
กกร.เห็นชอบออกมาตรการติดตามการนำเข้าข้าวสาลี
คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ เห็นชอบออกมาตรการ ติดตามการนำเข้าข้าวสาลี โดยให้ผู้ประกอบการแจ้งปริมาณนำเข้าตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน หากมีการนำเข้าให้แจ้งล่วงหน้า 3 เดือน
นางสาววิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ(กกร.) เห็นชอบในการออกมาตรการในการติดตามการนำเข้าข้าวสาลีโดยผู้ประกอบการที่มีการนำเข้าข้าวสาลีจากต่างประเทศจะต้องมีการแจ้งปริมาณการนำเข้าอย่างน้อยล่วงหน้า 3 เดือน พร้อมทั้งแจ้งปริมาณการนำเข้าข้าวสาลีตั้งแต่ต้นปี 2559 จนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ยังออกมาตรการให้ผู้ประกอบการแจ้งแผนการนำเข้าเพื่อการใช้ประโยชน์อะไร รวมไปถึงปริมาณที่ค้างสต๊อก เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิดต่อไป
สำหรับมาตรการที่ออกมาคาดว่าจะประกาศให้ผู้ประกอบการได้รับทราบภายในสัปดาห์หน้า โดยมาตรการนี้ออกมาเพื่อต้องการติดตามดุแลการนำเข้าไม่ให้กระทบผลผลิตภายในประเทศโดยเฉพาะข้าวโพด และเพื่อให้ทราบถึงปริมาณการนำเข้าเพื่อให้หน่วยงานที่ดูแลสามารถติดตามดูแล และแก้ไขปัญหาได้ พร้อมทั้งการบริหารจัดการการนำเข้าให้มีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ยอมรับว่าข้าวสาลียังมีความจำเป็นต้องมีการนำเข้า เนื่องจากไม่มีผลผลิตภายในประเทศและยังมีความต้องการอย่างต่อเนื่องเนื่องจากเป็นวัตถุดิบส่วนหนึ่งในการผลิตอาหารสัตว์ ขณะที่ต้นทุนอาหารสัตว์ในต่างประเทศถูกกว่าไทย โดยเฉพาะบราซิล สหรัฐอเมริกา ซึ่งมีต้นทุนอาหารสัตว์ที่ถูกกว่าและเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ส่วนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับมาตรการที่เกี่ยวกับภาษีอายจะต้องหารือกับหน่วยงานที่ดูแลต่อไป เนื่องจากอยู่นอกเหนือการดูแลของกระทรวง
ทั้งนี้เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันการส่งออกและดูแลเกษตรกรกระทรวงพาณิชย์ได้ขอความร่วมมือไปยังโรงงานผู้ผลิตอาหารสัตว์ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ในการรับซื้อข้าวโพดที่ราคา 8 บาท ซึ่งได้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ส่วนในพื้นที่ต่างจังหวัดก็มีการรับซื้ออยู่ที่ราคา 7.60-7.70 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งอาจจะมีเรื่องต้นทุนของค่าขนส่งเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งปริมาณข้าวโพดที่ออกในช่วง 3 เดือน ตั้งแต่เดือนตุลาคม – ธันวาคม 2559 คาดว่าจะออกสู่ตลาดปริมาณ 2.3 ล้านตัน
นางสาววิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ(กกร.) เห็นชอบในการออกมาตรการในการติดตามการนำเข้าข้าวสาลีโดยผู้ประกอบการที่มีการนำเข้าข้าวสาลีจากต่างประเทศจะต้องมีการแจ้งปริมาณการนำเข้าอย่างน้อยล่วงหน้า 3 เดือน พร้อมทั้งแจ้งปริมาณการนำเข้าข้าวสาลีตั้งแต่ต้นปี 2559 จนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ยังออกมาตรการให้ผู้ประกอบการแจ้งแผนการนำเข้าเพื่อการใช้ประโยชน์อะไร รวมไปถึงปริมาณที่ค้างสต๊อก เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิดต่อไป
สำหรับมาตรการที่ออกมาคาดว่าจะประกาศให้ผู้ประกอบการได้รับทราบภายในสัปดาห์หน้า โดยมาตรการนี้ออกมาเพื่อต้องการติดตามดุแลการนำเข้าไม่ให้กระทบผลผลิตภายในประเทศโดยเฉพาะข้าวโพด และเพื่อให้ทราบถึงปริมาณการนำเข้าเพื่อให้หน่วยงานที่ดูแลสามารถติดตามดูแล และแก้ไขปัญหาได้ พร้อมทั้งการบริหารจัดการการนำเข้าให้มีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ยอมรับว่าข้าวสาลียังมีความจำเป็นต้องมีการนำเข้า เนื่องจากไม่มีผลผลิตภายในประเทศและยังมีความต้องการอย่างต่อเนื่องเนื่องจากเป็นวัตถุดิบส่วนหนึ่งในการผลิตอาหารสัตว์ ขณะที่ต้นทุนอาหารสัตว์ในต่างประเทศถูกกว่าไทย โดยเฉพาะบราซิล สหรัฐอเมริกา ซึ่งมีต้นทุนอาหารสัตว์ที่ถูกกว่าและเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ส่วนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับมาตรการที่เกี่ยวกับภาษีอายจะต้องหารือกับหน่วยงานที่ดูแลต่อไป เนื่องจากอยู่นอกเหนือการดูแลของกระทรวง
ทั้งนี้เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันการส่งออกและดูแลเกษตรกรกระทรวงพาณิชย์ได้ขอความร่วมมือไปยังโรงงานผู้ผลิตอาหารสัตว์ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ในการรับซื้อข้าวโพดที่ราคา 8 บาท ซึ่งได้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ส่วนในพื้นที่ต่างจังหวัดก็มีการรับซื้ออยู่ที่ราคา 7.60-7.70 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งอาจจะมีเรื่องต้นทุนของค่าขนส่งเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งปริมาณข้าวโพดที่ออกในช่วง 3 เดือน ตั้งแต่เดือนตุลาคม – ธันวาคม 2559 คาดว่าจะออกสู่ตลาดปริมาณ 2.3 ล้านตัน






