
‘มิสทิน’ใช้แอพช่วยลดงบพิมพ์แค็ตตาล็อก50%
เครื่องสำอางแบรนด์"มิสทิน ปลื้มยอดดาวน์โหลดแอพยุพิน 2 เดือนพุ่งกว่า 1.4 แสน มั่นใจสิ้นปีเป็นไปตามเป้าสาวมิสทินแห่ใช้ 3-4 แสนราย เตรียมปรับลดงบค่าพิมพ์แคตตาล็อกลง 50% เหลือเงินกว่า 250 ล้านเอามาใช้ทำตลาดต่อเนื่อง ขณะที่ไตรมาสสุดท้ายเตรียมโหมทำตลาดหวังกระตุ้นยอดขายโตตามเป้า 1.4 หมื่นล้าน
นายดนัย ดีโรจนวงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางแบรนด์มิสทิน (Mistine) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า หลังจากเปิดตัวแอพพลิเคชันยุพิน (YUPIN) มาได้ประมาณ 2 เดือนพบว่ามีสาวมิสทินดาวน์โหลดแอพพลิเคชันแล้ว 1.4 แสนราย อีกทั้งได้ลงทะเบียนใช้งานแล้ว 9 หมื่นราย ถือว่าเป็นตัวเลขที่น่าพอใจจากช่วงแรกของการเปิดตัว โดยเป้าหมายภายในสิ้นปีนี้คาดว่าจะมีผู้ดาวน์โหลดและลงทะเบียนใช้งานจำนวน 4 แสนราย
ทั้งนี้ หากมีจำนวนผู้ดาวน์โหลดและลงทะเบียนใช้งานได้ตามเป้าหมาย บริษัทมีแผนลดจำนวนการพิมพ์แคตตาล็อกลง 50% เพื่อลดงบประมาณสำหรับใช้พิมพ์แคตตาล็อกปีละ 500 ล้านบาท ที่ปัจจุบันมีการพิมพ์แคตตาล็อกมิสทินและฟรายเดย์ เพื่อใช้เป็นคู่มือช่วยในการขายสินค้าของสาวมิสทินเดือนละ 4 ล้านฉบับ ซึ่งงบประมาณที่ลดลง 200-250 ล้านบาท จะถูกนำมาใช้ในการทำตลาดและการส่งเสริมการขายแทน
"หลังจากเปิดตัวให้มีการดาวน์โหลดและใช้งาน ซึ่งยังไม่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการนั้น ยอดดาวน์โหลดก็ถือว่าเป็นที่น่าพอใจ ปัจจุบันแอพพลิเคชันยุพินได้รับการจัดลำดับที่ 7 ในหมวดแอพพลิเคชันขายสินค้า มียอดการสั่งซื้อสินค้าผ่านแอพพลิเคชันเฉลี่ยวันละ 1-2 ล้านบาท ในช่วงแรกของการพัฒนาแอพพลิเคชันจะเป็นการดูแคตตาล็อก และการส่งแคตตาล็อกให้กับลูกค้าไปใช้งานได้ ด้วยการสแกนคิวอาร์โค้ด ซึ่งลูกค้าคนดังกล่าวจะเป็นลูกค้าติดตัวของสาวมิสทินคนนั้นตลอดไป"
สำหรับการพัฒนาแอพพลิเคชันในเฟสต่อไปนั้น จะเพิ่มลูกเล่นให้กับแคตตาล็อกบนแอพพลิเคชันมากขึ้น พร้อมกับการเพิ่มเนื้อหาข้อมูลในส่วนที่มีประโยชน์ เช่น การรีวิวสินค้า การแนะนำการใช้ผลิตภัณฑ์ เป็นต้น ขณะเดียวกันบริษัทยังวางแผนในด้านการทำตลาด ด้วยการเซ็กเมนต์ตามพฤติกรรมลูกค้ามากขึ้น เช่นหากลูกค้าที่ซื้อลิปสติกต่อเนื่องกัน 3 เดือน จะมีการจัดส่งโปรโมชันลิปสติกไปให้ลูกค้า หรือหากมีการเปิดตัวลิปสติกใหม่จะส่งข้อมูลให้ก่อน เป็นต้น
"บริษัทได้ลงทุนพัฒนาแอพพลิเคชันจำนวน 60 ล้านบาท ซึ่งไม่ต้องลงทุนเพิ่ม แต่จะเป็นการพัฒนาฟีเจอร์การใช้งานใหม่เข้าไปเพิ่มเติม และการนำแอพพลิเคชันมาใช้ในการทำการตลาด อาทิ การจัดรายการส่งเสริมการขาย เพื่อกระตุ้นยอดขายกับสาวจำหน่าย ที่คาดว่าจะเริ่มได้ในช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้" นายดนัยกล่าวและว่า
วันนี้หากศึกษาการตลาดในโลกออนไลน์จะพบว่ามีความหลากหลายมากขึ้น และเป็นการสื่อสาร 2 ทาง คนที่ซื้อสินค้าสามารถพูดคุยกับคนขายได้ แอพพลิเคชันยุพินจึงถูกพัฒนาเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าในยุคปัจจุบัน"
นายดนัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ทิศทางธุรกิจในไตรมาสสุดท้าย ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซันและช่วงเทศกาลออกพรรษาในปลายเดือนตุลาคมนี้ ส่งผลให้แนวโน้มการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคมีมากขึ้น แต่ปัจจุบันยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ซึ่งสถานการณ์ปีนี้ดูเงียบกว่าปีที่ผ่านมา กำลังซื้อยังอยู่ในภาวะคงที่เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ประกอบกับช่วงต้นปีนี้มีปัญหาภัยแล้ง ทำให้กำลังซื้อชะลอตัวลง ส่งผลให้ในไตรมาสสุดท้ายมีแนวโน้มการฟื้นตัวของกำลังซื้อ แต่อาจจะไม่มากนัก
สำหรับแนวทางการทำตลาดบริษัทจะเน้นกลยุทธ์ราคาที่จะปรับลดลง 15-20% สำหรับสินค้าบางรายการ เช่น กลุ่มโลชั่นบำรุงผิว เนื่องจากภาวะการแข่งขันที่รุนแรง และกำลังซื้อที่ยังไม่ฟื้นตัวเป็นปกติ จึงต้องใช้กลยุทธ์ราคามาเป็นตัวกระตุ้นยอดขาย ขณะที่สินค้ากลุ่มเมคอัพจะมีสินค้ารายการใหม่ เป็นกลุ่มแป้งผสมครีมรองพื้นออกมาทำตลาด พร้อมกับการเปิดตัวพรีเซนเตอร์คนใหม่ เป็นนักแสดง "คิมเบอร์ลี่" ที่ถือเป็นพรีเซนเตอร์คนที่ 9 ของปีนี้ และการจัดทำโปรแกรมกระตุ้นยอดขายของสาวมิสทิน เพื่อผลักดันยอดขายปีนี้เติบโต 2-3% หรือมียอดขาย 1.4 หมื่นล้านบาท
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,199 วันที่ 9 - 12 ตุลาคม พ.ศ. 2559
นายดนัย ดีโรจนวงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางแบรนด์มิสทิน (Mistine) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า หลังจากเปิดตัวแอพพลิเคชันยุพิน (YUPIN) มาได้ประมาณ 2 เดือนพบว่ามีสาวมิสทินดาวน์โหลดแอพพลิเคชันแล้ว 1.4 แสนราย อีกทั้งได้ลงทะเบียนใช้งานแล้ว 9 หมื่นราย ถือว่าเป็นตัวเลขที่น่าพอใจจากช่วงแรกของการเปิดตัว โดยเป้าหมายภายในสิ้นปีนี้คาดว่าจะมีผู้ดาวน์โหลดและลงทะเบียนใช้งานจำนวน 4 แสนราย
ทั้งนี้ หากมีจำนวนผู้ดาวน์โหลดและลงทะเบียนใช้งานได้ตามเป้าหมาย บริษัทมีแผนลดจำนวนการพิมพ์แคตตาล็อกลง 50% เพื่อลดงบประมาณสำหรับใช้พิมพ์แคตตาล็อกปีละ 500 ล้านบาท ที่ปัจจุบันมีการพิมพ์แคตตาล็อกมิสทินและฟรายเดย์ เพื่อใช้เป็นคู่มือช่วยในการขายสินค้าของสาวมิสทินเดือนละ 4 ล้านฉบับ ซึ่งงบประมาณที่ลดลง 200-250 ล้านบาท จะถูกนำมาใช้ในการทำตลาดและการส่งเสริมการขายแทน
"หลังจากเปิดตัวให้มีการดาวน์โหลดและใช้งาน ซึ่งยังไม่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการนั้น ยอดดาวน์โหลดก็ถือว่าเป็นที่น่าพอใจ ปัจจุบันแอพพลิเคชันยุพินได้รับการจัดลำดับที่ 7 ในหมวดแอพพลิเคชันขายสินค้า มียอดการสั่งซื้อสินค้าผ่านแอพพลิเคชันเฉลี่ยวันละ 1-2 ล้านบาท ในช่วงแรกของการพัฒนาแอพพลิเคชันจะเป็นการดูแคตตาล็อก และการส่งแคตตาล็อกให้กับลูกค้าไปใช้งานได้ ด้วยการสแกนคิวอาร์โค้ด ซึ่งลูกค้าคนดังกล่าวจะเป็นลูกค้าติดตัวของสาวมิสทินคนนั้นตลอดไป"
สำหรับการพัฒนาแอพพลิเคชันในเฟสต่อไปนั้น จะเพิ่มลูกเล่นให้กับแคตตาล็อกบนแอพพลิเคชันมากขึ้น พร้อมกับการเพิ่มเนื้อหาข้อมูลในส่วนที่มีประโยชน์ เช่น การรีวิวสินค้า การแนะนำการใช้ผลิตภัณฑ์ เป็นต้น ขณะเดียวกันบริษัทยังวางแผนในด้านการทำตลาด ด้วยการเซ็กเมนต์ตามพฤติกรรมลูกค้ามากขึ้น เช่นหากลูกค้าที่ซื้อลิปสติกต่อเนื่องกัน 3 เดือน จะมีการจัดส่งโปรโมชันลิปสติกไปให้ลูกค้า หรือหากมีการเปิดตัวลิปสติกใหม่จะส่งข้อมูลให้ก่อน เป็นต้น
"บริษัทได้ลงทุนพัฒนาแอพพลิเคชันจำนวน 60 ล้านบาท ซึ่งไม่ต้องลงทุนเพิ่ม แต่จะเป็นการพัฒนาฟีเจอร์การใช้งานใหม่เข้าไปเพิ่มเติม และการนำแอพพลิเคชันมาใช้ในการทำการตลาด อาทิ การจัดรายการส่งเสริมการขาย เพื่อกระตุ้นยอดขายกับสาวจำหน่าย ที่คาดว่าจะเริ่มได้ในช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้" นายดนัยกล่าวและว่า
วันนี้หากศึกษาการตลาดในโลกออนไลน์จะพบว่ามีความหลากหลายมากขึ้น และเป็นการสื่อสาร 2 ทาง คนที่ซื้อสินค้าสามารถพูดคุยกับคนขายได้ แอพพลิเคชันยุพินจึงถูกพัฒนาเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าในยุคปัจจุบัน"
นายดนัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ทิศทางธุรกิจในไตรมาสสุดท้าย ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซันและช่วงเทศกาลออกพรรษาในปลายเดือนตุลาคมนี้ ส่งผลให้แนวโน้มการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคมีมากขึ้น แต่ปัจจุบันยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ซึ่งสถานการณ์ปีนี้ดูเงียบกว่าปีที่ผ่านมา กำลังซื้อยังอยู่ในภาวะคงที่เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ประกอบกับช่วงต้นปีนี้มีปัญหาภัยแล้ง ทำให้กำลังซื้อชะลอตัวลง ส่งผลให้ในไตรมาสสุดท้ายมีแนวโน้มการฟื้นตัวของกำลังซื้อ แต่อาจจะไม่มากนัก
สำหรับแนวทางการทำตลาดบริษัทจะเน้นกลยุทธ์ราคาที่จะปรับลดลง 15-20% สำหรับสินค้าบางรายการ เช่น กลุ่มโลชั่นบำรุงผิว เนื่องจากภาวะการแข่งขันที่รุนแรง และกำลังซื้อที่ยังไม่ฟื้นตัวเป็นปกติ จึงต้องใช้กลยุทธ์ราคามาเป็นตัวกระตุ้นยอดขาย ขณะที่สินค้ากลุ่มเมคอัพจะมีสินค้ารายการใหม่ เป็นกลุ่มแป้งผสมครีมรองพื้นออกมาทำตลาด พร้อมกับการเปิดตัวพรีเซนเตอร์คนใหม่ เป็นนักแสดง "คิมเบอร์ลี่" ที่ถือเป็นพรีเซนเตอร์คนที่ 9 ของปีนี้ และการจัดทำโปรแกรมกระตุ้นยอดขายของสาวมิสทิน เพื่อผลักดันยอดขายปีนี้เติบโต 2-3% หรือมียอดขาย 1.4 หมื่นล้านบาท
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,199 วันที่ 9 - 12 ตุลาคม พ.ศ. 2559






