thansettakij
thansettakij
ยกระดับ ‘ธุรกิจเวลเนส’ ต่อจิ๊กซอว์ดันไทยฮับสุขภาพโลก

ยกระดับ ‘ธุรกิจเวลเนส’ ต่อจิ๊กซอว์ดันไทยฮับสุขภาพโลก

13 ต.ค. 59 | 08:00 น.
การผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านเมดิคัล(การแพทย์)และเวลเนสของโลก ในช่วง 10 ปีนี้ (ปี 2559-2568) รวมถึงการจัดระเบียบการดำเนินธุรกิจ ภายใต้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559 ที่เพิ่งจะมีผลบังคับใช้ จะทำให้ทิศทางธุรกิจด้านสุขภาพหรือเวลเนสของไทย เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างไร อ่านได้จากสัมภาษณ์นายกรด โรจนเสถียร นายกสมาคมสปาไทย

 อัพเกรดธุรกิจเวลเนสสู่มาตรฐานสากล

จากข้อมูลในปี 2558 พบว่า ประเทศไทยมีสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ซึ่งประกอบไปด้วย สปา กิจการนวดเพื่อสุขภาพหรือเพิ่มเสริมความงาม ที่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินธุรกิจรวมกว่า 1,600 รายเท่านั้น ในจำนวนนี้เป็นธุรกิจสปา ราว 400 ราย แต่ที่เห็นเปิดกันมากมายส่วนใหญ่ไม่ได้รับอนุญาต และบางแห่งยังมีการแอบแฝงเรื่องของการค้าประเวณี แอบแฝงเรื่องเพศ อย่างสปาเกย์ ทั้งยังมีการใช้ชื่อสปา หรือกิจการนวด แอบแฝงไปในทางเสียหายด้านภาพลักษณ์ของไทย ซึ่งการเติบโตของธุรกิจต่างๆเหล่านี้ เป็นไปตามการขยายตัวของการท่องเที่ยวไทย

[caption id="attachment_105285" align="aligncenter" width="700"] แนวทางการยื่นขอใบอนุญาตประกอบกิจการ ตามพ.ร.บ.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 แนวทางการยื่นขอใบอนุญาตประกอบกิจการ ตามพ.ร.บ.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559[/caption]

แต่นับจากนี้ธุรกิจนี้จะเกิดการยกระดับการให้บริการที่เป็นมาตรฐานอย่างแท้จริง และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจนี้ ทำรายได้เข้าประเทศได้มากกว่าที่เป็นอยู่ จาก 2 เรื่องหลัก ที่เกิดขึ้นภายใต้รัฐบาลชุดนี้ ได้แก่ 1. การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพของโลก และ 2. การจัดระเบียบการดำเนินธุรกิจให้เป็นไปตามกฎหมาย ตามพ.ร.บ.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ที่เพิ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2559

โดยยุทธศาสตร์การส่งเสริมด้านเมดิคัลและเวลเนส เกิดขึ้นจากการเป็นเจ้าภาพร่วมกัน ระหว่าง กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง มาร่วมกันวางยุทธศาสตร์ต่างๆอยู่ในขณะนี้ เพื่อผลักดันให้เกิดการพัฒนาในเชิงนโยบาย ซึ่งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับด้านเวลเนส หลักๆจะเป็นเรื่องการจัดสร้างเวลเนส ซิตี แบบครบวงจร การจัดตั้งโฮมสเตย์เพื่อสุขภาพ การประกาศให้นวดไทย เป็นอาชีพสงวนสำหรับคนไทย การยกระดับบริการนวดไทยให้ผ่านการรับรองจากยูเนสโก ประเภทมรดกทางวัฒนธรรมของโลกที่จับต้องไม่ได้ (Intangible Cultural Heritage)

 นำร่องเมืองสปาน้ำพุร้อนที่คลองท่อม

นายกสมาคมสปาไทย ย้ำว่าขณะนี้เริ่มเห็นสัญญาณความคืบหน้าในการพัฒนาเชิงนโยบายบ้างแล้ว โดยเฉพาะเรื่องของการจัดสร้างเวลเนส ซิตี แบบครบวงจร ที่ภาครัฐมีความเห็นตรงกับทางสมาคมสปาไทย ในการพัฒนาเส้นทางน้ำพุร้อนสายทะเลอันดามัน โดยนำร่องโครงการเมืองสปาน้ำพุร้อนเค็ม ที่ อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ซึ่งมีศักยภาพมาก เพราะในโลกนี้มีน้ำพุร้อนน้ำเค็มแห่ง 2 แห่ง คือที่เบลเยียม และที่นี่ ที่ช่วยเรื่องการบำบัด และยังเชื่อมโยงการท่องเที่ยวในเส้นทางสายน้ำพุร้อนได้ด้วย โดยขณะนี้ทางสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและย่อมหรือISMED ได้เขียนบิสิเนส โมเดล เพื่อให้เห็นภาพของโครงการ ทั้งด้านตลาด ศักยภาพของโครงการ เป็นต้น จูงใจให้เอกชนเข้ามาลงทุนในแบบพีพีพี ควบคู่กับสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญมาก คือ ท้องถิ่นต้องได้ประโยชน์

ทั้งนี้หากทำโครงการนี้ได้สำเร็จ ก็สามารถนำมาใช้เป็นโมเดลในการพัฒนาเส้นทางสายน้ำพุร้อนของไทยที่มีทั้งหมด 7 สาย อย่าง เส้นทางน้ำพุร้อนสายตะวันออก(ชลบุรี จันทบุรี)เส้นทางน้ำพุร้อนสายรุ่งอรุณแห่งความสุขโดยรถไฟ(ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง) เส้นทางน้ำพุร้อนสายทะเลอันดามัน(ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง สตูล) เส้นทางน้ำพุร้อนสายฮาลาล(ยะลา) เส้นทางน้ำพุร้อนสายสงกรานต์(เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน) เส้นทางน้ำพุร้อนสายลอยกระทง (ลำปาง แพร่เพชรบูรณ์ สุโขทัย ตาก) เส้นทางน้ำพุร้อนสายมรดกโลก (กำแพงเพชร อุทัยธานี ลพบุรีสุพรรณบุรี) เส้นทางน้ำพุร้อนสายสะพานข้ามแม่น้ำแคว(กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี)

ดึงสถานประกอบการเข้าระบบ

ส่วนการจัดระเบียบธุรกิจ ตามพ.ร.บ.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 นั้น ถือเป็นครั้งแรกที่ธุรกิจนี้มีกฎหมายเฉพาะด้านเข้ามากำกับดูแล ทั้งในแง่ของสถานที่ การให้บริการ และบุคลากร จากเดิมที่ธุรกิจนี้จะอยู่ในการควบคุมการประกอบกิจการสปาเพื่อสุขภาพฯ ที่เป็นเพียงแค่ประกาศกระทรวงสาธารณสุขปี 2557 เท่านั้น และที่ผ่านมามีผู้ใช้คำว่าสถานประกอบการเพื่อสุขภาพประกอบกิจการแฝงอย่างอื่น และหลายแห่งไม่ได้มีมาตรฐาน

ดังนั้นนับจากนี้เมื่อมีพ.ร.บ.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 มีผลบังคับใช้ ก็จะทำให้ธุรกิจนี้เป็นที่ชัดเจนว่ามีกิจการสปา กิจการนวดเพื่อสุขภาพหรือเพื่อเสริมความงาม ซึ่งบังคับให้สถานประกอบการต่างๆทั้งก่อนที่กฎหมายนี้จะมีผลบังคับ หรือผู้ประกอบการรายใหม่ จะต้องยื่นขอใบอนุญาตประกอบกิจการ (ตารางประกอบ) ซึ่งใบอนุญาตนี้จะมีอายุ 5 ปี มีกำหนดบทลงโทษชัดเจนโดยหากใครฝ่าฝืนประกอบการ โดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

การมีกฎหมายเป็นการเฉพาะจะเอื้อประโยชน์อย่างมากแก่ทั้งผู้บริโภคที่จะมั่นใจได้ว่าไปใช้บริการในสถานประกอบการที่มีมาตรฐานจริงๆ เพราะหากใครอยากทำธุรกิจต่อก็ต้องไปปรับปรุงบริการและสถานประกอบการให้ได้มาตรฐานตามที่ภาครัฐกำหนด ส่วนสถานประกอบการก็จะไม่ต้องไปส่งส่วยให้ตำรวจ ขณะเดียวกันภาครัฐ จะมีรายได้จากค่าธรรมเนียมต่างๆจากกฎหมายใหม่นี้ ทั้งยังจะทำให้รัฐสามารถจัดเก็บดาต้าเบสของสถานประกอบการเพื่อสุขภาพที่แท้จริงได้อย่างชัดเจนขึ้น เพราะปัจจุบันข้อมูลที่มีก็เป็นเพียงแค่จำนวนสถานประกอบการเท่านั้น แต่ในแง่ของมูลค่าทางธุรกิจ มีแค่เพียงมูลค่าอุตสาหกรรมสปาของไทย ที่ในปีนี้มีแนวโน้มการเติบโตเพิ่มขึ้น 10% จากปี 2558 ที่อยู่ที่ราว 3.2 หมื่นล้านบาท

ทั้งหมดจึงล้วนเป็นทิศทางของสถานประกอบการเพื่อสุขภาพของไทย ที่ในขณะนี้กำลังถูกจัดระเบียบ และก้าวต่อไปคือการขับเคลื่อนเชิงนโยบาย ที่จะทำให้ธุรกิจนี้ช่วยต่อยอดในการผลักดันให้ไทยเป็นฮับด้านสุขภาพโลกที่ภาครัฐวาดหวังไว้

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,199 วันที่ 9 - 12 ตุลาคม พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • business