thansettakij
thansettakij
“มูลนิธิเมาไม่ขับ”เตือนอันตรายฉลองดื่มหนักหลังออกพรรษา

“มูลนิธิเมาไม่ขับ”เตือนอันตรายฉลองดื่มหนักหลังออกพรรษา

04 ต.ค. 59 | 07:24 น.
อัปเดตล่าสุด :04 ต.ค. 59 | 13:56 น.
“มูลนิธิเมาไม่ขับ”เตือนอันตรายฉลองดื่มหนักหลังออกพรรษา  ยกกรณี“น้องอิงฟ้า”เหยื่อเมาแล้วขับขอให้เป็นรายสุดท้าย พร้อมร่วมกันรับบริจาคเงินช่วยเหลือครอบครัว ขณะที่สสส.ผนึกภาคี จัดกิจกรรมเชิดชูคนหัวใจหินงดเหล้าครบพรรษา

วันนี้(4 ตุลาคม2559) เวลา10.00 น.ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับ  มูลนิธิเมาไม่ขับ ร่วมกับเครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครือข่ายองค์กรงดเหล้า มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล มูลนิธิสื่อเพื่อเยาวชน โรงพยาบาลธัญญารักษ์ และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) จัดกิจกรรมให้กำลังใจคนงดเหล้าครบพรรษา โดยนำเหยื่อเมาแล้วขับ ผู้พิการนั่งวิลแชร์ และผู้ได้รับผลกระทบฯกว่า 50 ชีวิต จัดกิจกรรม“ร้อยดวงใจ สู่คนหัวใจหิน”ช่วยกันทำของที่ระลึกเพื่อมอบเป็นกำลังใจให้คนที่อยู่ระหว่างรักษาอาการติดเหล้าและคนที่อยู่ระหว่างงดเหล้าให้ครบพรรษา ภายในงานยังมีการยืนไว้อาลัย“น้องอิงฟ้า”อายุ 4 ขวบ ที่เสียชีวิตจากคนเมาแล้วขับ ที่จังหวัดระยอง เและรับบริจาคเงินช่วยเหลือครอบครัว โดยมอบเงินผ่านนางสาวภัทราวรรณ ศิริชนม์ แม่ของน้องอิงฟ้า ซึ่งมาร่วมกิจกรรมในวันนี้ด้วย

นายสุรสิทธิ์  ศิลปงาม ผู้จัดการมูลนิธิเมาไม่ขับ กล่าวว่า กิจกรรมที่จัดขึ้นครั้งนี้เพื่อต้องการให้กำลังใจคนที่งดเหล้าช่วงเข้าพรรษา ซึ่งเป็นช่วงโค้งสุดท้าย จึงอยากให้นึกถึงสิ่งดีๆที่เกิดขึ้นในช่วงที่ไม่แตะต้องน้ำเมาแล้วจะทำให้เราหนักแน่นขึ้น  แต่สิ่งที่น่าหนักใจและเป็นข่าวทุกๆปี คือการดื่มฉลองหลังงดเหล้าครบพรรษาอย่างหนัก จนทำให้เกิดอุบัติเหตุเสียชีวิต และเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทขึ้น ทำให้สิ่งที่อุตสาห์พิสูจน์ตัวเองมาตลอดสามเดือนกลับต้องไปอยู่ในจุดที่สุ่มเสี่ยงอีกทั้งนี้จากข้อมูลพบว่าช่วงเทศกาลเข้าพรรษาช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้มากถึง 15-20%  ดังนั้น การฉลองงดเหล้าครบพรรษาขอให้มีสติไม่ควรใช้วิธีดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่ควรใช้โอกาสนี้เริ่มต้นชีวิตใหม่ทำสิ่งดีๆเพื่อสุขภาพของตัวเองและคนที่เรารัก

“ความสูญเสียจากน้ำเมา ยังคงเป็นประเด็นที่รุนแรงและเกิดเหตุขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน กรณีล่าสุดเหตุเกิดกับน้องอิงฟ้า อายุ 4 ขวบ ที่เสียชีวิตในขณะที่คุณยายได้รับบาดเจ็บต้องเข้าโรงพยาบาลเป็นข่าวที่สร้างความสะเทือนใจกับผู้คนในสังคมอย่างมาก จะต้องมีครอบครัวและใครอีกกี่รายที่ต้องสูญเสียจากคนเมาแล้วขับ ทุกคนเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และวันนี้เครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับและภาคีเครือข่ายได้ร่วมกันระดมทุนและรับบริจาคเงินช่วยเหลือครอบครัวน้องด้วย ทั้งนี้ทางเครือข่ายนักกฎหมายเพื่อเด็กและเยาวชน ได้เตรียมให้การช่วยเหลือในทางกฎหมายอย่างเต็มที่   ประเด็นสำคัญคือ เราจะยอมรับให้ปัญหาเมาแล้วขับเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจนชาชินแบบนี้หรือ ถึงเวลาหรือยังที่จะต้องมีมาตรการที่เข้มข้น เพียงพอในการรับมือกับพฤติกรรมแห่งความสูญเสียนี้ ควรมีกฎหมายเมาแล้วขับให้เป็นเรื่องของการเจตนาทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต มิใช่แค่ประมาท หรือการจัดตั้งศาลจราจรก็ควรจะเกิดขึ้นในประเทศนี้เสียที  และควรทำให้สำเร็จในรัฐบาลนี้ด้วย”นายสุรสิทธิ์  กล่าว