
‘ไออาต้า’เรียกร้องธุรกิจการบินโลก ร่วมมาตรการลดปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ
ไออาต้าเรียกร้องแอร์ไลน์ส เข้าร่วมมาตรการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ ในอุตสาหกรรมการบิน ตามมติ ICAO ชี้ล่าสุดมี 65 ประเทศ เสนอตัว ชี้ในช่วงปี 64-69 จะเป็นไปตามความสมัครใจ จากนั้นจะถูกบังคับใช้ ด้าน"อาคม" แสดงเจตนารมณ์นำไทยเข้าร่วมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
[caption id="attachment_105969" align="aligncenter" width="335"]
อเล็กซองดร์ เดอ ฌูนิยัค
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ(ไออาต้า)[/caption]
นายอเล็กซองดร์ เดอ ฌูนิยัค ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ(ไออาต้า) กล่าวว่า การบรรลุข้อตกลงครั้งประวัติศาสตร์ ที่เรียกว่า Carbon Offset and Reduction Scheme for International Aviation หรือ CORSIA ในการประชุมขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ครั้งที่ 39 ที่เมืองมอนทรีออล ประเทศแคนาดา เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ที่อาศัยกลไกทางการตลาดเพื่อสนับสนุนความพยายามของสายการบินในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม
เนื่องจาก CORSIA เป็นกลไกลระดับโลก กลไกแรกที่ครอบคลุมทั้งอุตสาหกรรมการบิน ข้อตกลงดังกล่าวจะเป็นการเปลี่ยนช่วงของการเตรียมการเป็นเวลาหลายปี ไปสู่ทางออกที่มีประสิทธิภาพสำหรับสายการบินในการบริหารจัดการคาร์บอนฟุตพรินต์ของตนเอง การบินถือเป็นปัจจัยเร่งการพัฒนาทางสังคมและความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ ข้อตกลงนี้เป็นการยืนยันว่าการมีส่วนร่วมของอุตสาหกรรมการบินต่อสังคมและเศรษฐกิจจะเป็นไปอย่างสอดคล้องกับความพยายามสร้างความยั่งยืน โดยภายใต้ CORSIA อุตสาหกรรมการบินจะยังคงเป็นผู้นำในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
การใช้มาตรการ CORSIA ในช่วงแรกระหว่างปี2564-2569 จะเป็นไปโดยสมัครใจ และหลังจากนั้นจะถูกบังคับใช้ เดอ ฌูนิยัค กล่าวว่า "มีความกระตือรือร้นจากประเทศต่างๆ อย่างมากที่แสดงความประสงค์จะนำมาตรการดังกล่าวมาใช้ แม้แต่ประเทศที่ปกติแล้วจะไม่ถูกบังคับให้ต้องเข้าร่วม เช่น ประเทศที่เป็นเกาะขนาดเล็ก และประเทศกำลังพัฒนา ก็แสดงความประสงค์ด้วยการลงชื่อเข้าร่วม โดยในเวลานี้มี 65 ประเทศที่สมัครใจจะใช้มาตรการนี้ และเราเรียกร้องให้ประเทศอื่นๆ เข้าร่วมเพิ่มมากขึ้น"
อย่างไรก็ดี มาตรการ CORSIA เพียงอย่างเดียวจะไม่นำไปสู่อนาคตอันยั่งยืนของอุตสาหกรรมการบิน โดยจะต้องมีการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ 4 เสาหลักด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งประกอบด้วยการพัฒนาด้านเทคโนโลยี การปฏิบัติการ และโครงสร้างพื้นฐาน ควบคู่ไปกับการใช้มาตรการ CORSIA
"ข้อตกลงในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าเราทำอะไรสำเร็จได้บ้างถ้าเราร่วมมือกัน อุตสาหกรรมการบินเข้าใจว่าความยั่งยืนมีความสำคัญอย่างยิ่ง สายการบินจะเดินหน้าลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ โดยเฉพาะกับเครื่องบินใหม่และเชื้อเพลิงทางเลือก เพื่อเพิ่มความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเราจะเรียกร้องรัฐบาลให้ทำหน้าที่ของตนเองต่อไป ด้วยการลงทุนกับระบบบริหารจัดการการจราจรทางอากาศที่ทันสมัย และดำเนินนโยบายสนับสนุนให้มีการผลิตเชื้อเพลงทางเลือกสำหรับเครื่องบินในเชิงพาณิชย์" นายเดอ ฌูนิยัค กล่าว
ทั้งนี้ เพื่อให้แน่ใจว่า CORSIA จะมีความเป็นธรรมและไม่สร้างความบิดเบือนต่อกลไกทางการตลาด มาตรการดังกล่าวจะระบุบทบัญญัติเพื่อรองรับกับสถานการณ์พิเศษ เช่น สายการบินที่เติบโตอย่างรวดเร็ว และสายการบินที่ลงทุนไปมากแล้วกับการพัฒนาประสิทธิภาพด้านสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
อีกทั้งสายการบินที่เป็นสมาชิกไออาต้า ได้แสดงจุดยืนจากการประชุมใหญ่ประจำปีในปี 2556 และ 2559 เรียกร้องให้รัฐบาลนำมาตรการที่อาศัยกลไกทางการตลาดมาใช้ช่วยบริหารจัดการคาร์บอนฟุตพรินต์ของอุตสาหกรรมการบิน โดยมาตรการเหล่านี้จะเป็นการช่วยเติมเต็มช่องว่างจนกว่าการพัฒนาด้านเทคโนโลยี การปฏิบัติการ และโครงสร้างพื้นฐาน จะนำไปสู่เป้าหมายความยั่งยืนของอุตสาหกรรมการบินได้อย่างเต็มรูปแบบ นั่นคือ 1. การพัฒนาประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงโดยเฉลี่ย 1.5% ต่อปีจนถึงปี 2563 2. การเติบโตแบบคาร์บอนเป็นศูนย์นับตั้งแต่ปี 2563 และ 3. การลดการปล่อยคาร์บอนสุทธิในปี 2593 ลงจากระดับปี 2548 ครึ่งหนึ่ง
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ในการเข้าประชุมสมัชชา ICAO สมัยสามัญครั้งที่ 39 ไทยได้แสดงเจตนารมณ์เข้าร่วมมาตรการสิ่งแวดล้อมในการลดผลกระทบการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของอุตสาหกรรมการบิน มีสมาชิกเข้าร่วม 60 กว่าประเทศ คิดเป็นการเดินทางราว 30% ของการเดินทางทางอากาศทั่วโลก โดยไทยเข้าร่วมตั้งแต่ระยะเริ่มตั้งแต่ปี2564 ซึ่งการลดผลกระทบในเรื่องสิ่งแวดล้อม มีในหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีอากาศยาน เพิ่มการประหยัดพลังงาน การจัดเส้นทางบินในระยะเดินทางที่สั้นที่สุด เป็นต้น
Photo : Pixabay
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,200 วันที่ 13 - 15 ตุลาคม พ.ศ. 2559
[caption id="attachment_105969" align="aligncenter" width="335"]
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ(ไออาต้า)[/caption]
นายอเล็กซองดร์ เดอ ฌูนิยัค ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ(ไออาต้า) กล่าวว่า การบรรลุข้อตกลงครั้งประวัติศาสตร์ ที่เรียกว่า Carbon Offset and Reduction Scheme for International Aviation หรือ CORSIA ในการประชุมขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ครั้งที่ 39 ที่เมืองมอนทรีออล ประเทศแคนาดา เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ที่อาศัยกลไกทางการตลาดเพื่อสนับสนุนความพยายามของสายการบินในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม
เนื่องจาก CORSIA เป็นกลไกลระดับโลก กลไกแรกที่ครอบคลุมทั้งอุตสาหกรรมการบิน ข้อตกลงดังกล่าวจะเป็นการเปลี่ยนช่วงของการเตรียมการเป็นเวลาหลายปี ไปสู่ทางออกที่มีประสิทธิภาพสำหรับสายการบินในการบริหารจัดการคาร์บอนฟุตพรินต์ของตนเอง การบินถือเป็นปัจจัยเร่งการพัฒนาทางสังคมและความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ ข้อตกลงนี้เป็นการยืนยันว่าการมีส่วนร่วมของอุตสาหกรรมการบินต่อสังคมและเศรษฐกิจจะเป็นไปอย่างสอดคล้องกับความพยายามสร้างความยั่งยืน โดยภายใต้ CORSIA อุตสาหกรรมการบินจะยังคงเป็นผู้นำในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
การใช้มาตรการ CORSIA ในช่วงแรกระหว่างปี2564-2569 จะเป็นไปโดยสมัครใจ และหลังจากนั้นจะถูกบังคับใช้ เดอ ฌูนิยัค กล่าวว่า "มีความกระตือรือร้นจากประเทศต่างๆ อย่างมากที่แสดงความประสงค์จะนำมาตรการดังกล่าวมาใช้ แม้แต่ประเทศที่ปกติแล้วจะไม่ถูกบังคับให้ต้องเข้าร่วม เช่น ประเทศที่เป็นเกาะขนาดเล็ก และประเทศกำลังพัฒนา ก็แสดงความประสงค์ด้วยการลงชื่อเข้าร่วม โดยในเวลานี้มี 65 ประเทศที่สมัครใจจะใช้มาตรการนี้ และเราเรียกร้องให้ประเทศอื่นๆ เข้าร่วมเพิ่มมากขึ้น"
อย่างไรก็ดี มาตรการ CORSIA เพียงอย่างเดียวจะไม่นำไปสู่อนาคตอันยั่งยืนของอุตสาหกรรมการบิน โดยจะต้องมีการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ 4 เสาหลักด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งประกอบด้วยการพัฒนาด้านเทคโนโลยี การปฏิบัติการ และโครงสร้างพื้นฐาน ควบคู่ไปกับการใช้มาตรการ CORSIA
"ข้อตกลงในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าเราทำอะไรสำเร็จได้บ้างถ้าเราร่วมมือกัน อุตสาหกรรมการบินเข้าใจว่าความยั่งยืนมีความสำคัญอย่างยิ่ง สายการบินจะเดินหน้าลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ โดยเฉพาะกับเครื่องบินใหม่และเชื้อเพลิงทางเลือก เพื่อเพิ่มความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเราจะเรียกร้องรัฐบาลให้ทำหน้าที่ของตนเองต่อไป ด้วยการลงทุนกับระบบบริหารจัดการการจราจรทางอากาศที่ทันสมัย และดำเนินนโยบายสนับสนุนให้มีการผลิตเชื้อเพลงทางเลือกสำหรับเครื่องบินในเชิงพาณิชย์" นายเดอ ฌูนิยัค กล่าว
ทั้งนี้ เพื่อให้แน่ใจว่า CORSIA จะมีความเป็นธรรมและไม่สร้างความบิดเบือนต่อกลไกทางการตลาด มาตรการดังกล่าวจะระบุบทบัญญัติเพื่อรองรับกับสถานการณ์พิเศษ เช่น สายการบินที่เติบโตอย่างรวดเร็ว และสายการบินที่ลงทุนไปมากแล้วกับการพัฒนาประสิทธิภาพด้านสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
อีกทั้งสายการบินที่เป็นสมาชิกไออาต้า ได้แสดงจุดยืนจากการประชุมใหญ่ประจำปีในปี 2556 และ 2559 เรียกร้องให้รัฐบาลนำมาตรการที่อาศัยกลไกทางการตลาดมาใช้ช่วยบริหารจัดการคาร์บอนฟุตพรินต์ของอุตสาหกรรมการบิน โดยมาตรการเหล่านี้จะเป็นการช่วยเติมเต็มช่องว่างจนกว่าการพัฒนาด้านเทคโนโลยี การปฏิบัติการ และโครงสร้างพื้นฐาน จะนำไปสู่เป้าหมายความยั่งยืนของอุตสาหกรรมการบินได้อย่างเต็มรูปแบบ นั่นคือ 1. การพัฒนาประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงโดยเฉลี่ย 1.5% ต่อปีจนถึงปี 2563 2. การเติบโตแบบคาร์บอนเป็นศูนย์นับตั้งแต่ปี 2563 และ 3. การลดการปล่อยคาร์บอนสุทธิในปี 2593 ลงจากระดับปี 2548 ครึ่งหนึ่ง
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ในการเข้าประชุมสมัชชา ICAO สมัยสามัญครั้งที่ 39 ไทยได้แสดงเจตนารมณ์เข้าร่วมมาตรการสิ่งแวดล้อมในการลดผลกระทบการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของอุตสาหกรรมการบิน มีสมาชิกเข้าร่วม 60 กว่าประเทศ คิดเป็นการเดินทางราว 30% ของการเดินทางทางอากาศทั่วโลก โดยไทยเข้าร่วมตั้งแต่ระยะเริ่มตั้งแต่ปี2564 ซึ่งการลดผลกระทบในเรื่องสิ่งแวดล้อม มีในหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีอากาศยาน เพิ่มการประหยัดพลังงาน การจัดเส้นทางบินในระยะเดินทางที่สั้นที่สุด เป็นต้น
Photo : Pixabay
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,200 วันที่ 13 - 15 ตุลาคม พ.ศ. 2559






