
กยท.เร่งพัฒนาคุณภาพยางแผ่นรมควันยกระดับภายใต้มาตรฐาน GMP
การยางแห่งประเทศไทย เร่งพัฒนาคุณภาพยางแผ่นรมควัน ยกระดับภายใต้มาตรฐาน GMP นำร่องสหกรณ์กองทุนสวนยางฯในพื้นที่ จ.ตรัง ผ่านการตรวจรับรองแล้ว 5 โรงงาน พร้อมก้าวสู่ความเป็นผู้นำการผลิตที่มีคุณภาพอย่างเต็มภาคภูมิสร้างความมั่นใจให้กับตลาดทั้งในและต่างประเทศ
ดร.ธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย(กยท.) เผยว่า การยางแห่งประเทศไทยต้องการพัฒนาคุณภาพยางพาราของไทยทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การแปรรูปขั้นกลางเป็นยางแผ่นรมควัน เพราะในแต่ละปีไทยสามารถส่งออกยางแผ่นรมควันหลายล้านบาท โดยล่าสุดในปี 2558 ที่ผ่านมา ไทยสามารถส่งออกยางแผ่นรมควันประมาณ 6.4 แสนตัน คิดเป็นมูลค่า 35,628 ล้านบาท ฉะนั้น เพื่อให้คุณภาพของยางแผ่นรมควันได้มาตรฐานสากล กยท. ในฐานะหน่วยงานผู้ดูแลยางพาราทั้งระบบครบวงจรและเป็นหน่วยงานซึ่งออกใบรับรองมาตรฐาน GMP ให้กับโรงงานผลิตยางแผ่นรมควัน โดยผ่านกระบวนการตรวจสอบตามมาตรฐานสินค้าเกษตร มกษ. 5906-2556 เรื่องการปฏิบัติที่ดีสำหรับการผลิตยางแผ่นรมควัน (GOOD MANUFACTURING PRACTICES FOR RIBBED SMOKED SHEET) จากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ในเรื่องอุตสาหกรรมยางของ กยท.นับว่าเป็นการยกระดับมาตรฐานยางแผ่นรมควันเกรดพรีเมี่ยมของประเทศ โดยดำเนินการพัฒนาอุตสาหกรรมยางทั้งระบบ เพราะมีการควบคุมตั้งแต่ต้นทางนั่นคือการกรีดยางเพื่อให้ได้น้ำยางสดจนถึงปลายทางในการแปรรูปเป็นยางแผ่นรมวัน ทุกขั้นตอนจะถูกควบคุมอย่างละเอียด
จากนั้นยางที่มีคุณภาพจะกลายเป็นวัตถุดิบเพื่อป้อนเข้าสู่กระบวนการแปรรูปในอุตสาหกรรมต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อุตสาหกรรมยางล้อรถยนต์ที่เป็นตลาดใหญ่ของโลก ซึ่งบริษัทผู้ผลิตยางล้อ อาทิ มิชลินบริดสโตน หรือบริษัทอื่นๆ มีความต้องการใช้ยางเกรดพรีเมี่ยม และท้ายสุด ผู้บริโภคใช้ยานพาหนะ จะได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสร้างความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่บนท้องถนนเช่นกัน อย่างไรก็ตาม การทำยางแผ่นรมควันให้ได้มาตรฐานเกรดพรีเมี่ยมไม่ได้มีเป้าหมายในการยกระดับราคา แต่มีเป้าหมายหลัก เพื่อผลิตของดีที่มีคุณภาพ ซึ่งหากประเทศไทยมีสินค้าที่ดีมีคุณภาพ ผู้ซื้อหรือผู้ใช้จะพิจารณา และเลือกซื้อของที่มีคุณภาพอย่างแน่นอน เมื่อมีสินค้าที่มีคุณภาพ ย่อมขายได้ในราคาที่สูงตามมา
ดร.ธีธัช กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ กยท. ดูแลและส่งเสริมการดำเนินงานธุรกิจแปรรูปด้วยการสร้างโรงอบ/รมยางของสหกรณ์กองทุนสวนยาง ทั่วประเทศ จำนวน 176 แห่ง สำหรับจังหวัดตรังมีสหกรณ์ดำเนินธุรกิจในการแปรรูปยางแผ่นรมควันมากถึงจำนวน 30 สหกรณ์นับว่าเป็นจังหวัดตัวอย่างที่เกษตรกรและสถาบันเกษตรมีความต้องการยกระดับสินค้าของตนเอง พร้อมรับเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบตามมาตรฐาน GMP ยางแผ่นรมควัน ล่าสุด กยท. ได้ให้การตรวจรับรองมาตรฐาน GMP โรงงานยางแผ่นรมควันและผ่านการรับรองแล้ว จำนวน 5 สหกรณ์ ได้แก่ สหกรณ์กองทุนสวนยางโพธิ์โทน จำกัด สหกรณ์กองทุนสวนยางวังคีรี จำกัด สหกรณ์กองทุนสวนยางคลองปาง จำกัดสหกรณ์กองทุนสวนยางหนองบัว จำกัด และสหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านหนองศรีจันทร์ จำกัด และยังคงมีสหกรณ์กองทุนสวนยางอีก 25 สหกรณ์ที่พร้อมจะให้ทาง กยท. เข้าตรวจให้การรับรองมาตรฐาน GMP ตามแนวทางที่ทำให้สหกรณ์ทั้ง 30 แห่งในจังหวัดตรังทำยางเกรดพรีเมี่ยมมีมาตรฐาน GMP รับรอง โดยเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางจะได้รับประโยชน์ทั้งในเรื่องผลิตยางที่มีคุณภาพดี สามารถต่อรองราคาสินค้าในราคาที่สูงขึ้นได้ ซึ่งทาง กยท.จะเข้าไปตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้เกษตรกรรักษาคุณภาพยางให้ได้ตามมาตรฐานพรีเมี่ยมที่กำหนดไว้
นายชาติ วรรณบวร ประธานกรรมการสหกรณ์กองทุนสวนยางวังคีรี กล่าวว่า สหกรณ์แห่งนี้เริ่มต้นจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2537 ปัจจุบันมีสมาชิกในสหกรณ์ จำนวน 562 รายโรงงานมีกำลังการผลิตเฉลี่ยประมาณ 500ตัน/ปี โดยมีประสิทธิภาพการผลิตยางแผ่นรมควันชั้น 3คิดเป็นร้อยละ 92 ของกำลังการผลิตทั้งหมด สหกรณ์ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนจาก กยท. ตั้งแต่ ปี 2537 โดยการเข้ามาให้โดยการสร้างโรงอบ/รมยางและให้ความรู้ในด้านการผลิต และการบริหารจัดการสหกรณ์ถึงปัจจุบันและได้เริ่มดำเนินการพัฒนามาตรฐานยางเพื่อขอการรับรองมาตรฐาน GMP ตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2559ท้ายสุด ได้รับการรับรองมาตรฐาน GMP เป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา หลังสหกรณ์ผ่านมาตรฐาน GMPดังกล่าว เพิ่มประสิทธิภาพแผ่นรมควัน ชั้น 3 เพิ่มขึ้นร้อยละ 8 สหกรณ์จึงมีคิดเป็นเงินประมาณ 40-50 บาท/100 กก. หรือ 0.50 บาท/กก. อีกทั้งยังลดการสูญเสียยางในกระบวนการผลิตที่เป็นเศษยาง ประมาณร้อยละ 1 ได้รับมูลค่าเพิ่มอีก 30 บาท/100 กก (ยางที่รับซื้อ) เท่ากับว่าจากน้ำหนักยางที่ซื้อ 100 กก. สหกรณ์ได้รับเงินเพิ่มประมาณ 80 บาท หรือ 0.80 บาท/กก. จึงทำให้ปัจจุบันสหกรณ์มีประสิทธิภาพการผลิตยางแผ่นรมควันชั้น 3 เป็น ร้อยละ 100 ไม่มียางที่ตกชั้นกว่ายางแผ่นรมควันชั้น 3
นายทองยศ รักษ์เมือง ประธานกรรมการสหกรณ์กองทุนสวนยางโพธิ์โทนกล่าวว่าสำหรับสหกรณ์กองทุนสวนยางโพธิ์โทน จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2537 ดำเนินการมากว่า 22 ปี ปัจจุบันมีสมาชิกในสหกรณ์ จำนวน 201 รายมีกำลังการผลิตเฉลี่ยประมาณ 500ตัน/ปี เช่นกัน โดยโรงงานมีประสิทธิภาพการผลิตยางแผ่นรมควันชั้น 3 คิดเป็นร้อยละ 85.52 ของปริมาณยางทั้งหมดที่สหกรณ์ผลิตได้หลังจากสหกรณ์ผ่านการรับรองมาตรฐาน GMP เพิ่มประสิทธิภาพยางแผ่นรมควัน ชั้น 3 เพิ่มขึ้นร้อยละ 13 คิดเป็นเงินประมาณ 65 บาท/100 กก. หรือ 0.65 บาท/กก. และยังลดการสูญเสียยางในกระบวนการผลิตที่เป็นเศษยาง ประมาณร้อยละ 1 ได้รับมูลค่าเพิ่มอีก 30 บาท/100 กก (ยางที่รับซื้อ) เท่ากับว่าจากน้ำหนักยางทีซื้อ 100 กก. สหกรณ์ได้รับเงินเพิ่มประมาณ 95 บาท หรือ 0.95 บาท/กก. ปัจจุบันโรงงานมีประสิทธิภาพการผลิตยางแผ่นรมควันชั้น 3 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 98.52
ดร.ธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย(กยท.) เผยว่า การยางแห่งประเทศไทยต้องการพัฒนาคุณภาพยางพาราของไทยทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การแปรรูปขั้นกลางเป็นยางแผ่นรมควัน เพราะในแต่ละปีไทยสามารถส่งออกยางแผ่นรมควันหลายล้านบาท โดยล่าสุดในปี 2558 ที่ผ่านมา ไทยสามารถส่งออกยางแผ่นรมควันประมาณ 6.4 แสนตัน คิดเป็นมูลค่า 35,628 ล้านบาท ฉะนั้น เพื่อให้คุณภาพของยางแผ่นรมควันได้มาตรฐานสากล กยท. ในฐานะหน่วยงานผู้ดูแลยางพาราทั้งระบบครบวงจรและเป็นหน่วยงานซึ่งออกใบรับรองมาตรฐาน GMP ให้กับโรงงานผลิตยางแผ่นรมควัน โดยผ่านกระบวนการตรวจสอบตามมาตรฐานสินค้าเกษตร มกษ. 5906-2556 เรื่องการปฏิบัติที่ดีสำหรับการผลิตยางแผ่นรมควัน (GOOD MANUFACTURING PRACTICES FOR RIBBED SMOKED SHEET) จากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ในเรื่องอุตสาหกรรมยางของ กยท.นับว่าเป็นการยกระดับมาตรฐานยางแผ่นรมควันเกรดพรีเมี่ยมของประเทศ โดยดำเนินการพัฒนาอุตสาหกรรมยางทั้งระบบ เพราะมีการควบคุมตั้งแต่ต้นทางนั่นคือการกรีดยางเพื่อให้ได้น้ำยางสดจนถึงปลายทางในการแปรรูปเป็นยางแผ่นรมวัน ทุกขั้นตอนจะถูกควบคุมอย่างละเอียด
จากนั้นยางที่มีคุณภาพจะกลายเป็นวัตถุดิบเพื่อป้อนเข้าสู่กระบวนการแปรรูปในอุตสาหกรรมต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อุตสาหกรรมยางล้อรถยนต์ที่เป็นตลาดใหญ่ของโลก ซึ่งบริษัทผู้ผลิตยางล้อ อาทิ มิชลินบริดสโตน หรือบริษัทอื่นๆ มีความต้องการใช้ยางเกรดพรีเมี่ยม และท้ายสุด ผู้บริโภคใช้ยานพาหนะ จะได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสร้างความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่บนท้องถนนเช่นกัน อย่างไรก็ตาม การทำยางแผ่นรมควันให้ได้มาตรฐานเกรดพรีเมี่ยมไม่ได้มีเป้าหมายในการยกระดับราคา แต่มีเป้าหมายหลัก เพื่อผลิตของดีที่มีคุณภาพ ซึ่งหากประเทศไทยมีสินค้าที่ดีมีคุณภาพ ผู้ซื้อหรือผู้ใช้จะพิจารณา และเลือกซื้อของที่มีคุณภาพอย่างแน่นอน เมื่อมีสินค้าที่มีคุณภาพ ย่อมขายได้ในราคาที่สูงตามมา
ดร.ธีธัช กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ กยท. ดูแลและส่งเสริมการดำเนินงานธุรกิจแปรรูปด้วยการสร้างโรงอบ/รมยางของสหกรณ์กองทุนสวนยาง ทั่วประเทศ จำนวน 176 แห่ง สำหรับจังหวัดตรังมีสหกรณ์ดำเนินธุรกิจในการแปรรูปยางแผ่นรมควันมากถึงจำนวน 30 สหกรณ์นับว่าเป็นจังหวัดตัวอย่างที่เกษตรกรและสถาบันเกษตรมีความต้องการยกระดับสินค้าของตนเอง พร้อมรับเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบตามมาตรฐาน GMP ยางแผ่นรมควัน ล่าสุด กยท. ได้ให้การตรวจรับรองมาตรฐาน GMP โรงงานยางแผ่นรมควันและผ่านการรับรองแล้ว จำนวน 5 สหกรณ์ ได้แก่ สหกรณ์กองทุนสวนยางโพธิ์โทน จำกัด สหกรณ์กองทุนสวนยางวังคีรี จำกัด สหกรณ์กองทุนสวนยางคลองปาง จำกัดสหกรณ์กองทุนสวนยางหนองบัว จำกัด และสหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านหนองศรีจันทร์ จำกัด และยังคงมีสหกรณ์กองทุนสวนยางอีก 25 สหกรณ์ที่พร้อมจะให้ทาง กยท. เข้าตรวจให้การรับรองมาตรฐาน GMP ตามแนวทางที่ทำให้สหกรณ์ทั้ง 30 แห่งในจังหวัดตรังทำยางเกรดพรีเมี่ยมมีมาตรฐาน GMP รับรอง โดยเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางจะได้รับประโยชน์ทั้งในเรื่องผลิตยางที่มีคุณภาพดี สามารถต่อรองราคาสินค้าในราคาที่สูงขึ้นได้ ซึ่งทาง กยท.จะเข้าไปตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้เกษตรกรรักษาคุณภาพยางให้ได้ตามมาตรฐานพรีเมี่ยมที่กำหนดไว้
นายชาติ วรรณบวร ประธานกรรมการสหกรณ์กองทุนสวนยางวังคีรี กล่าวว่า สหกรณ์แห่งนี้เริ่มต้นจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2537 ปัจจุบันมีสมาชิกในสหกรณ์ จำนวน 562 รายโรงงานมีกำลังการผลิตเฉลี่ยประมาณ 500ตัน/ปี โดยมีประสิทธิภาพการผลิตยางแผ่นรมควันชั้น 3คิดเป็นร้อยละ 92 ของกำลังการผลิตทั้งหมด สหกรณ์ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนจาก กยท. ตั้งแต่ ปี 2537 โดยการเข้ามาให้โดยการสร้างโรงอบ/รมยางและให้ความรู้ในด้านการผลิต และการบริหารจัดการสหกรณ์ถึงปัจจุบันและได้เริ่มดำเนินการพัฒนามาตรฐานยางเพื่อขอการรับรองมาตรฐาน GMP ตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2559ท้ายสุด ได้รับการรับรองมาตรฐาน GMP เป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา หลังสหกรณ์ผ่านมาตรฐาน GMPดังกล่าว เพิ่มประสิทธิภาพแผ่นรมควัน ชั้น 3 เพิ่มขึ้นร้อยละ 8 สหกรณ์จึงมีคิดเป็นเงินประมาณ 40-50 บาท/100 กก. หรือ 0.50 บาท/กก. อีกทั้งยังลดการสูญเสียยางในกระบวนการผลิตที่เป็นเศษยาง ประมาณร้อยละ 1 ได้รับมูลค่าเพิ่มอีก 30 บาท/100 กก (ยางที่รับซื้อ) เท่ากับว่าจากน้ำหนักยางที่ซื้อ 100 กก. สหกรณ์ได้รับเงินเพิ่มประมาณ 80 บาท หรือ 0.80 บาท/กก. จึงทำให้ปัจจุบันสหกรณ์มีประสิทธิภาพการผลิตยางแผ่นรมควันชั้น 3 เป็น ร้อยละ 100 ไม่มียางที่ตกชั้นกว่ายางแผ่นรมควันชั้น 3
นายทองยศ รักษ์เมือง ประธานกรรมการสหกรณ์กองทุนสวนยางโพธิ์โทนกล่าวว่าสำหรับสหกรณ์กองทุนสวนยางโพธิ์โทน จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2537 ดำเนินการมากว่า 22 ปี ปัจจุบันมีสมาชิกในสหกรณ์ จำนวน 201 รายมีกำลังการผลิตเฉลี่ยประมาณ 500ตัน/ปี เช่นกัน โดยโรงงานมีประสิทธิภาพการผลิตยางแผ่นรมควันชั้น 3 คิดเป็นร้อยละ 85.52 ของปริมาณยางทั้งหมดที่สหกรณ์ผลิตได้หลังจากสหกรณ์ผ่านการรับรองมาตรฐาน GMP เพิ่มประสิทธิภาพยางแผ่นรมควัน ชั้น 3 เพิ่มขึ้นร้อยละ 13 คิดเป็นเงินประมาณ 65 บาท/100 กก. หรือ 0.65 บาท/กก. และยังลดการสูญเสียยางในกระบวนการผลิตที่เป็นเศษยาง ประมาณร้อยละ 1 ได้รับมูลค่าเพิ่มอีก 30 บาท/100 กก (ยางที่รับซื้อ) เท่ากับว่าจากน้ำหนักยางทีซื้อ 100 กก. สหกรณ์ได้รับเงินเพิ่มประมาณ 95 บาท หรือ 0.95 บาท/กก. ปัจจุบันโรงงานมีประสิทธิภาพการผลิตยางแผ่นรมควันชั้น 3 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 98.52






