thansettakij
thansettakij
‘แพเนล สมาร์ท’จับไลฟ์สไตล์‘กินนอกบ้าน’

‘แพเนล สมาร์ท’จับไลฟ์สไตล์‘กินนอกบ้าน’

12 ต.ค. 59 | 08:30 น.
ต้องยอมรับว่าตลาดเครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยวหรือสแน็กในเมืองไทยมีการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นเรื่อยส่งผลให้ตลาดเครื่องดื่ม (ไม่รวมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์) ที่เป็นการบริโภคนอกบ้าน (Out Of Home) มีมูลค่าสูงกว่า 2 หมื่นล้านบาทในปัจจุบัน ส่วนตลาดสแน็กเองมีมูลค่ากว่า 6,800 ล้านบาทนั้น (ข้อมูล ณ มกราคม –กันยายน 2559) ผู้ประกอบการแต่ละรายต่างต้องงัดกลยุทธ์ทางการตลาดรูปแบบใหม่ๆ เพื่อสร้างความสนใจในตัวสินค้าไปยังกลุ่มเป้าหมาย และพฤติกรรมผู้บริโภคคืออีกหนึ่งปัจจัยในการสร้างรูปแบบการตลาด

[caption id="attachment_105257" align="aligncenter" width="700"] ผลสำรวจการช็อปปิ้งนอกบ้านและไลฟ์สไตล์การบริโภคนอกบ้าน กลุ่มเครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยว ผลสำรวจการช็อปปิ้งนอกบ้านและไลฟ์สไตล์การบริโภคนอกบ้าน กลุ่มเครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยว[/caption]

 เปิดช่องวิจัยครั้งแรกในไทย

ปัจจัยสำคัญข้อหนึ่งคือ พฤติกรรมผู้บริโภคในเมืองไทยมีไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป นิยมทำกิจกรรมนอกบ้านมากขึ้นโดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ถือเป็นหนึ่งในที่มาที่ถูกนำมาต่อยอดทางงานวิจัยว่าด้วยเรื่อง "การขยายบริการวิจัยด้านพฤติกรรม สู่ไลฟ์สไตล์การบริโภคนอกบ้าน ขึ้นเป็นครั้งแรกในเมืองไทย โดย บริษัท กันตาร์ เวิร์ลดพาแนล (ไทยแลนด์) จำกัด หรือ KWP โดยมุ่งไปที่กลุ่มเครื่องดื่ม (ไม่รวมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์) และขนมขบเคี้ยว ด้วยรูปแบบ "กันตาร์ เวิลร์ลดพาแนล แอพ- แพเนล สมาร์ท" " บน สมาร์ทโฟน เพื่อเก็บรวบรวมสถิติการจับจ่ายการจับจ่ายของสินค้าในกลุ่มเครื่องดื่ม (ไม่รวมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์) และกลุ่มขนมขบเคี้ยวจนนำไปสู่การต่อยอดทางการตลาดของนักการตลาดในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ทั้งนี้ไทยถือเป็นประเทศกลุ่มต้นๆของโลกรองจากจีน,ไต้หวัน และกลุ่มประเทศในแถบยุโรป ที่หันมาให้ความสำคัญของการวิจัยเกี่ยวกับ "ไลฟ์สไตล์การบริโภคนอกบ้าน หรือ Out Of Home" เพิ่มมากขึ้น

โดยรูปแบบการวิจัยพฤติกรรมการจับจ่ายเพื่อบริโภคนอกบ้าน เป็นการรวบรวมการบันทึกทั้งการจับจ่ายเพื่อบริโภคเอง - การบริโภคแบบแบ่งปันในกลุ่ม ตลอดจนการซื้อให้ผู้อื่น แต่ทั้งนี้ การวิจัย Out Of Home จะไม่บันทึกนับรวมถึงสินค้าที่เอามาจากสินค้าที่ซื้อเพื่อบริโภคภายในครัวเรือน (Take Home) ส่วนจุดเด่นของการวิจัยพฤติกรรมการจับจ่าย แบบ Out Of Home คือการสร้างกลุ่มฐานตัวอย่าง กลุ่มใหม่ที่ใหญ่ถึง 2,000 ตัวอย่างที่เป็นรายบุคคล จากรูปแบบอินโฮมที่มีการเก็บรวบรวมสถิติเป็นครัวเรือน ผ่านการคัดเลือกกลุ่มฐานตัวอย่างนี้ จะเป็นกลุ่มคนที่อยู่ในตัวเมืองทั่วประเทศ อายุระหว่าง 15 – 49 ปี และ บันทึกบน Smartphone แบบ100% โดยใช้นวัตกรรม กันตาร์ เวิร์ลดพาแนล แอพ - "Panel Smart" แบบ 100% จากปัจจุบันที่ประชากรที่อยู่ในเขตตัวเมือง ที่มีอายุระหว่าง 15 – 49 ปี มีจำนวนถึง 19 ล้านคน

[caption id="attachment_105256" align="aligncenter" width="335"] อิษณาติ วุฒิธนากุล ผู้จัดการด้านพัฒนาธุรกิจ KWP อิษณาติ วุฒิธนากุล
ผู้จัดการด้านพัฒนาธุรกิจ KWP[/caption]

 ต่อยอดโอกาสการทำตลาด

นายอิษณาติ วุฒิธนากุล ผู้จัดการด้านพัฒนาธุรกิจ KWP เปิดเผยว่า จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปในยุคปัจจุบันที่นิยมหันมาทำกิจกรรมต่างๆ นอกบ้านเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ไลฟ์สไตล์การบริโภคนอกบ้านเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย โดย 70% ของการรับรู้สื่อหรือความต้องการในการซื้อสินค้าเกิดขึ้นนอกบ้าน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม ชา กาแฟ สแน็ก ไอศกรีม และแน่นอนผู้ผลิตในกลุ่มดังกล่าวย่อมให้ความสำคัญในการหาข้อมูล ก่อนเกิดการซื้อนอกบ้าน

ผลการสำรวจพบว่า กลุ่มผู้บริโภคนอกบ้านมักซื้อสินค้าสินค้านอกบ้านผ่าน 3 ช่องทางได้แก่ ไฮเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ และร้านโชวห่วย โดยใน 1 เดือน มีการซื้อสินค้าประเภทเครื่องดื่ม (ไม่รวมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์) และขนมขบเคี้ยว 334 ล้านครั้งหรือมากกว่า 11-12 ล้านครั้งต่อวัน มียอดจับจ่ายเฉลี่ย 29 บาทต่อหนึ่งใบเสร็จ ซึ่งจากผลสำรวจดังกล่าวถือว่าเป็นข้อมูลสำคัญของนักการตลาดที่จะสร้างโอกาสทางการขายให้กับผลิตภัณฑ์มากขึ้น

[caption id="attachment_105258" align="aligncenter" width="600"] ประเภทเครื่องดื่มที่มีอัตราการเข้าถึง 70% ในการบริโภคนอกบ้าน ประเภทเครื่องดื่มที่มีอัตราการเข้าถึง 70% ในการบริโภคนอกบ้าน[/caption]

"ยกตัวอย่างในกลุ่มเครื่องดื่มอัดลมที่ปัจจุบันมีการขยายฐานลูกค้ายากมากขึ้น เนื่องจากครอบคลุมในทุกตลาดและกลุ่มผู้บริโภคมีการดื่มทุกวันอยู่แล้ว แต่จากข้อมูลดังกล่าวที่เรามีการสำรวจออกมา จะเกิดประโยชน์และนำไปสู่การต่อยอดความสำเร็จทางการตลาด ด้วยการกระตุ้นให้มีการดื่มและจับจ่ายที่บ่อยขึ้น ผ่านการโฆษณา แคมเปญโปรโมชัน โดยอาศัยช่วงเวลาเป็นหลัก ยกตัวอย่างเช่น กลุ่มเครื่องดื่มอัดลมมีการซื้อทุกๆ 10 วัน และนิยมดื่มตอนเย็นพร้อมมื้ออาหาร กลุ่มสปอร์ตดริงก์มีอัตราการการซื้อเฉลี่ยเดือนละ 1 ครั้ง และนิยมดื่มตอนเย็น นี่เองเป็นโอกาสทางการตลาดของแต่ละแบรนด์ที่จะมีสื่อโฆษณา และปรับเปลี่ยนแพ็กเกจจิ้ง ให้ตรงกับความต้องการมากที่สุดให้ตรงกับช่วงเวลามากที่สุด จากเดิมที่มีการซื้ออยู่แล้ว"

  แนะนักการตลาดยุคใหม่ปรับวิธีคิด

นายอิษณาติ กล่าวว่า ผลวิจัยดังกล่าวไม่เพียงสามารถใช้เป็นข้อมูลเพื่อนำไปสู่การต่อยอดทางการตลาดจนนำไปสู่การพัฒนาสินค้าในแต่ละกลุ่มผลิตภัณฑ์เท่านั้น หากแต่ยังทำให้นักการตลาดได้ปัจจัยแวดล้อมใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่หลากหลายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของช่วงวัน เวลา สถานที่ เข้ามาเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างรูปแบบทางการตลาด ทั้งแคมเปญ กิจกรรม แพ็คเกจจิ้ง เป็นต้น

"เราจะสังเกตได้ว่าในตลาดต่างประเทศที่มีการวิจัย Out Of Home นั้น สิ่งที่นักการตลาดนำมาใช้ต่อยอดในการสร้างแบรนด์และพัฒนาสินค้าเพื่อรองรับความต้องการนั้นจะอาศัยช่วงจังหวะเวลาเข้ามาเกี่ยวข้อง ยกตัวอย่างเช่น ผู้บริโภคนิยมดื่มเครื่องดื่มชูกำลัง (Energy Drink) ในช่วงเช้าและกลางวัน,นิยมดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่ (Sport Drink) ช่วงเย็น และนิยมดื่มน้ำอัดลมพร้อมมื้ออาหารเย็น เป็นต้น ซึ่งผลการวิจัยเหล่านี้ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการต่อยอดทางการตลาดในรูปแบบใหม่และหลากหลายมากขึ้น โดยในส่วนของเมืองไทยเราจะสังเกตได้อย่างชัดเจนอย่างแบรนด์เครื่องดื่มระดับโลกอย่างเป๊ปซี่,โค้กหรือกลุ่มชาเขียวพร้อมดื่มที่นิยมหันมาทำการตลาดโดยอาศัยช่วงจังหวะเวลามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการโฆษณาการรับประทานเครื่องดื่มอัดลมพร้อมมื้ออาหาร"

นอกจากนี้ยังได้ทราบถึงกลุ่มสินค้าใดที่เลือกจับจ่ายออกจำหน่ายสำหรับการบริโภคนอกบ้าน (Out of Home) ซึ่งแตกต่างจากการซื้อแบบ Take Home และยังระบุให้เห็นถึงช่วงเวลาที่ทำการซื้อในแต่ละวัน อีกด้วย ทราบถึงขนาดสินค้าที่ควรผลิต นอกจากนี้ ยังทำให้นักการตลาดสามารถสามารถทราบถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นตัวจริง ที่จะเป็นตัวผลักดันยอดขายสินค้านั้นๆ ให้เติบโตได้ โดยวางแผนการเจาะตลาดเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์การบริโภคนอกบ้านได้อย่างตรงจุด เพิ่มการตัดสินใจซื้อให้กับแบรนด์ของตนเอง เป็นการชิงส่วนแบ่งทางการตลาดจากคู่แข่ง

ขณะเดียวกันยังได้ทราบถึงช่องทางขายที่เป็นช่องทางยอดฮิตที่กลุ่มเป้าหมายนิยมไปจับจ่าย ได้รับทราบถึงแบรนด์ในใจของกลุ่มเป้าหมายรวมถึงแบรนด์สำรองในใจ ทำให้สามารถวางแผนทางการตลาดให้แบรนด์สามารถครองใจผู้ซื้อ จนนำไปสู่ความแข็งแกร่งของผลิตภัณฑ์มากยิ่งขึ้นเพื่อช่วยในการสร้างเติบโตของยอดขายและแบรนด์ที่แข็งแกร่งได้อย่างดียิ่งขึ้น

นอกจากกลุ่มเครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยวแล้ว การสำรวจความต้องการบริโภคนอกบ้านในอนาคตอาจจะมีการขยายขอบเขตงานวิจัยไปยังกลุ่มอาการพร้อมทาน พร้อมกับเพิ่มกลุ่มตัวอย่างจากการสำรวจในอนาคตเพื่อรองรับความต้องการของตลาด และตอบสนองในแต่ละแบรนด์ที่ต้องการแข่งขันกันเพิ่มสูงขึ้น

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,199 วันที่ 9 - 12 ตุลาคม พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • business