พเยาว์ ทองเสน ผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ 1 พร้อมด้วย นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ผู้อำนวยการส่วนคดีอาญาพิเศษ 2 และคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 138/2558 ได้นำหมายค้นของศาลจังหวัดมีนบุรีที่ ค.349/2559 ลงวันที่ 12 ตุลาคม 2559 เข้าตรวจค้นเป้าหมายสถานที่เลขที่ 72/98 ถนนรามคำแหง แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ ผลการตรวจค้นพบทรัพย์สินตามที่แจ้ง จึงได้ยึดไว้ดำเนินคดี
คดีดังกล่าวเป็นการชักชวนให้บุคคลทั่วไปสมัครเข้าร่วมหลายโครงการ โดยมีการเสนอให้ผลตอบแทนกับผู้สมัครสมาชิกว่า หากสมาชิกเสียชีวิตจะได้รับเงินช่วยเหลือซึ่งแก่ทางญาติ และการชักชวนให้ผู้ใดเข้าร่วมโครงการจะได้รับผลตอบแทนในการชักชวนต่อหัว อันเข้าลักษณะของการชี้ชวนให้มีการระดมเงินแล้วมีการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนแก่ผู้ชักชวนโดยการนำเงินที่ได้รับมาจากสมาชิกที่สมัครมาจ่ายผลตอบแทน อันเข้าข่ายการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 และเข้าข่ายฝ่าฝืน มาตรา 34 แห่ง พ.ร.บ.การฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ. 2547 ซี่งห้ามมิให้ผู้ใดชักชวนหรือชี้ช่อง หรือจัดการให้ผู้อื่นเข้าเป็นสมาชิกในสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ โดยได้รับผลประโยชน์ตอบแทนเป็นเงินหรือเป็นทรัพย์สินอื่นไม่ว่าจะเป็นสินจ้างหรือค่าใช้จ่ายในการชักชวน ชี้ช่อง หรือจัดการ นั้น ซึ่งมีผู้เสียหายทั่วประเทศประมาณ 10,000 ราย มูลค่าความเสียหายประมาณ 1,000 ล้านบาท โดยมีการสอบสวนปากคำไปแล้วกว่า 3,000 คน และจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของกลุ่มขบวนการ ที่ผ่านมาพบว่า มีกระแสเงินหมุนเวียนในบัญชีส่วนตัวของบุคคลที่เป็นแกนนำประมาณ 300 ล้านบาท โดยมีการยักย้ายถ่ายเทเงินออกจากในรูปแบบต่าง ๆ จนนำมาสู่การตรวจค้นและการยึด/อายัดทรัพย์ในครั้งนี้
กรมสอบสวนคดีพิเศษจึงขอฝากเตือนไปยังประชาชน ให้ระมัดระวังในการชักชวนให้ลงทุนที่อ้างว่ามีผลตอบแทนสูงกว่าอัตราที่สถาบันการเงินพึงจ่ายได้ ดังนั้นเพื่อเป็นข้อเตือนใจสำหรับประชาชนหรือผู้นิยมการลงทุนในรูบแบบลักษณะดังกล่าว ขอให้ตรวจสอบความเป็นมาของบริษัทก่อนว่ามีการจัดตั้งขึ้นมาเป็นการเฉพาะหรือมีความมั่นคงในการดำเนินการกิจการมาอย่างยาวนานหรือไม่ อย่างไร ประกอบกับการลงทุนผ่านระบบอินเตอร์เน็ตที่บุคคลใด ๆ สามารถสร้างรูปแบบให้ดูน่าเชื่อถือ แต่ไม่อาจจับต้องหรือพิสูจน์ได้จริง รวมทั้งการให้ผลกำไรหรือปันผลที่มีอัตราสูงกว่าที่กฎหมายกำหนดนั้น โดยส่วนใหญ่จะมีความสุ่มเสี่ยงเข้าข่ายการหลอกลวงให้ลงทุนในลักษณะแชร์ลูกโซ่
ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยว่า การลงทุนดังกล่าวเป็นแชร์ลูกโซ่หรือไม่ หรือเป็นผู้ได้รับความเดือดร้อน ความเสียหายจากการถูกหลอกลวงให้ลงทุนในลักษณะดังกล่าว หรือมีข้อมูลหรือเบาะแส สามารถมาแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ เลขที่ 128 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210 โทร. 1202
อนึ่ง กรมสอบสวนคดีพิเศษกำลังเร่งดำเนินการสอบสวนและอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานในคดีความผิดแชร์ลูกโซ่อีกหลายคดี ซึ่งคาดว่าจะทยอยแจ้งข้อกล่าวหาและออกหมายจับผู้กระทำความผิดอีกหลายคดี
พันตำรวจเอก ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในฐานะที่กำกับดูแลสำนักคดีอาญาพิเศษ 1 ได้มอบหมายให้ สำนักคดีอาญาพิเศษ 1 เร่งรัดการปราบปรามการกระทำผิดในลักษณะดังกล่าวให้เป็นรูปธรรมที่ชัดเชน โดยในวันนี้ (วันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม 2559) เวลา 09.00 น. พันตำรวจโท พเยาว์ ทองเสน ผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ 1 พร้อมด้วย นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ผู้อำนวยการส่วนคดีอาญาพิเศษ 2 และคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 138/2558 ได้นำหมายค้นของศาลจังหวัดมีนบุรีที่ ค.349/2559 ลงวันที่ 12 ตุลาคม 2559 เข้าตรวจค้นเป้าหมายสถานที่เลขที่ 72/98 ถนนรามคำแหง แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ ผลการตรวจค้นพบทรัพย์สินตามที่แจ้ง จึงได้ยึดไว้ดำเนินคดี
คดีดังกล่าวเป็นการชักชวนให้บุคคลทั่วไปสมัครเข้าร่วมหลายโครงการ โดยมีการเสนอให้ผลตอบแทนกับผู้สมัครสมาชิกว่า หากสมาชิกเสียชีวิตจะได้รับเงินช่วยเหลือซึ่งแก่ทางญาติ และการชักชวนให้ผู้ใดเข้าร่วมโครงการจะได้รับผลตอบแทนในการชักชวนต่อหัว อันเข้าลักษณะของการชี้ชวนให้มีการระดมเงินแล้วมีการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนแก่ผู้ชักชวนโดยการนำเงินที่ได้รับมาจากสมาชิกที่สมัครมาจ่ายผลตอบแทน อันเข้าข่ายการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 และเข้าข่ายฝ่าฝืน มาตรา 34 แห่ง พ.ร.บ.การฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ. 2547 ซี่งห้ามมิให้ผู้ใดชักชวนหรือชี้ช่อง หรือจัดการให้ผู้อื่นเข้าเป็นสมาชิกในสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ โดยได้รับผลประโยชน์ตอบแทนเป็นเงินหรือเป็นทรัพย์สินอื่นไม่ว่าจะเป็นสินจ้างหรือค่าใช้จ่ายในการชักชวน ชี้ช่อง หรือจัดการ นั้น ซึ่งมีผู้เสียหายทั่วประเทศประมาณ 10,000 ราย มูลค่าความเสียหายประมาณ 1,000 ล้านบาท โดยมีการสอบสวนปากคำไปแล้วกว่า 3,000 คน และจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของกลุ่มขบวนการ ที่ผ่านมาพบว่า มีกระแสเงินหมุนเวียนในบัญชีส่วนตัวของบุคคลที่เป็นแกนนำประมาณ 300 ล้านบาท โดยมีการยักย้ายถ่ายเทเงินออกจากในรูปแบบต่าง ๆ จนนำมาสู่การตรวจค้นและการยึด/อายัดทรัพย์ในครั้งนี้
กรมสอบสวนคดีพิเศษจึงขอฝากเตือนไปยังประชาชน ให้ระมัดระวังในการชักชวนให้ลงทุนที่อ้างว่ามีผลตอบแทนสูงกว่าอัตราที่สถาบันการเงินพึงจ่ายได้ ดังนั้นเพื่อเป็นข้อเตือนใจสำหรับประชาชนหรือผู้นิยมการลงทุนในรูบแบบลักษณะดังกล่าว ขอให้ตรวจสอบความเป็นมาของบริษัทก่อนว่ามีการจัดตั้งขึ้นมาเป็นการเฉพาะหรือมีความมั่นคงในการดำเนินการกิจการมาอย่างยาวนานหรือไม่ อย่างไร ประกอบกับการลงทุนผ่านระบบอินเตอร์เน็ตที่บุคคลใด ๆ สามารถสร้างรูปแบบให้ดูน่าเชื่อถือ แต่ไม่อาจจับต้องหรือพิสูจน์ได้จริง รวมทั้งการให้ผลกำไรหรือปันผลที่มีอัตราสูงกว่าที่กฎหมายกำหนดนั้น โดยส่วนใหญ่จะมีความสุ่มเสี่ยงเข้าข่ายการหลอกลวงให้ลงทุนในลักษณะแชร์ลูกโซ่
ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยว่า การลงทุนดังกล่าวเป็นแชร์ลูกโซ่หรือไม่ หรือเป็นผู้ได้รับความเดือดร้อน ความเสียหายจากการถูกหลอกลวงให้ลงทุนในลักษณะดังกล่าว หรือมีข้อมูลหรือเบาะแส สามารถมาแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ เลขที่ 128 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210 โทร. 1202
อนึ่ง กรมสอบสวนคดีพิเศษกำลังเร่งดำเนินการสอบสวนและอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานในคดีความผิดแชร์ลูกโซ่อีกหลายคดี ซึ่งคาดว่าจะทยอยแจ้งข้อกล่าวหาและออกหมายจับผู้กระทำความผิดอีกหลายคดี






